วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ลงใต้สั่งเน้นเชิงรุก ป้องกันถูกบึ้ม

"ประยุทธ์"ลงใต้สั่งเน้นเชิงรุก คุมเข้มป้องคนร้ายใต้ลอบวางบึ้ม ยันเป็นไปไม่ได้ลดกำลังทหาร รับยังคุมขนระเบิดเข้าชายแดนไม่ได้ 100%ขอปชช.สบายใจ

เมื่อเวลา 08.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงาน โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) สั่งการให้ติดตามความก้าวหน้าของ 6 กลุ่มงาน พร้อมไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ขอแสดงความเสียใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร รวมถึงประชาชนทุกคนที่สูญเสีย อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายหนึ่งยังคงก่อเหตุรุนแรงไม่ได้ลดลงแสวงหาทุกโอกาส เพื่อลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนต่อเนื่อง เราจะต้องแก้ไขด้วยวิธีทางกฎหมาย และเพิ่มปฏิบัติการเชิงรุก รวมถึงใช้กำลังดูแลรักษาความปลอดภัย เพราะเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธ เราไม่ได้เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรง ส่วนอีกฝ่ายพยายามใช้ความรุนแรงจึงจำเป็นต้องเพิ่มปฏิบัติการเชิงรุกมากขึ้น แต่การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ใช่ผลดี ทั้งนี้การลดกำลังทหารลง หรือ ลดการปฏิบัติการทางกฎหมายเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทหาร และตำรวจที่ปฏิบัติงานไม่สามารถละเว้นได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการควบคุมการก่อเหตุวางระเบิดนั้น ทางกองทัพดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาอยู่ที่การลักลอบนำสารตั้งต้นข้ามชายแดนเข้ามา และอีกส่วนคือภายในประเทศเอง ซึ่งจากด้านการข่าวพบว่า มีหลายกลุ่ม และจับกุมดำเนินคดีไปหลายกลุ่ม แต่ยังหลงเหลืออยู่ แม้จะมีด่านสกัดกั้น แต่ยังควบคุมไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเรายังไม่สามารถควบคุมได้ทุกเส้นทาง และ ไม่สามารถตรวจรถได้ทุกคัน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือกับประชาชน ส่วนใหญ่ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ส่วนน้อยทำให้รั่วไหลเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเราจะไม่มีการลดระดับ เนื่องจากเป็นเรื่องความเป็นความตายของชีวิตมนุษย์ และทำให้เกิดผลกระทบโดยรวม โดยเฉพาะประเทศชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นการเปิดเวทีให้กับผู้เห็นต่างได้แสดงเหตุผลว่า ทำไมถึงใช้ความรุนแรงทั้งๆที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่กันอย่างสงบ สัปดาห์ที่แล้วตนได้พบกับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย บอกว่า เสียใจที่มีสื่อบางฉบับเขียนว่า ประเทศเขาสนับสนุนการก่อเหตุในไทย เพราะไทยเป็นมิตรประเทศของเขา หากทำได้เขาก็พร้อมจะร่วมมือแก้ไขปัญหา ซึ่งตนได้ขอความมือด้านการข่าวจากเขา ซึ่งเขาพอใจต่อการแก้ไขปัญหาของเรา เพราะเราดูแลคนมุสลิมได้ดีที่สุด ส่วนเรื่องการพูดคุย หรือการเจรจาสันติภาพ ตนบอกว่า ยังไม่ถึงเวลานั้น วันนี้เป็นการเปิดเวทีสานเสวนา พูดคุยพบปะ เราจะไม่ยกระดับ หรือให้เป็นตัวแทนตามที่อ้างไม่ได้ เพราะจะเป็นการยกระดับขึ้นมาเทียบกับรัฐไม่ได้ คนพวกนี้เป็นคนผิดกฎหมาย

"อยากบอกให้ทุกคนสบายใจเรายังไม่ถือว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็นข้อยุติใดๆทั้งสิ้น ทางบีอาร์เอ็นอยากพูดอะไรก็ว่ามา เรามีเหตุผลที่จะชี้แจง ไม่ได้มีข้อตกลงอะไรทั้งสิ้น จะเสนอ 5-10 ข้อ เราก็รับฟัง เขามีเหตุผลอะไรบอกมา และยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ใช่ยุติตรงนี้แล้วไปสร้างที่อื่น แต่จะต้องยุติให้ได้ทั้งหมด และเราไม่ยกระดับใครทั้งสิ้น เป็นการพูดคุยกันของแต่ละกลุ่มเท่านั้นว่า วัตถุประสงค์ของแต่ละองค์กรคืออะไร อย่าคิดว่าใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เราเป็นรัฐจะไปเสียเปรียบได้อย่างไร การปฏิบัติอะไรจะต้องอนุมัติโดยรัฐบาล ถ้าไม่มีผู้รับผิดชอบสั่งการลงมาให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ปฏิบัติไม่ได้อยู่แล้วมีกฎหมายค้ำคออยู่ทุกคน ซึ่งที่ผ่านมามีหลายประเทศที่พอใจการแก้ไขปัญหาของเรา" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