วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

“อาคม”เล็ง'พักหนี้'ยาว เหตุเศรษฐกิจอาจฟื้นตัวช้า

“อาคม”ชี้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ไม่เร็ว จำเป็นต้องใช้มาตรการระยะสั้นในการดูแลเศรษฐกิจ ระบุ การ 'พักหนี้' อาจต้องขยายเวลาออกไปอีก ขณะที่ เริ่มพบสัญญาณการฟื้นตัวในภาคการส่งออก การท่องเที่ยวและการลงทุน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวสุนทรพจน์ในงาน THAILAND ECONOMIC MONITOR เส้นทางการฟื้นตัวทางเศรษศฐกิจ ซึ่งจัดโดยธนาคารโลกวันนี้(16ก.ค.)โดยกล่าวว่า รัฐบาลจะใช้ 3 แนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยระยะต่อไป โดยแนวทางแรก คือ มาตรการในการช่วยเหลือและเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนระยะสั้น ซึ่งมองว่า ยังมีความจำเป็น โดยเฉพาะในส่วนมาตรการทางการเงินนั้น เราได้ดำเนินการพักชำระหนี้(พักหนี้)ใน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ระยะ 2 เดือน แต่ก็คิดว่า เราจะยืดระยะเวลามาตรการนี้ให้ยาวออกไปอีก

“ขณะนี้ เราได้พักหนี้ 2 เดือน แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เร็ว รายได้ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถได้เงินสดมาชำระหนี้ได้ทัน คงต้องติดตามต่อไป การช่วยเหลือการเงินจะยืดออกไปอีกหรือไม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบนอกระบบมีลมหายใจต่อชีวิตการทำธุรกิจปีนี้และปีหน้า ฉะนั้น มาตรการช่วยเหลือ ระยะสั้น คือ การเยียวยา มาตรการการเงิน กระตุ้นบริโภคระยะสั้น จำเป็นต้องทำก่อนเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่”

แนวทางที่สอง คือ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจรองรับการฟื้นตัวยั่งยืน ประเด็นนี้ รัฐบาลจะดำเนินการผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวที่ลดการใช้พลังงานและหันมาใช้พลังงานสะอาด ลดการใช้ก๊าซคาร์บอน ใช้ดิจิทัลอีโคโนมี และส่งเสริมเฮลท์แคร์

แนวทางที่สาม คือ การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาค โดยจะดำเนินการผ่านการปฏิรูปโครงสร้างรายได้ เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้ที่ยั่งยืนรองรับวิกฤตต่างๆ และ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการมีหลักประกันทางสังคมให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน

เขากล่าวด้วยว่า มาตรการในการดูแลการแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ได้กระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ฉะนั้น เราจึงใช้มาตรการต่างๆเข้าไปพยุงไม่ให้ตกต่ำมากเกินไป ก็จะมีมาตรการการเงินและการคลัง ซึ่งดำเนินการตามแนวทางที่ไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์แนะนำ คือ การผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพื่อให้นโยบายการคลังดำเนินการได้อย่างเต็มที่

“การต่อสู้จำเป็นต้องใช้งบประมาณ ซึ่งปีที่แล้วได้ก็ได้กู้เงินไป 1 ล้านล้านบาท และ ปีนี้ กู้เพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นจำเป็น เพราะเป็นแหล่งเงินสุดท้าย ก็มีประเด็นเพิ่มเรื่องหนี้สาธารณะ แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำในทุกประเทศ ไม่มีประเทศไหนยกเว้น เพราะแหล่งเงินจำกัด”

อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2564 ซึ่งกรณีไทย คือ การส่งออกในเดือนพ.ค.และมิ.ย.ถือว่า ส่งออกได้ดี ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็ว่า ภาคการผลิตยังดำรงอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ภาคผลิตก็มีการแพร่ระบาดในคลัสเตอร์โรงงาน ยังมีการติดเชื้อทุกวันนี้ ฉะนั้น มาตรการสาธารณสุขก็เข้าไปตรวจหาเชื้อเชิงรุก เพื่อป้องกันฐานการผลิตถูกกระทบมากไป

ส่วนภาคท่องทเที่ยวปีนี้ รัฐบาลได้ดำเนินการดูแลผ่านโครงการภูเก็ตแซนบล็อก เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว และมีโครงการที่สอง คือ สมุยพลัส ซึ่งทั้งสองพื้นที่ ก็มีมาตการเข้มงวดด้านสาธารณสุข

“ทั้งการส่งออกและท่องเที่ยว ถือเป็นรายได้หลักของเรา ถ้าเราเปิดได้ แสดงให้เห็นความมั่นใจจะควบคุมและป้องกันผู้ติดเชื้อพร้อมดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบเกินไป”

นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณอีกเรื่องแสดงฟื้นตัว คือ ลงทุนเอกชน ดูได้จากการนำเข้าสินค้าทุนของประเทศ มีสัญญาณเป็นบวกมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่วนที่ได้รับการกระทบ คือ บริโภคประชาชน ก็มีมาตรการไปช่วย ทั้งมาตรการคนละครึ่ง และ ยิ่งช้อปยิ่งได้ ซึ่งจะหนุนการบริโภค ก็ถือว่า ทำได้ระดับหนึ่ง

แต่อีกด้าน คือ ถ้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ซึ่งดูได้จากทุนสำรองที่มีฐานะมั่นคง โดยหนี้สาธารณะยังอยู่ระดับต่ำกว่าเกณฑ์ ในเดือนพ.ค.อยู่ที่ 55% ยังต่ำกว่า 60% อย่างไรก็ตาม เราไม่ประมาท เพราะยังมีการติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา