ภาวะปอดรั่วเองโดยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำพบได้ใน 20–60% ของกรณี โดยปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ นิสัยการสูบบุหรี่ ขนาดของภาวะปอดรั่ว ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ
KEY POINTS
- “บุหรี่ไฟฟ้า” ทำให้เกิดภาวะปอดรั่วเฉียบพลันได้ ซึ่งยิ่งสูบมาก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง และต่อให้สูบไม่ถึงปี หรือ มีโรคประจำตัวมาก่อน “การสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1 ครั้ง ส่งนิโคตินถึงสมองใน 10 วินาที มากกว่าที่สูบบุหรี่ 1 มวน”
- งานวิจัยและรายงานทางการแพทย์หลายแห่งชี้ว่า คนที่มีรูปร่างสูงผอม โดยเฉพาะวัยรุ่นชาย มีความเสี่ยงต่อ “ปอดรั่ว” สูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า
- อาการแน่นหน้าอกและเจ็บหน้าอก ไม่ได้หมายถึงโรคหัวใจเสมอไป หลายครั้งอาการเหล่านี้ คือสัญญาณเตือนของปอดรั่ว หากมีอาการ ควรรีบไปพบแพทย์
หลายคนยังเข้าใจผิดว่าสูบ “บุหรี่ไฟฟ้า” แล้วจะปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน แต่ความจริงอันตรายต่อสุขภาพไม่ได้แตกต่างกัน หรืออาจมากกว่า เพราะสูบมากกว่า อีกทั้ง ทำให้เกิด “ภาวะลมรั่วในปอด (Pneumothorax)” หรือ ที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “ปอดรั่ว” มีสาเหตุไม่มากก็น้อยมาจากบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อได้ยินข่าวว่า มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าบางรายเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน แม้บางรายจะสูบยังไม่ถึงปี แต่พบว่ามีภาวะลมรั่วในปอด
"ภาวะปอดรั่ว" เกิดขึ้นเมื่ออากาศสะสมอยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอด ทำให้ปอดแฟบในระดับต่างๆ ถือเป็นความท้าทายอย่างมากต่อระบบการดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยมีอัตราการเกิด 18–28 รายต่อ 100,000 คนต่อปีในผู้ชาย และ 1.2–6 รายต่อ 100,000 คนต่อปีในผู้หญิง
ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุพื้นฐานของภาวะปอดรั่วเองโดยธรรมชาติ (PSP) ได้แก่ อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม ความโน้มเอียงทางพันธุกรรม การสูบบุหรี่ การเป็นวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว รูปร่างผอม และการเป็นเพศชาย นอกจากนี้ ภาวะปอดรั่วเองโดยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำพบได้ใน 20–60% ของกรณี โดยปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ นิสัยการสูบบุหรี่ ขนาดของภาวะปอดรั่ว ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ และวิธีการรักษาที่เลือกใช้ เชื่อว่ามีอิทธิพลต่อโอกาสในการเกิดซ้ำแม้ว่ากา รสูบบุหรี่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่รู้จักกันดีสำหรับภาวะปอดรั่วเองโดยธรรมชาติ แต่ยังมีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับบทบาทของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ในการเกิดภาวะนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
แพทย์เตือน 'โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV' เสี่ยงในเด็ก-ผู้สูงอายุ
บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าคร่าชีวิตปีละ 7 หมื่นราย เศรษฐกิจพัง 3.5 แสนล้าน
"บุหรี่ไฟฟ้า" ตัวเร่งให้เกิดภาวะปอดรั่ว
การใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว โดยมีนักเรียนมัธยมปลายประมาณ 20% และผู้ใหญ่อายุ 18-34 ปีประมาณ 5% ที่ใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์อยู่ในปัจจุบัน บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ทำงานโดยการให้ความร้อนแก่ของเหลวเพื่อสร้างละอองลอยที่สูดเข้าไปในปอด จุดเด่นสำคัญของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ความสามารถในการบรรจุสารเคมีต่างๆ รวมถึงนิโคติน เตตระไฮโดรแคนนาบินอล (THC) และน้ำมันแคนนาบินอยด์ ซึ่งสามารถผสมกับสารเติมแต่งและรสชาติได้
ความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แม้ว่ารายงานกรณีศึกษาหลายฉบับจะเชื่อมโยงการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับผลกระทบด้านลบต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และระบบทางเดินอาหาร น่าเสียดายที่ยังไม่ชัดเจนว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีส่วนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะปอดรั่วโดยฉับพลันหรือไม่
ภาวะปอดบาดเจ็บจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ไอระเหย (EVALI) เป็นภาวะทางเดินหายใจที่เลียนแบบโรคปอดอื่นๆ และได้รับการวินิจฉัยโดยพิจารณาจากประวัติการสูบบุหรี่ไฟฟ้าล่าสุด การแทรกซึมของปอดจากการถ่ายภาพ และการยกเว้นสาเหตุอื่นๆ แม้ว่าการแตกของถุงลมจะเป็นสาเหตุที่ทราบกันดีของภาวะปอดรั่วโดยธรรมชาติ แต่กลไกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็อาจมีส่วนร่วมด้วย การสัมผัสกับละอองพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มี THC และวิตามินอีอะซิเตต มีความเชื่อมโยงกับความเสียหายของถุงลม การอักเสบของทางเดินหายใจ ความเครียดจากออกซิเดชัน และการซ่อมแซมปอดที่บกพร่อง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำให้เนื้อเยื่อปอดอ่อนแอลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะบาดเจ็บจากแรงดัน
เหมือนหรือต่าง "ลมรั่วในปอด ปอดรั่ว -ปอดทะลุ"
ภาวะที่เกิดขึ้นได้จากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ ลมรั่วในปอด, ปอดรั่ว และปอดทะลุ ซึ่งภาวะเหล่านี้มักใช้เรียกแทนกัน ซึ่งหมายถึง “ภาวะมีลมในโพรงเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax)” คือ ภาวะที่มีอากาศรั่วออกจากถุงลมเข้าไปในช่องเยื่อหุ้มปอด ไปสะสมอยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural Space) ระหว่างผนังทรวงอกกับผิวด้านนอกของปอด ทำให้เกิดแรงดันภายนอกมากดทับเนื้อปอด ส่งผลให้ปอดยุบลงและขยายตัวได้ไม่เต็มที่ หรือ เกิดปอดแฟบ (Collapsed Lung) นั่นเอง
สาเหตุปอดรั่ว
1. ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่เกิดขึ้นเอง (Spontaneous Pneumothorax)
คือ การเกิดภาวะลมรั่ว หรือ การแตกของถุงลมเล็ก ๆ ที่ผิดปกติบริเวณผิวปอด (Blebs / Bullae) ในช่องเยื่อหุ้มปอด ที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่มีการกระทบกระเทือนจากภายนอกต่อทรวงอก แบ่งออกได้เป็น
Primary Spontaneous Pneumothorax : การเกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดเกิดขึ้นเองในผู้ป่วยที่แข็งแรงดีมาก่อนและไม่เคยป่วยด้วยโรคทางปอด แต่อาจจะเกิดจากพฤติกรรม หรือ สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้น เช่น การสูบบุหรี่ มลพิษทางอากาศ การออกแรงในบางกิจกรรมมากเกินไป เช่น วิ่งมาราธอน ยกของหนัก การดำน้ำ แรงกดอากาศจากการขึ้นที่สูง ฯลฯ
Secondary Spontaneous Pneumothorax : การเกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด ที่เกิดขึ้นในผู้ที่ป่วยด้วยโรคปอดมาก่อน เช่น โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD – Chronic Obstructive Pulmonary Disease) วัณโรคปอด (TB – Pulmonary Tuberculosis) โรคปอดอักเสบเรื้อรัง เนื้องอกปอด ฯลฯ
2. ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่เกิดจากการกระทบกระเทือน (Traumatic Pneumothorax)
คือ การเกิดภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด ที่มีสาเหตุมาจากการกระทบกระเทือน การบาดเจ็บจากภายนอก หรือ มีลมซึมผ่านจากนอกทรวงอก เช่น ซี่โครงหักแทงปอด การถูกแทง การทำหัตถการทางการแพทย์ ฯลฯ
อาการปอดรั่ว
- เจ็บแปลบหน้าอกฉับพลัน ปวดหน้าอกมากขึ้นเวลาหายใจเข้า โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
- หอบเหนื่อย เหนื่อยเฉียบพลัน เหมือนสูดอากาศไม่เต็มปอด
- แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจเข้าไม่สุด หายใจตื้น
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
- ไอแห้ง ๆ
“ถ้าปอดรั่วปริมาณมาก อาจเกิดภาวะหัวใจอันตรายถึงชีวิตได้”
การรักษาปอดรั่ว
สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษา คือ การกำจัดลมที่รั่วออกจากเยื่อหุ้มปอดเพื่อช่วยให้ปอดที่ยุบลงและขยายตัวไม่ได้ ให้สามารถกลับมาขยายตัวได้อย่างเต็มที่
- เฝ้าสังเกตอาการ : สำหรับกรณีเล็ก ที่อากาศไม่รั่วต่อเนื่อง อาจเฝ้าสังเกตอาการรอให้ร่างกายดูดซึมอากาศคืนเอง ต้องเฝ้าระวังสัญญาณชีพและให้ออกซิเจนเพื่อช่วยลดเวลาในการดูดซึมอากาศ
- เจาะดูดอากาศหรือใส่สายระบายลมออก : ถ้ารอยรั่วยังไม่ปิด หรือ เกิดซ้ำหลายครั้ง อาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
- การผ่าตัด : มักใช้ในกรณีที่ลมรั่วมาก มีอาการรุนแรง หรือ เสี่ยงกลับเป็นซ้ำ เป็นการผ่าตัดเยื่อหุ้มปอด (Pleurectomy) บางส่วนออกไป
“ปอดรั่วสามารถรักษาหายได้ แต่มีโอกาสเป็นซ้ำสูง หากไม่เลิกสูบบุหรี่”
“คนผอมสูง” เสี่ยงปอดรั่วมากกว่าจริง ?
งานวิจัยและรายงานทางการแพทย์หลายแห่งชี้ว่า คนที่มีรูปร่างสูงผอม โดยเฉพาะวัยรุ่นชาย มีความเสี่ยงต่อ “ปอดรั่ว” สูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า เนื่องจาก
- การเจริญเติบโตที่รวดเร็ว ทำให้ปอดและช่องอกขยายตัวไม่สัมพันธ์กัน ส่งผลให้เกิดถุงลมโป่งพองเฉพาะจุดที่ยอดปอด ทำให้เกิดการแตกของถุงลมบริเวณขอบปอดได้ง่ายขึ้น
- ช่องทรวงอกกว้าง ปอดยืดตัวได้มากกว่า
- มีถุงลมขนาดใหญ่ที่ยอดปอด เสี่ยงแตกง่าย
- แรงดันในปอดไม่สม่ำเสมอ
กลุ่มเสี่ยงสูงสุด
- ผู้ชายที่มีรูปร่างผอมสูง อายุระหว่าง 10 – 30 ปี
- ส่วนสูงเกิน 180 ซม.
