3 บริษัทพลังงานไทยชี้ร่าง PDP 2026 หนุนธุรกิจไฟฟ้าโตแกร่ง เร่งปรับตัวรับโจทย์พลังงานยุคซับซ้อน มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ขยายลงทุนรับเทรนด์ Data Center & AI ดันไทยฮับพลังงาน “กัลฟ์” แนะเร่งเพิ่มพลังงานหมุนเวียน แก้โจทย์ราคาพลังงาน “บ้านปู” ขยายพอร์ตก๊าซ โรงไฟฟ้าไทย-สหรัฐ “เอ็กโก” ผสานก๊าซและพลังงานหมุนเวียน ตั้งเป้าไฟฟ้าสะอาด 30% ปี 2030
KEY POINTS
- นายสารัชถ์ รัตนาวะดี จากกัลฟ์ฯ มองว่าความชัดเจนของร่าง PDP 2026 เป็นสัญญาณบวกที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในปี 2569 โดยแผนใหม่ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย Net Zero และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
- นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ จากบ้านปูฯ ชี้ว่าเมื่อร่าง PDP 2026 ชัดเจนขึ้นโดยเปิดรับทั้งพลังงานสะอาดและก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นโอกาสเติบโตและลงทุนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างโรงไฟฟ้าป้อน Data Center ที่กำลังขาดแคลนไฟฟ้า
- นายธวัชชัย สำราญวานิช จากเอ็กโก กรุ๊ป ระบุว่าทิศทางที่ชัดเจนของ PDP 2026 ในการเร่งเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ทำให้บริษัทพร้อมแสวงหาโอกาสลงทุนใหม่ทั้งในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างสมดุลและความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้า
งาน Gastech 2026 ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 มีผู้บริหารจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกมาร่วมแสดงเทคโนโลยีและมุมมองต่อทิศทางพลังงาน
“กรุงเทพธุรกิจ” สำรวจความเห็นบริษัทพลังงานไทยต่อร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางการผลิตไฟฟ้าของไทยระยะยาว
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนปี 2569 ดีกว่าปี 2568 ส่วนหนึ่งมาจากความชัดเจนร่าง PDP 2026 ที่เป็นสัญญาณบวกชัดเจนในการกำหนดทิศทางพลังงาน
“แผน PDP ใหม่ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย Net Zero และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ซึ่งการขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนให้ได้ตามเป้าหมายต้องพิจารณาจุดสมดุล ข้อจำกัดเชิงพื้นที่ ข้อกฎหมาย และเสถียรภาพระบบส่งไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดภาระต้นทุนส่วนเกินต่อระบบรวม”
ส่วนกรณีปัญหาต้นทุนและราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ แต่ทางออกสำคัญภาคพลังงานไทยคือการเร่งส่งเสริมและเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเข้าระบบมากขึ้น จะสร้างรายได้และความแข็งแกร่งพลังงานประเทศระยะยาว
“บ้านปู”ชี้ Data Center เจอตอ “ไฟไม่พอ”
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์บ้านปูท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกในยุค Energy Addition การใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบควบคู่กันทั้งพลังงานดั้งเดิม เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และพลังงานสะอาด ก่อนเข้าสู่ยุค Energy Transition ระยะยาวที่อาจเป็นพลังงานสะอาดหรือพลังงานนิวเคลียร์
“ก๊าซธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงแค่พลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่เป็นพลังงานหลักระยะยาว ที่มีความสะอาดขึ้น ซึ่งประเทศไทยและภูมิภาคนี้ยังมีความจำเป็นต้องใช้อีกเป็นระยะเวลานาน หากประเทศไทยสามารถเพิ่มการสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานของตนเอง จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG จากต่างประเทศ ซึ่งมีความผันผวนด้านราคาและขึ้นอยู่กับภาวะซัพพลายเชนของโลก”
ทั้งนี้ ไทยมีโอกาสเติบโตด้านพลังงานและอุตสาหกรรมสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อร่างแผน PDP 2026 ชัดเจน โดยเปิดรับพลังงานสะอาดและก๊าซธรรมชาติ บ้านปูจึงต้องการคัดลอกโมเดลธุรกิจที่ทำในสหรัฐมาใช้ในไทย ซึ่งต่อยอดจากก๊าซธรรมชาติสู่ธุรกิจไฟฟ้า โดยอาศัยแต้มต่อจากการมีฐานธุรกิจและซัพพลายก๊าซ LNG ในภูมิภาค
