วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีมานด์สินค้าสิ่งแวดล้อม เทียบศักยภาพไทยกับภูมิภาค

เมื่อดีมานด์สินค้าอย่างใดอย่างหนึ่งสูง ก็เกิดคำถามว่าศักยภาพผลิตและครอบครองตลาดมีเพียงพอหรือไม่ ในบริบทสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมคือคำตอบและคำถามในเวลาเดียวกันว่า เมื่อตลาดสินค้าสิ่งแวดล้อมโตแต่ศักยภาพของไทยพร้อมโตด้วยหรือไม่

ในปี 2021 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้วิเคราะห์ตลาดบรรจุภัณฑ์ในยุคโควิด-19 พบว่าบรรจุภัณฑ์เป็นที่ต้องการในตลาดโลกเพิ่มขึ้น เนื่องจากกระแสความนิยมซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซ และความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศ โดยการค้า บรรจุภัณฑ์ในไตรมาสแรกของปี 2021 มีมูลค่า 110,985.7 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 13%

แยกเป็นการส่งออกมูลค่า 57,813.5 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% และการนำเข้ามูลค่า 53,172.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น12% ผู้ส่งออกและนำเข้าสำคัญ ได้แก่ สหรัฐ เยอรมนี และจีน โดยไทยเป็นผู้ส่งออกบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีมูลค่าส่งออกในไตรมาสแรกของปี 2020 รวม 844.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.2%

จากศักยภาพตลาบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นลำดับต้นๆการดำเนินชีวิตปัจจุบัน ทำให้ความสำคัญของสินค้าชนิดนี้เป็นทั้งพระเอกและกำลังจะเป็นตัวร้ายกรณบรรจุภัณฑ์นั้นทำมาจากพลาสติกและถูกทิ้งจนเป็นต้นเหตุปัญหาสิ่งแวดล้อมในที่สุด

สนค. ได้เผยแพร่ “รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการบูรณาการผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าโลก”จัดทำโดย ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล่าถึง  แนวโน้มความต้องการ ทิศทางการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ กระบวนการการผลิต การใช้ การจำหน่ายและการจัดการผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากระดับ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

"ผู้บริโภคมีความเต็มใจในการจ่าย (willingness to pay) เพื่อแลกกับการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวโน้มของกลุ่มผู้ประกอบการ รายย่อยหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยกระตุ้นการขายรวมถึงปัจจัยที่เกิดจากนโยบายและมาตรฐาน" 

ประเทศในอาเซียนนั้น ต่างมีนโยบายและข้อกฎหมาย ที่หลากหลาย แต่มุ่งประเด็นเพื่อที่จะช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของสหประชาชาติ (sustainable development goals) ด้านการลดปริมาณขยะ  จากบทความ Demand for plastic packaging in ASEAN region จาก Wisconsin Economic Development corporation ได้กล่าวว่าประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนมีศักยภาพในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และอาหาร เช่น

• ประเทศไทย ถือว่าเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีมากกว่า 100,000 แห่ง ถือว่าเป็นอุตสาหกรรม อันดับ 3 ของประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของ GDP ดังนั้นรัฐบาลไทย จึงมีความต้องการเป็นศูนย์กลางด้านไบโอพลาสติก

• ประเทศอินโดนีเซีย เป็นอีกหนึ่งผู้นำอุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะ บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่สร้างรายได้ 1,000 ล้านดอลลาร์และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2016 เพิ่มขึ้น 6.25%

• ประเทศมาเลเซีย มีบริษัทผู้ผลิตพลาสติกมากกว่า 1,500 แห่งที่ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีมูลค่าคาดการณ์ 261 ล้านดอลลาร์ ในปี 2019 นอกจากอาหารและเครื่องดื่มแล้ว อุตสาหกรรมยาของมาเลเซียยังขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์พลาสติกอีกด้วย

• ประเทศเวียดนาม เป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายใหญ่และมีบริษัทแปรรูปอาหาร มากกว่า 5,500 แห่ง ภาคการแปรรูปอาหารมีส่วนสนับสนุนประมาณ 15% ของ GDP และถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญสูงของประเทศ

หากเทียบศักยภาพไทยและอาเซียนจะพบว่าขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังส่งต่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สำคัญตามไปด้วยและหากเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ก็จะเป็นจุดบรรจบระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของการพัฒนาร่วมกัน