วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ปูติน’ ขีดเส้น ‘เขตความมั่นคง’ ในยูเครน ประกาศไม่ให้ต่อรองในเจรจาสันติภาพ

ผู้นำรัสเซียประกาศสถาปนาเขตความมั่นคง กินพื้นที่ลึกเข้าไปในดินแดนของประเทศยูเครนตามแนวพรมแดน โดยระบุชัดเจนว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถนำมาต่อรองได้ในอนาคต

KEY POINTS

  • ประธานาธิบดีปูตินประกาศจัดตั้ง "เขตความมั่นคง" ลึกเข้าไปในดินแดนยูเครนตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการโจมตีและรับประกันความปลอดภัยให้แก่ภูมิภาคชายแดนของรัสเซีย
  • ผู้นำรัสเซียยืนยันว่าเขตความมั่นคงดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่ "ไม่สามารถต่อรองได้" และจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจาสันติภาพกับยูเครนอย่างเด็ดขาด
  • เขตความมั่นคงนี้มีความยาวกว่า 660 กิโลเมตร ซึ่งทำให้รัสเซียต้องเข้ายึดครองพื้นที่ในแคว้นซูมีและคาร์คิฟ โดยปัจจุบันอ้างว่าควบคุมได้แล้วประมาณ 70%

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศสถาปนา "เขตความมั่นคง" (Security zone) กินพื้นที่ลึกเข้าไปในดินแดนของประเทศยูเครนตามแนวพรมแดน เพื่อตอบโต้กรณีที่ยูเครนเคยส่งกำลังทหารบุกข้ามพรมแดนเข้าสู่ภูมิภาคเคิร์สก์ในรัสเซียเมื่อปี 2024-2025 โดยผู้นำรัสเซียระบุชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถนำมาต่อรองหรือเจรจากับกรุงเคียฟได้ในอนาคต

ปูติน ปรากฏตัวในชุดสีกากีทหารระหว่างการตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการรบ ได้แถลงผ่านโทรทัศน์โดยระบุว่า กองทัพรัสเซียได้รับภารกิจสำคัญทั้งขับไล่กองกำลังยูเครนออกจากดินแดนรัสเซีย ตลอดจนจัดตั้งเขตความมั่นคงในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงอย่างสมบูรณ์แบบให้กับภูมิภาคชายแดนของรัสเซียในอนาคต ซึ่งภารกิจดังกล่าวกำลังดำเนินไปด้วยดี และรัสเซียไม่มีแผนที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการเจรจาสันติภาพกับยูเครนอย่างเด็ดขาด

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เขตความมั่นคงตามแผนดังกล่าวครอบคลุมระยะทางแนวยาวกว่า 660 กิโลเมตร โดยในปัจจุบันกองทัพรัสเซียสามารถควบคุมพื้นที่ตามแนวนี้ได้แล้วราว 70% อย่างไรก็ตาม โฆษกเครมลินไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเขตดังกล่าวมีความลึกกินพื้นที่เข้าไปในฝั่งยูเครนมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ การรุกสร้างเขตความมั่นคงดังกล่าวบีบให้รัสเซียต้องเข้ายึดครองดินแดนในภูมิภาคซูมี และคาร์คิฟ ซึ่งทั้งสองพื้นที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มภูมิภาคที่รัสเซียเคยประกาศอ้างสิทธิ์ครอบครองอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อปี 2022

การออกมาแสดงท่าทีอันแข็งกร้าวของปูตินเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากข้อตกลงซื้อขายน้ำมันดีเซลระหว่างรัสเซียและสหรัฐ ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จนนำไปสู่รอยร้าวและความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน

นอกจากนี้ ปูตินยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าในสมรภูมิว่า กองทัพรัสเซียเหลือพื้นที่ที่ยังคงต้องเข้ายึดครองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักอีกเพียงเล็กน้อย คือราว 10% ในภูมิภาคโดเนตสก์ และอีกประมาณ 16.5% ในภูมิภาคซาปอริซเซีย พร้อมกล่าวชื่นชมประสิทธิภาพของการโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายทางทหาร อุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ของยูเครน แม้จะยอมรับว่าระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซียเองยังต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติม หลังจากที่โดรนของยูเครนสามารถรุกเข้าโจมตีศูนย์ข้อมูลหลายแห่งและโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของรัสเซียในช่วง 9 วันที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน คิริลล์ ดมิทริเยฟ ผู้แทนด้านการลงทุนของปูติน เปิดเผยว่า รัสเซียและสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับโครงการร่วมมือใหม่ๆ หลายโครงการ รวมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นผลมาจากความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงด้านน้ำมันดีเซลระหว่างสองประเทศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา