"ปลอดประสพ"ชี้สถานการณ์น้ำกึ่งวิกฤติ สั่งเร่งระบายน้ำเจ้าพระยาลงทะเลก่อนทะเลหนุนสูง ตั้งวอร์รูมเกาะติด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 เดือน
ฝนที่ตกหนักและเกิดน้ำท่วมขึ้นในหลายจังหวัด ทางภาครัฐได้ออกมายอมรับแล้วว่า สถานการณ์น้ำอยู่ในระดับกึ่งวิกฤต จึงได้สั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเกาะติดสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวานนี้(23 ก.ย.) ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำทั้งในระดับกระทรวงและระดับกรม ตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นในหน่วยงานของตัวเอง และส่งตัวแทนมาที่ศูนย์บัญชาการ (ซิงเกิ้ล คอมมานด์ เซ็นเตอร์) ของสำนักงานงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(สบอช.) ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อตั้งเป็นวอร์รูมติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 เดือน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระดับกึ่งวิกฤต
นายปลอดประสพ กล่าวว่า บ่ายวันเดียวกันนี้ ตนได้นั่งเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพราะมีฝนตกลงมาในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำไหลลงแม่น้ำปราจีน ขณะเดียวกันช่วงนี้มีน้ำทะเลสูง ส่งผลให้การระบายน้ำจากแม่น้ำปราจีนไปยังแม่น้ำบางปะกงเพื่อออกสู่ทะเลไม่ทัน
"เราพยายามหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การขยายท่อ และช่องทางระบายน้ำ รวมถึงการขุดคลองลัดแม่น้ำปราจีนให้ไหลลงแม่น้ำบางปะกงเร็วขึ้น เนื่องจากปัจจุบันแม่น้ำปราจีนเลี้ยวหักศอกบริเวณอ.กบินทร์บุรี ซึ่งเมื่อมีน้ำมากก็ล้นเข้าท่วมพื้นที่ของอำเภอดังกล่าว"
ระดับน้ำเจ้าพระยาตอนล่างส่อสูงขึ้น
ด้านศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 23 ก.ย. เวลา 06.00 น.ว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ในเกณฑ์ 1,564 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที และไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในเกณฑ์ 1,996 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา +16.69 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
กรมชลประทาน ได้วางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้พื้นที่ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ควบคุมการรับน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และตามคลองเล็ก ๆ ในปริมาณที่สมดุลกับปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ และศักยภาพของการรับน้ำตามคลองต่างๆ ไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำซ้อนในพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังจากการที่ฝนตกหนักและต่อเนื่องอยู่ก่อนหน้าแล้ว ส่วนในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้ดำเนินการในหลักการเดียวกัน ด้วยการควบคุมการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท - ป่าสัก และคลองชัยนาท-อยุธยา
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์สภาพภูมิอากาศในช่วงวันที่ 25-28 ก.ย.นี้ว่า จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และจะมีฝนตกหนักบางแห่ง กรมชลประทานได้คาดการณ์ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อ.เมือง นครสวรรค์ ในวันที่ 29 ก.ย. จะมีปริมาณน้ำประมาณ 1,800-1,900 ลบ.ม.ต่อวินาที และปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่จะไหลมาสมทบอีกประมาณ 400-500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น เพื่อไม่ให้มีปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีขีดความสามารถที่จะรับน้ำได้ จึงเป็นการดีที่จะเร่งระบายน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว
นายกฯสั่งกองทัพเรือเกาะติดน้ำ24ชม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ที่กองทัพเรือ ได้ไปดูปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และกล่าวยอมรับว่า มีความเป็นห่วง ได้สั่งให้กองทัพเรือติดตามปริมาณน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้กองทัพเรือได้ใช้เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำอยู่ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ชำรุดให้แข็งแรงมากขึ้น
ยืนยันว่าในจุดที่เคยมีปัญหาในช่วงปี 2554 เราดำเนินการแก้ไขหมดแล้ว ซึ่งเท่าที่รับรายงานขณะนี้ทุกหน่วยงาน รวมทั้ง กทม.พร้อมดำเนินการตามแผนของ กบอ.ที่ได้วางไว้ ส่วนการบริหารจัดการน้ำ และการระบายน้ำ จะต้องบูรณาการและหารือกันอีกครั้ง เพื่อป้องกันจังหวัดของตัวเอง และจะเชื่อมต่อกันในพื้นที่รอยต่อแต่ละจังหวัดด้วย ซึ่งกรมชลประทานจะเป็นผู้ดูแล โดยจะไม่ให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง"
"มท.1"สั่งผู้ว่าฯเตรียมรับมือน้ำท่วม
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.1) ได้เป็นประธานประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ผู้แทนกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ทั้งนี้ นายจารุพงศ์ ได้กำชับให้ทุกจังหวัดบูรณาการความร่วมมือและพร้อมรับอุทกภัยล่วงหน้า ทั้งบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ ร่วมกับจังหวัดใกล้เคียงครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไม่ให้ประชาชนท้ายเขื่อนและริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ย่านชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และแหล่งโบราณสถาน
"รอยล"ชี้พายุจ่อถล่มไทย25-29ก.ย.