- น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน (BMI ต่ำกว่า 18.5)
- สูบบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า
- มักเกิดเองโดยไม่มีโรคปอดนำมาก่อน
“กลุ่มความเสี่ยงสูง หากมีการสูบบุหรี่ร่วมด้วย ความเสี่ยงจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก”
ภัยเงียบที่ของผู้หญิง “ปอดรั่ว” ขณะมีรอบเดือน
“Catamenial Pneumothorax” คือ ภาวะปอดรั่วที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงมีประจำเดือน ซึ่งมักเกิดในช่วง 72 ชั่วโมงก่อน หรือ หลังมีประจำเดือน พบในผู้หญิงที่มีภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) โดยเซลล์เยื่อบุอาจฝังตัวในเยื่อหุ้มปอด ทำให้เกิดลมรั่วของลมในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
“เป็นภาวะที่พบไม่บ่อย แต่ต้องรักษาด้วยฮอร์โมนและการผ่าตัด”
สัญญาณเตือน "ภาวะปอดรั่ว" ในผู้หญิง
มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบากซ้ำ ๆ ในช่วงมีประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์ทันที
ความเสี่ยงใหม่ที่ไม่มีใครเตือนปอดรั่วจาก “บุหรี่ไฟฟ้า”
“บุหรี่ไฟฟ้า” ทำให้เกิดภาวะปอดรั่วเฉียบพลันได้ แม้ในกลุ่มวัยรุ่นและคนอายุน้อยที่ไม่มีอาการของโรคปอดมาก่อน ซึ่งแตกต่างจากบุหรี่มวนที่ใช้เวลานานกว่า แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะถูกมองว่า “ปลอดภัยกว่า” แต่การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป เพราะสารเคมีที่กลายเป็นไอระเหยล้วนทำลายระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ยิ่งใช้นาน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง อาจกระตุ้นภาวะ “ปอดรั่ว” ได้ แม้จะสูบไม่ถึงปี หรือ มีโรคประจำตัวมาก่อน“การสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1 ครั้ง ส่งนิโคตินถึงสมองใน 10 วินาที มากกว่าที่สูบบุหรี่ 1 มวน”
ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าถึงอันตรายต่อชีวิต
- โรคปอดอักเสบเฉียบพลัน : ผู้ป่วยทุกคนหลังจาก X-ray หรือ CT Scan ปอดมักจะมีความผิดปกติ เป็นฝ้าขาว และจะหายใจไม่ไหว ไม่สะดวกเท่าที่ผ่านมา
- ความร้อนสูง : ไอระเหยร้อนจัดทำลายเนื้อเยื่อปอด
- การสูดแรง : ดูดแรงกว่าบุหรี่มวน ทำให้แรงดันในปอดสูงขึ้น
- สารเคมี : เช่น โพรไพลีนไกลคอล กลีเซอรีน เมื่อสูดเข้าไปต่อเนื่อง อาจทำให้ปอด หรือ ถุงลมในปอดอักเสบและโป่งพอง
“พบผู้ป่วยปอดรั่วจากบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบางคนสูบไม่ถึง 1 ปี ก็มีอาการแล้ว”
ปอดรั่วแบบไม่รู้ตัว เมื่ออาการแน่นหน้าอกไม่ใช่แค่ “โรคหัวใจ”
อาการแน่นหน้าอกและเจ็บหน้าอก ไม่ได้หมายถึงโรคหัวใจเสมอไป หลายครั้งอาการเหล่านี้ คือสัญญาณเตือนของปอดรั่ว โดยเฉพาะในรายที่รูรั่วมีขนาดเล็ก หรือ ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง อาจมีอาการเพียงเล็กน้อยจนละเลย
หากมีอาการ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยด้วยการเอกซเรย์ เพราะหากปล่อยให้ปอดแฟบลงเรื่อย ๆ จนเต็มช่องอก อาจเกิดภาวะแรงดันสูงในช่องอก (Tension Pneumothorax) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
อ้างอิง: ศูนย์ให้คำแนะนำการผ่าตัดผ่านกล้อง MSC(Minimally Invasive Surgery Solution Center) โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ , หอสมุดแห่งชาติทางการแพทย์