รวมถึงโครงการสร้างโรงไฟฟ้าป้อน Data Center และ Direct PPA ในไทยจะเป็นโอกาสที่สำคัญอย่างยิ่ง จากข้อมูลพบว่า ปัญหาหลักของ Data Center ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่พลังการคำนวณ (Compute) แต่อยู่ที่ว่าไฟฟ้าจะมาทันหรือไม่ ซึ่งถือเป็นโอกาสชัดเจนของบริษัทไฟฟ้าในการจัดหาไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานสะอาด
“การพัฒนาระบบ Smart Grid ในไทยคาดว่าใช้เงินลงทุนสูงถึง 300,000-700,000 ล้านบาท มองเป็นตลาด Single Buyer Market ของไทยมีข้อดีในการควบคุมราคาไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่การพัฒนาโครงข่ายต้องเร่งดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยภาครัฐ หรือเปิดให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนเหมือนในต่างประเทศ”
ปั้นสมดุล 3 มิติ ลุยไฟฟ้าสะอาด-ก๊าซ
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยว่า ทิศทางพลังงานโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ซับซ้อนกว่าเดิมมาก การตัดสินใจด้านพลังงานจึงต้องพิจารณาให้ครบทั้ง 3 มิติหลัก ได้แก่ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อทิศทางของไทยมีความชัดเจนในการเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP 2026 ซึ่ง EGCO Group มองก๊าซธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน ที่ช่วยสร้างความมั่นคงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับความผันผวนจากพลังงานหมุนเวียนที่จะทยอยเข้าสู่ระบบมากขึ้นในอนาคต
หนุนสร้างสมดุลก๊าซอ่าวไทย-LNG นำเข้า
สำหรับประเด็นที่ต้องจับตาไม่แพ้กันคือการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของไทยระยะข้างหน้า ซึ่งต้องรักษาสมดุลระหว่างก๊าซจากอ่าวไทย การนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และการนำเข้า LNG จากต่างประเทศ โดยภาคนโยบายเน้นย้ำว่า การพึ่งพา LNG นำเข้าในสัดส่วนที่สูงเกินไปอาจกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
ดังนั้น การกำหนดสัดส่วนใช้ก๊าซธรรมชาติให้เหมาะสม พร้อมกระจายแหล่งที่มาของเชื้อเพลิงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น ขณะที่แผน PDP ฉบับใหม่ได้ปรับสัดส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติให้สอดคล้องพลังงานหมุนเวียน โดยยึดหลักรักษาสมดุลทั้งด้านความมั่นคง ราคาไฟฟ้าที่เหมาะสม และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ควบคู่กันไป
ดันหมุนเวียนแตะ 30% ปี 2030 มุ่ง Net Zero 2050
EGCO Group พร้อมแสวงหาโอกาสลงทุนใหม่ทั้งในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตโดยรวม ปัจจุบันที่ 24% ขึ้นเป็น 30% ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) โดยนำเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบมาผสมผสานและใช้จริงในพอร์ตทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย
1. การผสมไฮโดรเจนร่วมกับก๊าซธรรมชาติ เพื่อมุ่งสู่การผลิตไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยคาร์บอน
2. อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของการผสมแอมโมเนียที่โรงไฟฟ้า BLCP จังหวัดระยอง
3. ศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ที่โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
4. เข้าลงทุนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ เพื่อเสริมความเสถียรและความยืดหยุ่นให้พลังงานหมุนเวียน รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เติบโตก้าวกระโดดจากกลุ่มดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
5. โรงไฟฟ้าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ถูกมองเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะเป็นพลังงานฐาน (Baseload) ในระยะยาว ทั้งนี้ EGCO Group ตั้งทีมงานติดตามและศึกษาโอกาสลงทุนอย่างใกล้ชิด คาดว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการนำร่องโครงการตามแผน PDP 2026





