วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปส.เปิดภารกิจ NSSC ชู ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ดันไทยผู้นำบนเวทีสากล

เกราะนิวเคลียร์ระดับโลก! เปิดภารกิจ NSSC ผงาดบทบาทผู้นำไทยบนเวทีสากล ชู “ปรมาณูเพื่อสันติ” ขับเคลื่อนความมั่นคง ปกป้องประชาชน และปักหมุดความพร้อมโรงไฟฟ้า SMR สู่อนาคต

KEY POINTS

  • สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ตั้งศูนย์สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (NSSC) ยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
  • ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยบุคลากรของ ปส. ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเครือข่าย NSSC ของ IAEA และไทยยังเป็นผู้นำกลุ่มในภูมิภาค
  • ภารกิจของ NSSC ช่วยสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน เพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน และเตรียมความพร้อมของประเทศสำหรับโรงไฟฟ้า SMR ในอนาคต

สถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในยุคไร้พรมแดน ในโลกยุคปัจจุบันที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อน ไร้รูปแบบ และเชื่อมโยงข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ

ประเด็น "ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์" (Nuclear Security) มิใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเพียงภารกิจเฉพาะของกลุ่มประเทศที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น

หากแต่เป็นภารกิจหลักอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพของประชาชน การรักษาความมั่นคงของรัฐ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ โลจิสติกส์ และการลงทุนของประเทศ

ปส.เปิดภารกิจ NSSC ชู ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ดันไทยผู้นำบนเวทีสากล

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ระบุว่า ประเทศไทยประยุกต์ใช้วัสดุกัมมันตรังสี สารกัมมันตรังสี และเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างแพร่หลาย ทั้งในภาคการแพทย์ การอุตสาหกรรม การเกษตร และการศึกษาวิจัยขั้นสูง

ดังนั้น การป้องกันมิให้วัสดุหรือเทคโนโลยีเหล่านี้สูญหาย ถูกลักลอบเคลื่อนย้าย ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นภารกิจเชิงรุกที่รัฐต้องดำเนินการอย่างมีระบบ เข้มงวด และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติ ได้นำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำในการสร้างระบบความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ผ่าน ศูนย์สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (National Nuclear Security Support Centre: NSSC)

ตามแนวทางของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับขีดความสามารถของประเทศให้โดดเด่นในระดับสากล

“ไทยผงาดผู้นำบนเวทีสากล: จากผู้ปฏิบัติตาม สู่ผู้กำหนดทิศทางโลก”

ผลจากการดำเนินงานอย่างเข้มแข็งและยึดมั่นในมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้รับการยอมรับและยกย่องอย่างสูงในประชาคมนิวเคลียร์โลก

โดยบุคลากรของ ปส. คือ ดร.อิสริยา ชัยรัมย์ สถาบันนิวเคลียร์นิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (สนน.)  ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเครือข่ายศูนย์สนับสนุนด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA NSSC Network’s Chair) ในวาระมิถุนายน 2567 – พฤศจิกายน 2569 

ปส.เปิดภารกิจ NSSC ชู ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ดันไทยผู้นำบนเวทีสากล

พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังได้รับบทบาทเป็น ผู้นำกลุ่มความร่วมมือย่อยระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Nations Sub-regional Group: SAN) อีกด้วย

การได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายสากลของ ดร.อิสริยา ชัยรัมย์ และบทบาทผู้นำภูมิภาคของ ปส. ในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำว่า ประเทศไทยและข้าราชการไทยมิได้เป็นเพียง "ผู้ปฏิบัติตามมาตรฐาน" (Standard Taker) อีกต่อไป

แต่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็น "ผู้นำและผู้กำหนดทิศทาง" (Standard Setter) ในการเสนอแนวคิด ผลักดันนโยบาย และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก 

บทบาทผู้นำนี้นับเป็น "ทุนทางยุทธศาสตร์" (Strategic Asset) ที่ช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรอง สร้างความน่าเชื่อถือ และตอกย้ำเกียรติภูมิของประเทศไทยในฐานะสมาชิกที่มีความรับผิดชอบสูงต่อสันติภาพและความปลอดภัยของประชาคมโลก

