วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘พาณิชย์’ ติดอาวุธเอสเอ็มอีค้าออนไลน์

"กระทรวงพาณิชย์" ชี้กระแส "อีคอมเมิร์ซ" ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องยอมรับ ปรับตัวเพื่อเข้าถึงลูกค้า เผยตัวเลขธุรกรรมผ่านมือถือปี 60 มีมูลค่ากว่า 1.33 ล้านล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (23 ส.ค. 2561) ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "SME ยุคใหม่ ก้าวไกล ด้วย E-Commerce" ในงานสัมมนาสัญจร จ.อุดรธานี ว่า โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไปสู่โลกยุคใหม่ที่เป็นโลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ดังจะเห็นได้จากการที่ห้างค้าปลีกทั่วโลกปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หันมาทำการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ผู้ซื้อในยุคดิจิทัลที่ต้องการได้รับการตอบสนองทันที และมีความคาดหวังต่อสินค้าและบริการที่ได้รับสูง ส่งผลการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแนวโน้มทางการค้าโลกที่สำคัญในปัจจุบันและอนาคต

"การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้ประกาบการ เพราะลูกค้าจะเข้าถึงเราได้ง่าย เห็นสินค้า รับทราบคุณสมบัติผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดนโอกาสมาพร้อมความท้าทาย คือ การยอมรับระบบเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ในการนำมาพัฒนากับสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการต้องยอมรับให้ได้ เพื่อจะทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น"

จากการสำรวจของ eMarketer ในปี 2560 การค้าปลีกผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมีมูลค่าถึง 2.304 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.8% และมีสัดส่วน 10.2% ของยอดค้าปลีกทั่วโลก การขยายตัวของการค้าอีคอมเมิร์ซแบบข้ามพรมแดนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของการค้าอีคอมเมิร์ซทั่วโลก

"อีคอมเมิร์ซมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลง และเปิดกว้าง เพราะการทำธุรกิจจะไม่ได้จำกัดอยู้แค่ในประเทศ แต่จะรวมไปถึงต่างประเทศด้วย"

นอกจากนี้ ในปี 2560 การค้าอีคอมเมิร์ซผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 40.3 % จากปี 2559 โดยมีมูลค่า 1.357 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 58.9% ของยอดขายอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ตลาดที่มีการค้าอีคอมเมิร์ซผ่านโทรศัพท์มือถือที่สำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ความนิยมในการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ Mobile Payment กำลังเป็นการชำระเงินที่ทวีความสำคัญสำหรับการค้าออนไลน์

"การทำธุรกิจผ่านมือถือมีความจำเป็นต้องดูทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพราะการค้ายุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องเห็นสินค้า แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ แต่การค้าขายจะเกิดขึ้นได้จะต้องมีมีความไว้วางใจ และมาตรฐาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ"

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ามาบริหารประเทศบนวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลอย่างสมดุลและยั่งยืนภายใต้โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจ “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ Value-Based Economy หรือ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการใช้เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล ในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โดยภายใต้โมเดลเศรษฐกิจนี้ SMEs ผู้ประกอบการพันธุ์ใหม่ คนตัวเล็ก และเกษตรกร จะเป็นแม่ทัพหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ผ่านการสานพลังประชารัฐที่เกิดจากการผนึกกำลังกับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาคมทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนา digital infrastructure และ digital trading โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งการลงทุนของภาครัฐเอง ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถเข้าถึงชุมชนในชนบท ตลอดจนพัฒนาศักยภาพแก่ชนบทในการเข้าถึงตลาดโลก ทั้งในการจำหน่ายสินค้าจากผลิตภัณฑ์ชุมชน และการเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวทั่วโลก อันจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในชนบท

นายวีรพงษ์ เต็งรังสรรค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวระหว่างเสวนา"เอสเอ็มอี.4.0พลิกธุรกิจโลกออนไลน์" ในการสัมมนา"e-Commerce Big Bang" ที่จังหวัดอุดรธานี ว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี มีบทบาทในการพัฒนาสมาชิกปรับตัวให้ทันยุคอีคอมเมิร์ช โดยการเปิดพื้นที่ในเว็บไซต์ให้สมาชิกสามารถนำสินค้าของตนเองมาโพสต์ไว้ เป็นโชว์รูมให้คนที่เข้ามาดูเว็บไซต์สภาอุตสาหกรรมอุดรธานีได้เห็น เป็นกลุ่มสินค้าของดีของสมาชิก เมื่อสนใจจากนั้นสามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรืออินเตอร์เนตเพื่อซื้อขายกันต่อได้

นอกจากนี้สภาอุตสาหกรรมเป็น 1 ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ที่ร่วมกันจัดทำระบบรหัสมาตรฐานสากล จีเอส 1 ซึ่งจะเป็นพื้นฐานการทำอีคอมเมิร์ช ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกกับทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในยทั้งในการจัดส่งและการรับมอบสินค้า ว่าสินค้ารหัสนี้ต้องมีสเปคหรือมาตรฐานสากลเป็นอย่างไร

สำหรับจังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองเกษตร สินค้าหลักคือข้าว ยาง มันสำปะหลัง อ้อย-น้ำตาล กล้วย อินทผาลัม เป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพอยู่แล้วนั้น ควรต่อยอดวัตถุดิบสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการใช้นวัตกรรมมาพัฒนา เติมเรื่องของการทำบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม สดุดตา พร้อมให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนสู่มาตรฐานสากล ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และตัวผู้ผลิตเอง ต้องเข้ามาร่วมมือกัน

ยุทธศาสตร์จังหวัดอุดรธานีอีกประการคือ เมืองสมุนไพร ต้องนำนวัตกรรมมายกระดับสมุนไพรทั้งในด้านการศึกษาวิจัยให้สมุนไพรต่อยอดไปตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน โดยให้กลุ่มโอท็อปหรือผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นไปควบคู่กันด้วย.