วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อวสานสวนสัตว์กลางกรุง

แม้ว่าป่าจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับสัตว์ แต่ด้วยข้อจำกัดก็ทำได้เพียงย้ายบ้านออกจากเมืองแออัดไปยังสถานที่ใหม่...ที่อาจจะดีกว่า

การย้ายสวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา ไปยังที่ใหม่ไกลออกไปถึงคลองหก ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นการปิดตำนานสวนสัตว์กลางกรุงที่มีมานานถึง 120 ปี แน่นอนว่ามีหลายคนตั้งคำถามว่าที่ใหม่จะดีว่าเดิมหรือเปล่า ชีวิตสัตว์ที่ต้องย้ายถิ่นฐานจะเป็นอย่างไร และอีกสารพัดข้อกังขา

ความเก่าแก่ของสวนสัตว์ดุสิตนับย้อนไปได้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นับเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย แม้จะปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์นานแค่ไหน แต่ด้วยความแออัดของสถานที่ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนสัตว์ ทำให้ต้องถึงวันเปลี่ยนแปลง โดยสวนสัตว์ดุสิตจะปิดตัวลงในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อย้ายไปยังที่ใหม่ ไกลจากความวุ่นวายของเมือง และกว้างกว่าเดิมถึง 3 เท่า คือ 300 ไร่

‘หมอหม่อง’ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ คุณหมอนักอนุรักษ์ แสดงความเห็นว่าแม้จะไม่เคยสนับสนุนการกักขังสัตว์ในกรงหรือในสวนสัตว์เพราะการทำสวนสัตว์แบบเก่าค่อนข้างหมิ่นเหม่ต่อการทรมานสัตว์ แต่ก็ยอมรับว่ามีความผูกพันกับสวนสัตว์ดุสิตพอสมควร เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก และน่าจะมีหลายคนใจหายกับการปิดฉากครั้งนี้

แต่ความหลังครั้งเก่าอาจต้องยอมเก็บไว้ลึกๆ ในลิ้นชักความทรงจำ เพราะอีกด้านการย้ายสวนสัตว์แห่งนี้คือการพลิกโฉมหน้าสวนสัตว์แบบเก่าให้ดีขึ้น อย่างที่ทราบกันดีถึงขนาดของกรง ความเป็นอยู่ของสัตว์ในสวนสัตว์แห่งนี้ไม่น่าพิสมัยนักเมื่อเทียบกับสวนสัตว์รุ่นถัดมา หมอหม่องยกตัวอย่างสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ว่าเป็นตัวอย่างของสวนสัตว์ที่รับได้ ในแง่ขนาดพื้นที่ การจัดการพื้นที่ การจัดการคุณภาพชีวิตสัตว์

“ถ้าจะทำสวนสัตว์ก็ควรจะเป็นสวนสัตว์ยุคใหม่ที่มุ่งเน้นเรื่องการทำเพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ เช่น สวนสัตว์โคราชเพาะพันธุ์นกกระเรียนมากเสียจนตอนนี้เราเอาไปฟื้นฟูประชากรนกกระเรียนในธรรมชาติได้ แต่นั่นก็ต้องมีพื้นที่ และบางอย่างไม่ใช่การจัดแสดงให้คนได้เห็น ต้องเพาะเลี้ยงอย่างมีวิชาการ ไม่ใช่แค่ให้คนไปดู แต่เป็นการอนุรักษ์นอกถิ่นอาศัย

บทบาทของสวนสัตว์ในศตวรรษที่ 21 ต้องไม่เหมือนยุคสมัยวิคตอเรียที่เอาสัตว์มาแสดงความแปลกใหม่ให้คนมาดู แต่ต้องให้คนเข้าใจระบบนิเวศว่าสัตว์เหล่านี้อยู่อย่างไร ไม่จำเป็นต้องมีสัตว์จำนวนมากมาย แค่ทำอย่างไรให้ได้ความรู้ และสัตว์มีความสุขตามมาตรฐานสากล”