นายรอยล กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยขณะนี้เกิดใน 21 จังหวัด 114 อำเภอ มีประชาชนเดือดร้อน 604,788 คน แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด,ภาคเหนือ 4 จังหวัด ,ภาคกลาง 7 จังหวัด ,ภาคตะวันออก 2 จังหวัด และภาคใต้ 1 จังหวัด แต่โดยรวมแล้วน้ำปีนี้มากกว่าปี 2555 แต่ยังน้อยกว่าปี 2554
โดยจากการตรวจสอบปริมาณน้ำสถานีบ้านค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ พบว่าแม่น้ำเจ้าพระยายังสามารถรองรับน้ำได้อีก แต่ที่น่ากังวลคือในวันที่ 25-29 ก.ย.นี้ จะมีร่องมรสุมพาดผ่านเข้ามาทางภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างอีกรอบ ซึ่งจะทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคกลาง กทม.และปริมณฑล และภาคตะวันออก
ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดคือ เขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งขณะนี้มีน้ำอยู่ 92% ของความจุ สามารถรับได้อีกแค่ 17 ล้านลบ.ม. และ เขื่อนลำนางรองมีน้ำอยู่ 81% ของความจุ หากฝนตกลงมาอย่างหนักอีกรอบจะทำให้น้ำจากเขื่อนลำนางรองจะทะลักออกไปทางจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนตัวพื้นที่น่าเป็นห่วงคือ จ.อุบลราชธานี ที่จะต้องรับน้ำจาก จ.สุรินทร์ และจ.ศรีสะเกษ ซึ่งหากเกิดฝนตกในพื้นที่จะทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งได้
แนะระบายน้ำผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก
นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทีม กรุ๊ป ออฟ คัมปานีส์ จำกัด กล่าวถึงการพยากรณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างว่า แม้ว่าฝนที่ตกในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้จะเป็นฝนปกติ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งมีปริมาณมากโดยเฉพาะบริเวณคลองเชื่อมสายต่างๆ เช่น คลองบางบาล คลองโพงเพลง ที่เชื่อมแม่น้ำน้อย ตอนนี้ได้ล้นตลิ่งออกมาแล้ว ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น อ.เสนา อ.ผักไห่ และ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุุธยา เกิดน้ำล้นตลิ่งมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะต้องรออีก 1 สัปดาห์หลังจากนี้สถานการณ์ถึงคลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นทางเดินน้ำสายหลัก ขณะนี้ยังคงมีบริเวณที่ยังสุ่มเสี่ยงกับน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะ จ.สิงห์บุรี ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งเพียง 80 ซม. และปทุมธานี 60 ซม. ดังนั้นกรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการน้ำให้ดี โดยทยอยระบายน้ำออกไปทางคลองชัยนาท-ป่าสัก บาง เพื่อไม่ให้แม่น้ำเจ้าพระยาสายหลักมีปริมาณมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสิงห์บุรี อ่างทอง และปทุมธานี คลายความกังวลใจลง
ผบ.ทอ.สั่ง3กองบินอีสานช่วยน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ เพื่อประเมินสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผบ.ทอ.ได้สั่งการให้ 3 กองบินที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ คือ กองบิน 1 นครราชสีมา กองบิน 21 อุบลราชธานี และกองบิน 23 อุดรธานี เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะพื้นที่อุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่รับมวลน้ำ
กบอ.ขอ184ล.ฟังความเห็นโครงการน้ำ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันที่ 24 ก.ย.นี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กบอ. ได้เสนอเรื่อง โครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ให้ที่ประชุมครม.พิจารณา ซึ่งใช้งบประมาณ 184,643,920 บาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม โดยขอรับการจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556
นายกฯชี้ปมแม่วงก์ต้องตัดสินใจร่วมกัน
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ว่า อยากให้คณะกรรมการและสถาบันการศึกษาที่รัฐได้ว่าจ้าง ได้ลงไปสำรวจและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากไม่มีการสร้างเขื่อน แม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการศึกษาผลกระทบไปบ้างแล้ว โดยกรมชลประทาน แต่ยังมีประชาชนเรียกร้องให้ศึกษาให้ครอบคลุมมากขึ้น ดังนั้นจะต้องนำผลการศึกษาเดิม และนำข้อเรียกร้องใหม่มาพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมรับฟัง เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน









