สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย(TCCA)ยกปี 2570 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนแนวปฏิบัติ จรรยาบรรณของ "คอนเทนต์ ครีเอเตอร์" รับไทยยืนหนึ่งเสพข่าวจากครีเอเตอร์อันดับ 1 ของโลก ชอปปิงตามคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ หวังหนุนเศรษฐกิจครีเอเตอร์โต
เป็นเวลาราว 6 เดือน ที่สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย(TCCA) เดินหน้าหารือกับหน่วยงาน ตลอดจนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา(อย.) สภาองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เฟซบุ๊ก (Facebook) ติ๊กต็อก (TikTok) ในประเด็นต่างๆ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวปฏิบัติวิชาชีพและจรรณยาบรรณคอนเทนต์ครีเอเตอร์
เบื้องต้น สมาคมฯ ต้องการให้ร่างถูกนำไปประกาศอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี เพื่อขับเคลื่อนใช้กับวงการครีเอเตอร์ในปี 2570
ขจร เจียรนัยพาณิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย(TCCA) เปิดเผยว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีการเสพเนื้อหาหรือคอนเทนต์โดยเฉพาะข่าวผ่านครีเอเตอร์ เป็นอันดับ 1 ของโลก มีการซื้อสินค้าตามเหล่าคนดัง ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซติดท็อป 5 ของโลก ทว่าอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจครีเอเตอร์(Creator Economy) กลับไม่มีแนวทางการปฏิบัติที่มีมาตรฐานในการยึดถือ
นอกจากนี้ เด็กจบการศึกษาใหม่ เมื่อต้องการเข้าสู่วงการครีเอเตอร์ ทำให้ไม่มีเข็มทิศในการทำงาน ทั้งการรีวิวสินค้า โดยเฉพาะหมวดที่มีความอ่อนไหว เช่น อาหารและยา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สินค้าแม่และเด็ก การเงินการลงทุน ฯ ภาคการศึกษา คณาจารย์ที่จะบ่มเพาะนักศึกษา รวมถึงวงการมีเดีย เอเยนซี ในการพิจารณามอบงานให้กับครีเอเตอร์คนใด เป็นต้น
ในการรับฟัง ระดมความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ สมาคมฯ ได้ร่างแนวปฏิบัติสำหรับครีเอเตอร์ 28 ประเด็นสำคัญ เช่น แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารที่เคารพศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ และความหลากหลาย การแสดงความเห็นและการวิจารณ์ การสื่อสารข่าว ข้อมูลสาธารณะและความคิดเห็น การใช้ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างเนื้อหา การสื่อสารด้านเด็กและเยาวชน การสื่อสารด้านสุขภาพ การแพทย์ การรักษา และการใช้ยา การพนัน การเสี่ยงโชค และสลาก เป็นต้น
“เรื่องการแพทย์ สมาคมฯไม่มั่นใจมากๆ จึงต้องการให้หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็น หรือการเงินการลงทุน สินค้าแม่และเด็ก ควรมีมาตรฐาน แนวปฏิบัติอย่างไร หรือต้องระวัง เพราะบางประเทศไม่ให้คอนเทนต์เห็นหน้าเด็ก หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเทศเข้มงวดมาก ไม่ให้เอ่ยชื่อแบรนด์ที่เหมือนกับน้ำดื่ม”
ทั้งนี้ การมีแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการเพื่อกำกับดูแลกันเอง ยังเอื้อต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ให้เติบโตด้วย เพราะยิ่งรากฐานแข็งแกร่ง สร้างสรรค์คอนเทนต์ออกไปได้มาก ย่อมดึงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านการจ้างงานครีเอเตอร์ในประเทศไทย เช่นเดียวกับสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ที่เว้นภาษี เพื่อดึงครีเอเตอร์มากระตุ้นเศรษฐกิจ หรือแม้แต่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ที่ครีเอเตอร์แข็งแกร่ง
“ต่อความเห็นการให้หน่วยงานออกกฎหมายมากำกับดูแลครีเอเตอร์ หรือสมาคมฯ ดูแลกันเอง มองเรื่องกรอบ หากเข้มมากเกินไปจะมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์”
ด้าน สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวว่า การจัดทำแนวปฏิบัติวิชาชีพและจรรณยาบรรณคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้ เพื่อประกาศโดยสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้ และปี 2570 จะเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ภายใต้ข้อปฏิบัติต่างๆ ในเชิงรุก
“ตอนนี้เป็นการจุดพลุ เพราะร่างแนวปฏิบัติที่หารือขณะนี้ได้ผ่านผู้กำกับ ผู้คุมกติกาแล้ว ปีหน้าสมาคมฯ จะยกให้เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยการปฏิบัติงานอย่างรับผิดชอบ สร้างการเติบโตในวิชาชีพต่อไป”
นอกจากครีเอเตอร์ จะทรงพลังต่อผู้บริโภคที่รับชมเนื้อหาต่างๆ อีกด้านครีเอเตอร์ยังเป็นผู้ประสบภัย หลายครั้งที่เกิดการกระทำผิดบนโลกออนไลน์ จะถูกเหมารวมเป็นครีเอเตอร์ เช่น สินค้าไม่ตรงปก การหลอกลวง หรือกลโกงไซเบอร์ต่างๆ จึงต้องการให้แยกแยะ
“เมื่อมีการกระทำผิดเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ มักถูกเหมารวมว่าเป็นเพราะครีเอเตอร์ เช่น หลอกลวงลงทุน โจรไซเบอร์ คนไม่ดีควรถูกมองเป็นอาชญากร”
ทั้งนี้ การมีแนวปฏิบัติที่ดี เกิดการจัดระเบียบ ยังเพิ่มโอกาสให้กับครีเอเตอร์ชายขอบแจ้งเกิดได้ จากปัจจุบันยอมรับว่าคนดัง คือคนที่ได้แสง ตะโกนเสียงดัง อวดรวย ฉายแสง ฯ เพราะคนในสังคมให้การยอมรับ
“การมีแนวปฏิบัติออกมา บางประเด็นมีความเข้มงวดมาก กลายเป็นมาตรฐานให้ยึดถือ หากใครทำอะไรนอกแนวทาง อาจถูกคว่ำบาตรได้”





