วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่อง 'เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่' พัฒนาอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตโลก

ที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองสถานทูตจีน แสดงปาฐกถา “เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่” เปิดโครงการ 'มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้' รุ่นที่ 8 ระบุ เศรษฐกิจจีนโตแกร่งหนุนเศรษฐกิจโลกและไทย การยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมยิ่งเปิดโอกาส

นายเจ้า เมิ่งเทา ที่ปรึกษา (กิจการการเมือง สารนิเทศและการทูตสาธารณะ) และโฆษกสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่” ในพิธีเปิดโครงการ มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ รุ่นที่ 8 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ส่อง 'เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่' พัฒนาอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตโลก

  •  เศรษฐกิจจีนหนุนเศรษฐกิจไทย-โลก

นายเจ้ากล่าวว่า เศรษฐกิจจีนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับไทยเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนของไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก เศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มที่ดี เอื้อต่อการพัฒนาของไทย

 ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ การค้าระหว่างจีนกับประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ กว่า 180 แห่งทั่วโลกมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ในบรรดาประเทศคู่ค้าที่จีนได้ลงนามความตกลงการค้าเสรีด้วยนั้น กว่า 70% มีมูลค่าการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นทั้งสองทิศทาง มูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวมของจีนอยู่ที่ 19.55 ล้านล้านหยวน และมีส่วนสนับสนุนมากกว่า 70% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด

“ท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอ อุปสรรคทางการค้า และวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจจีนยังคงพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพและมีคุณภาพ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง”

 ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศและภูมิภาคในปัจจุบัน ภาคธุรกิจที่ต้องการลงทุนต่างกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและการแข่งขัน แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือความไม่แน่นอน ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เจริญรุ่งเรืองและมีเสถียรภาพเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว

  • ตลาดจีนคือโอกาสของไทย

ฝ่ายจีนจะยังคงดำเนินยุทธศาสตร์การขยายอุปสงค์ภายในประเทศอย่างแน่วแน่ พร้อมลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม ตลอดจนกระชับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างจีนกับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสนับสนุนบริษัทจีนที่มีศักยภาพให้เข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ

 “จีนมีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน และมีประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน จึงมีศักยภาพทางการตลาดมหาศาล ในฐานะทั้ง 'ผู้ขายรายใหญ่' และ 'ผู้ซื้อรายใหญ่' ของโลก จีนสร้างประโยชน์แก่ประเทศต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเกื้อหนุนประเทศเพื่อนบ้านและการส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้านมีความมั่งคั่งร่วมกัน”

หัวใจสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับไทยคือการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันและความสำเร็จร่วมกัน

“จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมปีนี้ ไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนมากกว่า 1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพดีของไทยในตลาดจีน”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของไทย อาหาร การท่องเที่ยว และบริการดิจิทัล ล้วนมีศักยภาพสูงในการขยายตลาดสู่จีน ฝ่ายจีนยินดีต้อนรับสินค้าและบริการคุณภาพดีจากไทยเข้าสู่ตลาดจีนมากยิ่งขึ้น

  • จีนยกระดับอุตสาหกรรมสร้างโอกาสใหม่ให้ไทย

 การปรับเปลี่ยนและยกระดับอุตสาหกรรมของจีนสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ไทยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าประเภทเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ “สามสิ่งใหม่” ได้แก่ รถยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และเซลล์แสงอาทิตย์ ยังคงมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง

ส่วน “สามสิ่งใหม่ plus” ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และยานวัตกรรมทางการแพทย์ ก็กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ปัจจุบัน ยอดดาวน์โหลดโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีนทั่วโลกทะลุ 10,000 ล้านครั้งแล้ว มูลค่าธุรกรรมการให้สิทธิอนุญาตใช้สิทธิในยานวัตกรรมของจีนแก่ต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมของจีนส่งออกไปยัง 141 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมการยกระดับภาคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ระบบอัจฉริยะ

การพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพของจีนกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างจีนกับไทย ในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทยได้อนุมัติโครงการลงทุนของบริษัทจีน 5 แห่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยมีมูลค่าการลงทุนในระยะแรกมากกว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างงานทักษะสูงมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง และก่อให้เกิดการจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศมูลค่ากว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี เมื่ออุตสาหกรรมเหล่านี้เติบโตขึ้น ห่วงโซ่อุปทานในประเทศและการจัดซื้อภายในประเทศก็จะขยายตัวตามไปด้วย

  •  ร่วมมือพลังงานใหม่ จีน-ไทยไปด้วยกัน

 ความร่วมมือด้านพลังงานใหม่ของจีนสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาไทยในอนาคตจีนได้สร้างระบบพลังงานหมุนเวียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีมูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมสีเขียวและคาร์บอนต่ำรวมประมาณ 11 ล้านล้านหยวน

จีนยังสั่งสมประสบการณ์อย่างกว้างขวางในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสีเขียวของโลก

ปัจจุบัน ไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสีเขียว เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และประสบการณ์การประยุกต์ใช้ของจีนสามารถนำมาผสานกับทรัพยากรพื้นฐาน ศักยภาพด้านการผลิต และความต้องการในการพัฒนาของไทยได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย และส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ภายในประเทศ

 ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมโครงการจะเดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานที่มณฑลไห่หนานของจีน การดำเนินงานศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานจะครบรอบเกือบหนึ่งปีแล้วนั้น นับเป็นแนวปฏิบัติล่าสุดของจีนในการเปิดประเทศและการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง

“ผมหวังว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้สัมผัสกับโฉมหน้าใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไห่หนานด้วยตนเอง ตลอดจนทำความเข้าใจกับพัฒนาการใหม่ของการสร้างความทันสมัยแบบจีน และนำเรื่องราวของจีนไปถ่ายทอดให้เพื่อนชาวไทยได้รับรู้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ชาวไทยเข้าใจจีนและใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น”  นายเจ้ากล่าว

  •  โฆษกคือผู้เล่าเรื่อง

  ก่อนเข้าสู่การปาฐกถานายเจ้าเล่าว่า ทำงานในประเทศไทยเป็นเวลาสองปีแล้ว รู้สึกว่าสองประเทศเป็นพี่น้องกัน ตนได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศไทย เมื่อไปในแต่ละจังหวัดก็จะไปพูดคุยพบปะกับชาวบ้าน 

“ในฐานะโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผมมีหน้าที่รับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกของชาวไทยที่มีต่อประเทศจีน อีกหน้าที่หนึ่งที่ผมมีคือการเล่าเรื่อง เล่าให้คนไทยรู้ว่าประเทศจีนเป็นอย่างไร และเล่าให้คนจีนรู้ว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร ทุกคนในห้องนี้เป็นสื่อมวลชนก็น่าจะใช้บทบาทของตนเล่าเรื่องจีนที่จะได้ไปเยี่ยมชมมาเล่าให้คนไทยฟัง”