"คลัง" จับมือพาณิชย์เร่งพัฒนาระบบ ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้จ่ายที่ร้านค้าในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ได้ ด้วยการสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยยังใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้าได้ตามปกติ ตั้งเป้าให้ทันก่อน 1 ต.ค.นี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เร่งพัฒนาระบบ เพื่อให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสสามารถรับชำระเงินจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ "บัตรคนจนได้" โดยตั้งเป้าให้ทันการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่วันที่ 1 ต.ค. 2569
โดยการชำระเงินจะเป็นรูปแบบสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ส่วนการใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงสามารถใช้จ่ายได้เหมือนเดิม
“ล่าสุดมีการประชุมในระดับรัฐมนตรีว่า จะขยายให้ร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 ที่อยู่ในระบบเป๋าตัง สามารถรับสิทธิ์ได้เทียบเคียงกับร้านธงฟ้า ทำให้ร้านค้ามีลูกค้ากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการเข้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น แต่อาจจะไม่ใช่ทุกร้าน เพราะมีข้อจำกัดบางกรณีที่ยังต้องตรวจสอบอยู่ ทว่าน่าจะได้เกือบทั้งหมด ซึ่งตอนนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่” นายวินิจกล่าว
ด้านการเปิดให้ทบทวนสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ยังเปิดให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ถึง 20 ก.ย. 2569 และจะประกาศผลในวันที่ 30 ก.ย.นี้
โดยเน้นย้ำว่า ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ รวมถึงผู้มีสิทธิรายเดิมที่ใช้ระบบมอบอำนาจ ได้แก่ กลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเดินทางไปยืนยันตัวตนด้วยตนเองได้ อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ จำเป็นต้องทำเรื่องมอบอำนาจใหม่ ตามมาตรการยืนยันตัวตนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทั้งนี้ ทางฝ่ายปกครองจะเน้นทำงานเชิงรุกเพื่อเข้าอำนวยความสะดวกให้ถึงที่
ส่วนผู้มีสิทธิรายเดิมที่ไม่ได้มอบอำนาจและผ่านเกณฑ์แล้ว ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ และสามารถใช้สิทธิได้ต่อเนื่องทันที โดยกระทรวงการคลังขอให้ผู้มีสิทธิ์เร่งดำเนินการยืนยันตนตัวให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา ภายใน 30 ก.ย.นี้ เพื่อให้พร้อมรับการจ่ายเงินที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.
ในส่วนของผู้ที่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ กระทรวงการคลังมีแนวทางช่วยเหลือและผ่อนปรนเพื่อดูแลให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะกรณีผู้ที่ถูกแอบอ้างสิทธิ์หรือมีข้อติดขัดเรื่องหลักฐานรายได้กับกรมสรรพากร
ทั้งนี้ ประชาชนที่มีปัญหาสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อกรมสรรพากร รายงานว่ารายได้ดังกล่าวไม่ใช่รายได้ของตน โดยทางสรรพากรจะอนุมัติสิทธิ์เบื้องต้นให้ก่อน แล้วจึงทำการตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อให้การคืนสิทธิ์แก่ประชาชนเป็นความสำคัญลำดับแรก และป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อน