การย้ายไปคลองหกถึงจะยังไม่เสร็จสิ้น ทว่าคุณหมอนักอนุรักษ์คนนี้คาดว่าจะทำให้หลายอย่างดีขึ้น

ด้าน ‘หมอล็อต’ นายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชมองว่า การก้าวหน้าสู่ความเป็นสวนสัตว์ยุคใหม่จะพลิกมุมมองของคนทั่วไป และเป็นที่ศึกษาที่ดีสำหรับประชาชน

“แม้กระทั่งผมเองที่เป็นสัตวแพทย์ จุดเริ่มต้นของการเป็นหมอสัตว์ป่าก็เริ่มต้นจากสวนสัตว์นี่แหละ สำหรับการย้ายไปที่ใหม่ย่อมดีต่อสัตว์แน่นอน หนึ่งเรื่องขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า ในขณะเดียวกันการออกแบบสถานที่อยู่ของสัตว์นำความรู้ใหม่ๆ เข้ามาจัดการได้ ทั้งการก่อสร้าง การเลี้ยงดู เป็นโอกาสดีๆ ของสัตว์”

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีเรื่องน่าห่วงอยู่หลายอย่าง ทั้งเล็กน้อยกระทั่งเรื่องใหญ่ เช่น การเดินทางยากกว่าเดิมจนคนอาจไม่อยากเดินทางไป และเรื่องใหญ่ที่หมอหม่องกังวลคือการเคลื่อนย้ายสัตว์ เนื่องจากสวนสัตว์แห่งใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ ต้องเคลื่อนย้ายสัตว์กระจายไปยังสวนสัตว์อื่นๆ ภายใต้การบริหารขององค์การสวนสัตว์ จำนวน 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี และสวนสัตว์ขอนแก่น แล้วจะต้องเคลื่อนย้ายอีกครั้งเมื่อสร้างเสร็จ

“การต้องย้ายสัตว์ไปสวนสัตว์อื่นก่อน แล้วต้องย้ายไปอีกรอบ ซึ่งการย้ายสัตว์ใหญ่สร้างความเครียดให้มันมาก และมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย บาดเจ็บ หรืออาจตาย สัตวแพทย์เขาคงชำนาญ แต่ความเสี่ยงมีทุกขั้นตอนแหละครับ เช่น ใช้ยาเยอะไปอาจทำให้หยุดหายใจ มีความเสี่ยงแน่นอน และยิ่งเป็นสัตว์ผู้ล่ายิ่งมีโอกาสผิดพลาดได้ สรุปคือการย้ายสัตว์ไม่ง่ายเลย ผมก็เชื่อว่าเขามืออาชีพนะ แต่ว่าก็ไม่ได้ทำเรื่องนี้ทุกวัน ก็มีโอกาสเกิดปัญหาได้”

และโดยสัญชาตญาณของสัตว์ป่า หลายชนิดมีนิสัยหวงถิ่นอาศัย เป็นอีกประเด็นที่ต้องคำนึง เพราะสัตว์ต้องย้ายไปที่ใหม่ ต้องปรับตัวขนานใหญ่ จากความคืบหน้าล่าสุดได้มีการสร้างกรงเสร็จเรียบร้อย ทว่าหมอหม่องบอกว่ายังมีเรื่องให้กังวลเยอะแยะ เช่น กรงจะใหญ่พอไหม สัตว์จะหวงถิ่นไหม จะปรับตัวเข้ากันได้ไหม โดยเฉพาะเรื่องการหวงถิ่นเขาอธิบายว่าต้องดูเป็นกรณีไป สัตว์แต่ละชนิดอ่อนไหวต่อเรื่องนี้ไม่เท่ากัน หากเป็นสัตว์ผู้ล่าอย่างสิงโตหรือเสือ มีปัญหาแน่นอน การย้ายบ้านใหม่จึงมั่นใจได้ว่าคงต้องจับแยกแน่นอน และถ้าพื้นที่ที่ต้องถูกแบ่งสรรเพื่อแยกกันอยู่ หากเล็กไปก็จะเกิดพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ อย่างที่หลายคนเคยเห็นเสือเดินวนไปวนมาในกรง บ่งบอกถึงความเครียดของสัตว์

เรียกว่าเป็นสากลไปแล้วสำหรับการคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ในสวนสัตว์ยุคใหม่ที่เรียกว่า Modern Zoo ที่เน้นเรื่องการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัย และเป็นสถานที่เก็บพันธุกรรมสัตว์ไว้ในกรณีที่ธรรมชาติมีปัญหา ความเป็น ‘ธนาคารพันธุกรรมสัตว์ป่า’ จึงสำคัญมาก และต้องยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ว่าการนำสัตว์มาเลี้ยงดู ต้องมีองค์ประกอบ การตกแต่งสถานที่สภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

หมอล็อต บอกว่าแม้จะถูกเลี้ยงในสวนสัตว์ แต่การเลี้ยงต้องส่งเสริมให้สัตว์แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติออกมาให้ได้มากที่สุด เช่น หมีชอบปีนต้นไม้ต้องมีต้นไม้ให้ปีน ชอบลับเล็บต้องมีต้นไม้ให้ลับเล็บ หมีกลัวไม่ชอบแสงตอนกลางวันก็ต้องมีถ้ำหรือโพรงให้นอน มีน้ำให้แช่ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสัญชาตญาณการหาอาหาร เช่น บางวันเอาอาหารไปซ่อนไว้จุดหนึ่งให้หมีหาอาหารเอง

“ตัวชี้วัดว่าสัตว์มีคุณภาพชีวิตดีคือการที่มันออกลูกได้ ขยายพันธุ์ได้ ถ้าคุณภาพชีวิตเขาไม่ดีในด้านใดก็ตามก็จะไม่ออกลูก ไม่ผสมพันธุ์ เพราะการผสมพันธุ์และออกลูกบ่งบอกถึงความพร้อมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวสัตว์เองหรือความพร้อมที่สภาพแวดล้อมเอง”

สำหรับหลักสวัสดิภาพสัตว์ เขาขยายความว่าคือ การปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีมนุษยธรรม ปัจจัยสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์ประกอบด้วย Five for freedom ได้แก่ อิสระจากความหิวและกระหาย, อิสระจากความรู้สึกไม่สบาย, อิสระจากความเจ็บปวด บาดเจ็บ และเป็นโรค, อิสระในการแสดงพฤติกรรมตามปกติ และอิสระจากความกลัวและความทุกข์ สวนสัตว์จึงต้องจัดหาอาหาร น้ำ และการพักผ่อนอย่างเพียงพอและเหมาะสมแก่สัตว์

นอกจากนี้ยังต้องประเมินสุขภาพสัตว์ หากต้องได้รับการรักษาต้องทันท่วงที และสิ่งสำคัญอีกประการคือสัตว์ต้องมีพื้นที่เพียงพอ และจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมปลอดภัย

ไหนๆ ก็จะย้ายบ้านใหม่ และเจ้าบ้านก็คือสัตว์ป่า จากสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นเมือง มีมลพิษห้อมล้อม นี่จึงเป็นโอกาสทองของการปรับตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่สำหรับพฤติกรรมสัตว์ป่า คือ ทำเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด

“คนที่ไปดูจะได้เข้าใจพฤติกรรมธรรมชาติของสัตว์ด้วย ถ้าเป็นลิงก็ต้องมีต้นไม้ให้ปีนป่าย ไม่ใช่กรงแบบสมัยก่อนที่เป็นปูนซีเมนต์แล้วมีเชือกห้อยให้ปีน มันคงไม่ได้ ถ้าไปดูสวนสัตว์สมัยใหม่ที่ทำดีๆ อย่าง สวนสัตว์ซานดิเอโก หรือสวนสัตว์สิงคโปร์ จะมีต้นไม้เต็มเลย ถ้าไปดูเขาดิน กรงลิงจะไม่เป็นอย่างนั้น เราควรทำให้เหมือนธรรมชาติมากขึ้น อย่างสวนสัตว์เปิดเขาเขียวส่วนมากผมว่าทำได้ดี และแน่นอนว่าอย่าไปอุตริเอาสัตว์ที่ไม่เหมาะสมมาจัดแสดง เช่น หมีขาว เพราะสวนสัตว์มีหน้าที่นอกจากการเพาะพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ ในแง่การจัดแสดงต้องทำให้คนได้ความรู้ เข้าใจพฤติกรรมธรรมชาติมากที่สุด”