NSSC: กลไกสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมใน 3 มิติ

NSSC โดย สถาบันนิวเคลียร์นิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (สนน.) ปส. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาศักยภาพของประเทศ โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้า (Frontline Officers) เช่น ศุลกากร และตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมอย่างรอบด้านใน 3 มิติสำคัญ:

    1.การพัฒนากำลังคนและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ: สร้างบุคลากรและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะการปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากล

  2.การบริหารจัดการเทคโนโลยีและอุปกรณ์ตรวจจับรังสี: วางระบบ ดูแล และบำรุงรักษาอุปกรณ์ตรวจวัดรังสีให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำตลอดเวลา

3.การสนับสนุนทางวิชาการและนิวเคลียร์นิติวิทยาศาสตร์: พัฒนาฐานข้อมูล องค์ความรู้ นวัตกรรม และห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์นิติวิทยาศาสตร์เพื่อรองรับการตรวจพิสูจน์และรับมือภัยคุกคามทางนิวเคลียร์และรังสีรูปแบบใหม่ได้อย่างทันท่วงที

ประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ 5 ประการ: สิ่งที่ประเทศและคนไทยได้รับจากภารกิจ NSSC

ภารกิจของ NSSC ไม่ใช่เพียงงานด้านความมั่นคงทางเทคนิคเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งผลดีโดยตรงต่อประชาชน ความมั่นคง และเศรษฐกิจของประเทศใน 5 ด้านหลัก:

   1. ประชาชนปลอดภัย: ประชาชนได้รับการคุ้มครองดูแลให้ปลอดภัยจากอันตรายและอันตรายรังสีที่อาจเกิดจากการใช้วัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ในทางที่ผิด ผ่านระบบการเฝ้าระวัง การตรวจจับ และการตอบสนองที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

 2. ประเทศมั่นคง: เกิดการบูรณาการไร้รอยต่อระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล (ปส.) หน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการส่วนหน้า ทำให้ประเทศมีระบบแจ้งเตือน การเฝ้าระวังชายแดน และแผนตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่เป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วตามหลักสากล

3. เพิ่มความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุน: ระบบความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่เข้มแข็งและได้มาตรฐาน เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ท่าเรือพาณิชย์ และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศ

ช่วยยืนยันต่อคู่ค้า นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยมีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงทางรังสีที่รัดกุม ปลอดภัย และได้มาตรฐานโลก

ปส.เปิดภารกิจ NSSC ชู ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ดันไทยผู้นำบนเวทีสากล

  4. ประเทศไทยในฐานะผู้นำบนเวทีสากล: การดำรงตำแหน่งประธานเครือข่าย NSSC สากลของข้าราชการไทย ช่วยให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เทคโนโลยีขั้นสูง องค์ความรู้ นวัตกรรม และทุนสนับสนุนวิชาการจาก IAEA และประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการนับหนึ่งใหม่ด้วยตนเอง

5. ความพร้อมสำหรับพลังงานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต (SMR/MMR Readiness): ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ประเทศไทยกำลังพิจารณาทางเลือกด้านพลังงานสะอาด รวมถึงเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) และเครื่องปฏิกรณ์ขนาดจิ๋ว (Micro Modular Reactor: MMR)

แม้ปัจจุบันไทยยังไม่ได้เริ่มดำเนินโครงการ SMR แต่การวางรากฐานด้านบุคลากร ระบบกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐานวิชาการ และกลไกความมั่นคงปลอดภัยผ่าน NSSC ไว้ล่วงหน้า ถือเป็นความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง

ช่วยลดต้นทุนการเตรียมความพร้อม และช่วยให้ภาครัฐสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์และความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

บทสรุป
การขับเคลื่อนภารกิจศูนย์ NSSC โดย สถาบันนิวเคลียร์นิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จึงมิได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามภารกิจประจำเท่านั้น แต่คือ "โครงสร้างพื้นฐานเชิงสถาบัน" (Institutional Infrastructure) ที่เชื่อมโยงความปลอดภัยของประชาชน ความมั่นคงของชาติ ความเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเตรียมความพร้อมสู่อนาคตพลังงานสะอาด

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มุ่งมั่นทำหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัย ยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย และนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในระดับสากลอย่างยั่งยืน.