วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“อีอาร์เอ็ม-สยาม” ย้ำการประเมินความเสี่ยง ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำ

ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกคน คำกล่าวนี้เป็นความจริงที่ทุกคนรับรู้ เข้าใจ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฎิบัติ ซึ่งภาคธุรกิจพลังงานก็มีแผนที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้

ขณะเดียวกันก็จะไม่สร้างผลกระทบต่อสภาพอากาศซึ่งเป็นการแก้โจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้กำลังจะกลายเป็นโจทย์ของภาคธุรกิจเองด้วย

ผกาพร สุขอนันต์ ที่ปรึกษาหลักด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด กล่าวในงานสัมมนา“ EGCO Group Forum2022:Carbon Neutral Pathwayปฏิบัติการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หัวข้อ "Transition to Low Carbon Society” จัดโดย เอ็กโก กรุ๊ป ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อทางการเงินต่อนักลงทุนและธุรกิจตอกย้ำความตั้งใจที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการจัดทำรายงาน TCFD หรือ Task Force Climate-Related Financial Disclosures ทำงานที่สอดคล้องกันสำหรับการเปิดเผยความเสี่ยงและโอกาสทางการเงินชุดใหม่“ 

สำหรับ TCFD จะพัฒนาด้วยความสมัครใจอย่างสม่ำเสมอและมีการเปิดเผยความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศสำหรับการใช้งานนั้นบริษัทจะให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนผู้ให้กู้ ผู้ประกัน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ซึ่งมีหลักการดังนี้ 

1.ทำงานเพื่อเปิดเผยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพอากาศความเสี่ยงและโอกาส 2.พิจารณาสถานการณ์ที่แตกต่างกันด้วย กรณีฐานและ CO2 ต่ำ 3.พัฒนากลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ 4.การสื่อสารความเสี่ยง โอกาส กลยุทธ์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นอกจากนี้ การประเมินความเสี่ยงด้านสภาพอากาศเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้ารับมือในการเปลี่ยนแปลงได้ดี จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สีเขียวมากขึ้นในอนาคต 

โดยขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงมี ดังนี้1.ระบุตัวขับเคลื่อนผลกระทบในการกําหนดปัจจัยที่กดดันบริษัทให้เปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ 2.การจัดลําดับความสําคัญของความเสี่ยงและโอกาสการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจตามแต่ละตัวขับเคลื่อน

3.การวิเคราะห์สถานการณ์สมมติ ในการประเมินเชิงคุณภาพของผลกระทบที่ระบุภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภายในปี 2030 และ 2050 4.การตอบสนองเชิงกลยุทธ์ที่สามารถระบุมาตรการตอบสนองที่เป็นไปได้ต่อความเสี่ยงและโอกาสที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างยั่งยืน

เพลิงเทพ จามิกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายNet Zero ภายในปี 2593และเป้าหมายของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 45% ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2553 คือ

1.การประเมินและการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ (รายงานการประเมิน IPCC, AR6) 2.Phase-down ของถ่านหิน อย่างใน40 ประเทศรวมถึงอินโดนีเซียและแอฟริกาใต้มุ่งมั่นที่จะยุติถ่านหินภายในปี 2583 (ด้วยการสนับสนุนทางการเงิน) โดยประเทศ OECD ที่กําหนดเส้นตายปี 2030 

“อีอาร์เอ็ม-สยาม” ย้ำการประเมินความเสี่ยง  ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำ

3.มีเทน – ลดลง 30% ภายในปี 2030 เทียบกับระดับ 2563 (สมัคร 100 ประเทศ)  4.เทคโนโลยีที่สะอาดและราคาไม่แพงภายในปี 2573 ลงนามโดยผู้นําระดับโลก 40 คน (สหรัฐ สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป อินเดีย จีน ฯลฯ) 5.บทบาทสําคัญของการแก้ปัญหาจากธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมหาสมุทร ข้อตกลงที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหยุดและย้อนกลับการตัดไม้ทําลายป่าทั่วโลก 6.ข้อตกลงปารีสซึ่งเป็นอนาคตของตลาดคาร์บอนที่จะมีความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนสาธารณูปโภคไฟฟ้าที่รับผิดชอบ 40% ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก (WBCSD 2020) น้อยกว่า 40 ประเทศที่ให้คํามั่นว่าจะเลิกใช้ถ่านหินในในปี 2030 – 2040 โดย เอ็กโก ได้มีเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนี้ 1.คาร์บอนเป็นกลางภายในปี 2050 2.เพิ่ม RE เป็น 30% ของกําลังการผลิตติดตั้งภายในปี 2030 3.ย้ายเข้าสู่การผลิตพลังงานไฮโดรเจน 4.การวิเคราะห์สถานการณ์ที่สอดคล้องกับ  ทีซีเอฟดี