กลุ่มช้าง สถาบันพระปกเกล้าฯ ปั้นเกษตรต้นแบบ “คู้ยายหมีลดการใช้สารเคมีฯ ”
เพราะ “ก้าวแรก” ของการปฏิรูปประเทศไทยจะขับเคลื่อนได้ ต้องเกิดจากกระบวนการสร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมตั้งแต่ระดับชุมชน และสิ่งสำคัญคือกลไกดังกล่าวต้องเกิดจากการ “ลงมือทำ” และการมีส่วนร่วมจึงจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ
โครงการ “ เกษตรต้นแบบคู้ยายหมีลดการใช้สารเคมีโดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง ” ซึ่งจัดขึ้น ณโรงเรียนบ้านหนองยาง ตำบลคู้ยายหมี ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานับเป็นอีกจุดเริ่มเล็กๆ ที่ถูกจุดประกายจากแนวคิดดังกล่าว โครงการริเริ่มและดำเนินงานโดยกลุ่มนักศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) รุ่นที่ 6 (กลุ่มช้าง)ซึ่งตั้งเป้าหมายให้โรงเรียนบ้านหนองยางแห่งนี้เป็นโมเดลนำร่องให้เกิดพฤติกรรมเชิงบวก ผ่านกระบวนการ “ปลุก” และ “ปลูก” จิตสำนึกให้กับนักเรียนและประชาชนในชุมชนให้เกิดความตระหนักในการลดการบริโภคผักที่มีสารเคมี และหันมาปลูกผักปลอดสารพิษ ได้แก่ ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง และผักไฮโดรโปรนิกซ์ ซึ่งปลูกได้ง่ายและเป็นที่นิยมเพื่อการบริโภคเอง นำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีในสังคม
มนตรี แก้ววิจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองยางบอกเล่าเรื่องราวว่า ปัจจุบันโรงเรียนบ้านหนองยางมีนักเรียน720 คน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3โดยนักเรียนรุ่นนำร่องที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการนี้ คือกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6
เดิมโรงเรียนเป็นหนึ่งในโรงเรียนเกษตรพอเพียง ซึ่งมีการปลูกผักไร้สารเพื่อบริโภคอยู่แล้ว แต่ด้วยสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่อำนวย ทำให้ไม่สามารถปลูกได้ตลอดปี
ภายหลังทางกลุ่มนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) รุ่นที่ 6 (กลุ่มช้าง) ได้จัดกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน มีการลงพื้นที่ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2559 ที่ผ่านมา ก็ได้นำเทคนิคพิเศษโดยใช้ระบบน้ำหยดมาแนะนำ ทำให้โรงเรียนสามารถปลูกผักสวนครัวได้ตลอดปี รวมถึงวิธีการปลูกพืชลอยฟ้าที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคแมลงที่มาจากพื้นดิน ทำให้โรงเรียนมีองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี
โครงการนี้ยังผสานความร่วมมือกับกลุ่มเยาวชนจิตอาสาจากโรงเรียนมีชัยพัฒนา จ.บุรีรัมย์ มาเป็นพี่เลี้ยงทำหน้าที่ถ่ายทอดแนวคิดนวัตกรรมด้านการเกษตรต่างๆ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และยังได้รับเกียรติจาก รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานิรมิตรกุล และ ร่วมด้วย พี่โคโค้ช ดร.พนมพันธ์ สมิตานนท์ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ (รองประธานสภาฉะเชิงเทรา) และนายกอบต.คู้ยายหมี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดกิจกรรมครั้งนี้
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานิรมิตรกุล รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กล่าวในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาหลักสูตรว่าโรงเรียนบ้านหนองยางจะเป็นโมเดลต้นแบบของโครงการ ในฐานะตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ และในระยะยาวจะเป็นต้นแบบที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ และขยายแนวคิดสู่ชุมชนและโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป
“ผลสัมฤทธิ์ของโครงการก็คือ สร้างความยั่งยืนให้กับโรงเรียนและชาวบ้านในท้องถิ่น ผลผลิตของ ผักที่ปลูกโดยหลักจะถูกส่งเข้าโรงอาหารของโรงเรียน ส่วนผักที่เหลือเด็กก็สามารถนำไปเก็บขายเพื่อสร้างรายได้เข้าโรงเรียน ขณะเดียวกันโครงการนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งในชุมชน”
เจนจิรา อัศวะธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มช้าง หรือ นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) รุ่นที่ 6 เล่าถึงกระบวนการดำเนินโครงการว่า นอกจากความรู้ด้านการเกษตรและร่วมปฎิบัติงานจริงแก่น้องๆ ในโรงเรียน แล้ว ทางกลุ่มยังได้ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ในด้านอื่นๆ อาทิ การบริหารจัดการ การคำนวณต้นทุน รายได้ รายจ่าย รวมถึงการตลาด เพื่อให้โครงการเกิดความยั่งยืน
“เดิมเราอยู่ในสายธุรกิจส่วนใหญ่ การทำกิจกรรมนี้ทำให้เราเจอคนมากมาย และได้ร่วมงานกับคนที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจริงๆ คนเหล่านี้คือผู้บริโภคของเรา แต่เราอาจแทบไม่เคยสัมผัสเขาใกล้ชิดขนาดนี้ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ถือเป็นโอกาสเรียนรู้และการทำงานต่อไป” คุณเจนจิรากล่าวทิ้งท้าย









