การเดินทางด้วยระบบราง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงกำลังเป็น “จุดเปลี่ยนเกม”ด้านการคมนาคมขนส่งสาธารณะในหลายเมืองใหญ่ เช่น จีนมีการขยายเครือข่ายเร็วที่สุดในโลก ครอบคลุมทุกมณฑลและฮ่องกงตั้งเป้าให้ถึง 60,000 กม. ภายในปี 2573
ส่วนสเปนมีเครือข่ายยาวที่สุดในยุโรป และมีความหนาแน่นของเส้นทางสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นแบบรถไฟความเร็วสูงของโลก อย่าง“ชินคันเซ็น” แม้แต่อินเดียก็กำลังก่อสร้างเส้นทางมุมไบ–อาห์เมดาบาด และวางแผนเครือข่ายไว้เกือบ 8,000 กม.
เมื่อเร็วนี้ ในงาน IHRA Meeting 2026 โดย International High-Speed Rail Association นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในงาน IHRA Meeting 2026 ณ จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ
โดยนำเสนอภาพรวมแผนพัฒนารถไฟความเร็วสูงของประเทศไทย 4 เส้นทาง 7 โครงการ ครอบคลุมเส้นทางสำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 กรุงเทพฯ–นครราชสีมา ซึ่งมีความก้าวหน้างานโยธา56.75% และโครงการระยะที่ 2 นครราชสีมา–หนองคาย ที่ได้ศึกษาในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยให้เอกชนรับผิดชอบการเดินรถและการบำรุงรักษา
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับรูปแบบการลงทุน การจัดหาเงินทุน การจัดสรรความเสี่ยงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการก่อสร้าง การเดินรถ และการบริหารจัดการโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
สำหรับเวที IHRA Meeting 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอแนวทางพัฒนารถไฟความเร็วสูงของไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและนำองค์ความรู้จากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทยให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
รายงานข่าวแจ้งว่า 4 เส้นทางหลัก รถไฟความเร็วสูงของไทย ได้แก่ สายเหนือ : กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ระยะทาง: ประมาณ 669 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี) เส้นทาง: กรุงเทพฯ – ดอนเมือง – อยุธยา – ลพบุรี – นครสวรรค์ – พิจิตร – พิษณุโลก – สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – ลำปาง – ลำพูน – เชียงใหม่ สถานะอยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผนพัฒนา แบ่งช่วง กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และ พิษณุโลก-เชียงใหม่
สายตะวันออกเฉียงเหนือ / สายไทย-จีน : กรุงเทพฯ – หนองคาย ระยะทาง: ประมาณ 609 กิโลเมตรจำนวน11 สถานี เส้นทาง: แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กม. กำลังก่อสร้างงานโยธา ระยะที่ 2 นครราชสีมา – หนองคาย ระยะทาง 357 กม. เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการประมูล
สายตะวันออก : เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร จำนวน 9 สถานีเส้นทาง เชื่อมต่อสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ, สนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ, และสนามบินอู่ตะเภา ระยอง สถานะอยู่ระหว่างการปรับปรุงสัญญาร่วมลงทุน (PPP)
สายใต้ : กรุงเทพฯ – ปาดังเบซาร์ระยะทางประมาณ 970 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี เส้นทากรุงเทพฯ – หัวหิน – สุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ เชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียสถานะอยู่ในแผนระยะยาวและทยอยพัฒนาเชื่อมต่อโครงข่ายลงสู่ภาคใต้โดยโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ช่วงสุราษฎร์ธานี–ปาดังเบซาร์ นับเป็นแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของโครงการครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ใช้ทางรถไฟขนาดกว้าง 1.435 เมตร (Standard Gauge) ที่รองรับรถไฟความเร็วสูงได้ถึง 300 กม./ชม. เส้นทางเริ่มต้นที่สถานีสุราษฎร์ธานี ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงช่วงหัวหิน–สุราษฎร์ธานี และสิ้นสุดที่สถานีปาดังเบซาร์





