วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ณัฐพงษ์' ลุยขอนแก่น จี้รัฐยกเครื่องจัดการน้ำทั้งระบบ

'ณัฐพงษ์' ลุยขอนแก่น ติดตามการบริหารจัดการน้ำ 'ลุ่มน้ำชี - ลุ่มน้ำพอง' ย้ำรัฐบาลต้องวางแผนจัดการทั้งระบบ เชื่อมต้นน้ำ-ปลายน้ำ ติดตามแก้น้ำท่วมเมืองขอนแก่น

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี - ลุ่มน้ำพอง การวางแผนใช้น้ำเพื่อการเกษตรในระยะยาว รวมถึงติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองขอนแก่น

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นระบบเดียวกันในระดับลุ่มน้ำ เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต้นน้ำย่อมส่งผลต่อพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลที่เชื่อมโยงพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนในหลายจังหวัดเข้าด้วยกัน จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาโดยแยกการดำเนินงานเป็นรายจังหวัดได้

'ณัฐพงษ์' ลุยขอนแก่น จี้รัฐยกเครื่องจัดการน้ำทั้งระบบ

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากในหลายพื้นที่ โดยในช่วงฤดูฝนจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง เกษตรกรกลับประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเพาะปลูก สะท้อนถึงความจำเป็นในการทบทวนแนวทางบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่การบริหารน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ การพัฒนาระบบชลประทาน การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร ตลอดจนการวางแผนรับมืออุทกภัย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำ

นายณัฐพงษ์ และคณะได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองขอนแก่น บริเวณถนนมิตรภาพ หน้าโรงพยาบาลราชพฤกษ์ ซึ่งใช้เทคนิค Pipe Jacking หรือการดันท่อลอดใต้ดิน เพื่อระบายน้ำไปยังบึงทุ่งสร้าง รวมถึงติดตามแนวทางการผันน้ำบริเวณบึงหนองโคตร

'ณัฐพงษ์' ลุยขอนแก่น จี้รัฐยกเครื่องจัดการน้ำทั้งระบบ

นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองและการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กัน โดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของภาครัฐต้องมีแผนงานที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการป้องกันน้ำท่วม การกักเก็บน้ำ และการจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประชาชนจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรม การบริหารจัดการน้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างเป็นระบบในระยะยาว ไม่ใช่มุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นรายพื้นที่หรือรายโครงการเท่านั้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายสำคัญของการบริหารจัดการน้ำภาคอีสาน ต้องทำให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะการใช้น้ำเพื่อการเกษตรกรที่ต้องสามารถวางแผนการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบลุ่มน้ำอย่างจริงจัง ณัฐพงษ์กล่าว