หลายคนอาจเคยได้รับประสบการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนักจากสวนสัตว์บางแห่ง คือ จากที่น่าจะเป็นการชมสัตว์อย่างอภิรมย์กลายเป็นไปสังเวชใจกับภาพความเป็นอยู่แสนเศร้าของสัตว์ในกรงขัง การตบเท้าเข้าบ้านใหม่ครั้งนี้จะเป็นมิติใหม่ เปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ที่ว่า แค่ไปดูสัตว์ว่าหน้าตาแบบนี้ แต่ไม่เคารพสิทธิและสวัสดิภาพ หมอหม่องเปรียบเทียบว่าอันที่จริงนี่ก็เหมือนสัตว์ป่าเป็นนักโทษ ถูกพามาจากบ้านแล้วคุมขัง เพราะฉะนั้นต้องดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ไม่ใช่ชวนหดหู่

“การไปดูแล้วไม่สดชื่น ไม่เกิดความรักสัตว์ บางทีเกิดมุมมองผิดด้วยซ้ำว่ามนุษย์มีสิทธิทำสิ่งนี้กับเพื่อนร่วมโลกได้ บทบาทสวนสัตว์ต้องไม่ใช่ตู้โชว์สัตว์ ต้องทำให้เกิดการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสื่อความหมาย แสดงถึงความใส่ใจ และเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของสัตว์” หมอหม่องกล่าว

ในมุมมองหมอสัตว์ป่า หมอล็อตบอกว่าสวนสัตว์ยุคใหม่ไม่ใช่สถานที่นำสัตว์มากักขัง หรือทรมานสัตว์ เพราะในยุคนี้หากใครทำแบบนั้นจะถูกลงโทษทางสังคมเอง รายได้จะหายไป สวนสัตว์ยุคใหม่จึงพัฒนา ยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ และส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์เป็นอย่างดี

“ตอนนี้สถานีเพาะเลี้ยงที่เป็นหน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำลังศึกษามาตรฐานสวนสัตว์ ว่ามาตรฐานสวนสัตว์แต่ละที่ สัตว์แต่ละชนิด ควรมีเกณฑ์มาตรฐานอย่างไรบ้าง โดยหลักๆ เรามีมาตรฐานโลกอยู่แล้ว แต่สำหรับสัตว์พื้นถิ่นของเราต้องมีการสร้างมาตรฐานของไทยขึ้นมา เพื่อวางกรอบมาตรฐานสัตว์ป่าที่อยู่ในกรงเลี้ยง ทุกวันนี้เปิดให้ผู้ประกอบการ นักวิจัยจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ศึกษาวิจัย ทำประชาพิจารณ์ คุยกับผู้ประกอบการด้านสวนสัตว์ เป็นความกระตือรือร้นจากทุกฝ่าย”

ถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ตำนาน 120 ปีสวนสัตว์เขาดินจะปิดฉากลง แต่สวนสัตว์ใหม่ก็ยังไม่เปิด ยังพอมีเวลาให้พวกเราคิดฝันไปได้ว่า บ้านหลังใหม่ของสัตว์เหล่านี้น่าจะเป็นอย่างไร สำหรับหมอหม่อง เขาอยากเห็นสวนสัตว์แห่งศตวรรษที่ 21 เน้นการอนุรักษ์ แม้ไม่ง่ายแต่ก็เป็นไปได้หากองค์การสวนสัตว์ตั้งใจ ส่วนเรื่องการพักผ่อนหย่อนใจเป็นเรื่องรองที่ก็ต้องทำให้ดี ให้คนประทับใจ แล้วจะความรักความหวงแหนจะตามมา

39269447_1901170876608382_9176631677298933760_o