วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

Future Food Hub เข้าร่วมเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security เปิดความร่วมมือระดับโลก ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

KEY POINTS

  • Future Food Hub ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการลงทุนในระบบอาหารของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
  • เข้าร่วมเครือข่ายระดับโลก 'Global Flagship Initiative for Food Security' เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับโครงการและแหล่งเงินทุนนานาชาติ
  • มุ่งพัฒนากลไกทางการเงินใหม่เพื่อลดช่องว่างด้านเงินทุนและสนับสนุนสตาร์ทอัป FoodTech และ AgriTech ให้สามารถขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้
  • ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน และองค์กรต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นจริง

เปิดผลการศึกษา World Bank’s Agri-Food Business Consultation โดย นายสันติ อาภากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง TASTEBUD LAB, Bio Buddy และ Future Food Hub ร่วมกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ Chief Foresight Officer, FutureTales LAB by MQDC

ชี้โอกาสพัฒนากลไกเงินทุนใหม่เพื่อขับเคลื่อน Food Security เชื่อมผู้ประกอบการไทยกับตลาดและโครงการระดับนานาชาติ พร้อมเปิดรับพันธมิตรผ่าน Future Food Hub และชวนต่อยอดความร่วมมือใน Future Food Leader Summit ปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Hack Your Health”

กรุงเทพมหานคร, 15 ตุลาคม 2569 — ในวันที่ความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นโจทย์สำคัญของโลก ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และความต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น

ประเทศไทยกำลังมีโอกาสก้าวไกลกว่าบทบาทผู้ผลิตและส่งออกอาหาร สู่การเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมนวัตกรรม เทคโนโลยี เงินทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารที่มั่นคงและยั่งยืน

TASTEBUD LAB และ Future Food Hub ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน นักลงทุน นักวิจัย และผู้ประกอบการ

เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่สามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้จริง ทั้งในประเทศไทย ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และพื้นที่ที่มีความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารสูง เช่น ทวีปแอฟริกา

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Executive Roundtable ภายใต้หัวข้อ “From Dialogue to Investment” ณ Future Food Hub กรุงเทพมหานคร ในช่วงสัปดาห์การประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี

เวทีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.Conrad Rein เลขาธิการ Global Flagship Initiative for Food Security ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนจากหน่วยงานและองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 20 องค์กร ครอบคลุมองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน เครือข่ายนักลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันวิจัย

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

อาทิ Bayer Foundation, องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO), กองทุนพัฒนาเงินทุนแห่งสหประชาชาติ (UNCDF), UOB Thailand, TBAN Association, สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย,

สถาบันอาหารในสังกัดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (Institute of   Agro-based Industries, FTI), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA, Institute for Global Environmental Strategies (IGES),

FutureTales LAB by MQDC,  Bhiraj Management Co., Ltd., Boon Ventures, Vectors Capital, ProUNI, UniFAHS และ FoSTAT เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจโอกาสในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารผ่านนวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ

Global Flagship Initiative for Food Security ปลดล็อกเงินทุนสู่อนาคตอาหาร

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือโอกาสในการเชื่อมประเทศไทยเข้ากับกระแสการลงทุนด้านความมั่นคงทางอาหารระดับโลก โดย ดร. Conrad Rein เลขาธิการ Global Flagship Initiative for Food Security สะท้อนว่า

ความท้าทายสำคัญของการขับเคลื่อน Food Security ไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างกลไกที่ช่วยปลดล็อกและเชื่อมเงินทุนที่มีอยู่เข้ากับโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบได้จริง

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

ปัจจุบัน Global Flagship Initiative for Food Security มีเครือข่ายสมาชิกประมาณ 50 ราย และโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานประมาณ 20 โครงการ โดยมุ่งสนับสนุนความร่วมมือระหว่างองค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ ภาคเอกชน และนักลงทุน เพื่อพัฒนาโครงการด้านความมั่นคงทางอาหารที่สามารถขยายผลและดึงดูดการลงทุนได้

ADB ลงทุน Food Security  4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2030 

ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมเสวนาจาก Institute for Global Environmental Strategies (IGES) ได้ร่วมสะท้อนทิศทางการลงทุนด้านความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค โดยกล่าวถึงกรอบการสนับสนุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) มูลค่ารวม 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

ซึ่งประกอบด้วยกรอบการลงทุนเดิม 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารและการเกษตรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการพัฒนากลไกทางการเงินด้าน Climate-Smart Agriculture ในประเทศไทย ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพัฒนาและอาจนำไปสู่การสนับสนุนเงินทุนประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แนวโน้มการลงทุนดังกล่าวสะท้อนโอกาสของประเทศไทยในการพัฒนาโครงการ Future Food และ AgriTech ที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยมี Future Food Hub เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นวัตกรรม และพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อร่วมผลักดันโอกาสด้านเงินทุนสู่โครงการที่เกิดขึ้นได้จริง

เปิดเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security เชื่อมศักยภาพไทยกับความต้องการของโลก

การเข้าร่วมเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ TASTEBUD LAB และ Future Food Hub ในการขยายบทบาทจากการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารภายในประเทศ ไปสู่การเชื่อมโยงความร่วมมือด้าน Food Security ในระดับนานาชาติ

ความร่วมมือมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยได้ทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนา สถาบันการเงิน นักลงทุน และพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อร่วมค้นหาโจทย์และพัฒนาโครงการที่ตอบสนองต่อความต้องการของระบบอาหารในแต่ละพื้นที่

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

โดยเฉพาะการเชื่อมความเชี่ยวชาญของประเทศไทยด้านการผลิตและแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีเกษตร นวัตกรรมวัตถุดิบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เข้ากับความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารในประเทศกำลังพัฒนา

รวมถึงประเทศในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนในโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

หัวใจสำคัญของความร่วมมือจึงไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่เป็นการเชื่อมพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงการที่มีความพร้อมต่อการลงทุน สามารถขยายผล และตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารได้อย่างยั่งยืน

เปิดข้อค้นพบ World Bank’s Agri-Food Business Consultation ชี้โอกาสพัฒนากลไกเงินทุนเพื่อ Food Security

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ Executive Roundtable คือการนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อค้นพบจาก World Bank’s Agri-Food Business Consultation ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจโอกาสและความท้าทายในการพัฒนาภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย

ภายในวงหารือมีการนำประเด็นจากการศึกษามาต่อยอดร่วมกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (Dr. Karndee Leopairote) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการมองอนาคต (Chief Foresight Officer), FutureTales LAB by MQDC

เพื่อสะท้อนโอกาสในการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและการลงทุนที่เหมาะสมกับระบบอาหารไทย รวมถึงแนวทางเชื่อมผู้ประกอบการและนักพัฒนานวัตกรรมเข้ากับแหล่งทุนและพันธมิตรระดับนานาชาติ

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ช่องว่างด้านเงินทุนระหว่างการพัฒนานวัตกรรมกับการขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์ ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการ FoodTech และ AgriTech จำนวนมาก แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี วัตถุดิบ และอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร

หนึ่งในแนวทางที่เสนอคือการพัฒนา Catalytic Finance หรือกลไกเงินทุนเร่งปฏิกิริยา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะเริ่มต้นและเอื้อให้เงินทุนจากภาครัฐ องค์กรพัฒนา และนักลงทุนเอกชนสามารถเข้ามาสนับสนุนโครงการที่มีศักยภาพร่วมกันได้

แนวคิดดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประเทศไทยพัฒนาโครงการด้าน Food Security ที่เชื่อมทั้งการเกษตรอัจฉริยะ การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ การผลิตอาหารที่ยั่งยืน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลอดห่วงโซ่อาหาร พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือข้ามประเทศในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

นายสันติ อาภากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง TASTEBUD LAB, Bio Buddy และ Future Food Hub กล่าวว่า

“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลก แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปคือกลไกทางการเงินที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมในประเทศเข้ากับเงินทุนและพันธมิตรระดับสากลอย่างเป็นระบบ

วันนี้เราไม่ได้มาเพียงเพื่อขอความร่วมมือเท่านั้น แต่เรามาพร้อมข้อเสนอที่ชัดเจน Future Food Hub พร้อมร่วมพัฒนาและเป็นเจ้าภาพกลไกดังกล่าวในประเทศไทยโดยตรง”

จาก Climate-Smart Agriculture ถึง Future Food โอกาสสร้างมูลค่าใหม่ให้ระบบอาหารไทย

นอกจากประเด็นด้านเงินทุน ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศและภาคอุตสาหกรรมยังร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับระบบอาหารไทยผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ผู้แทนจาก Institute for Global Environmental Strategies  กล่าวถึงโอกาสการลงทุนด้าน Climate-Smart Agriculture เพื่อช่วยให้ภาคเกษตรปรับตัวต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ

ขณะที่ UNIDO สะท้อนแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมอาหารผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เทคโนโลยีดิจิทัล และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนและเครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างประเทศ

ด้าน EEC มองเห็นศักยภาพในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหารขั้นสูง และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบทางการเกษตรและสร้างโอกาสการลงทุนใหม่

การหารือยังสะท้อนโอกาสของประเทศไทยในการต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพร และวัตถุดิบท้องถิ่น ไปสู่ Functional Food อาหารเพื่อสุขภาพ และนวัตกรรม

ที่ตอบโจทย์ Longevity ควบคู่กับการสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ผ่าน Smart Farming และเทคโนโลยีดิจิทัล

ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารไทยไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างมูลค่าจากองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ 

Future Food Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

Future Food Hub พื้นที่ความร่วมมือระหว่าง TASTEBUD LAB, Bio Buddy และภิรัชบุรีกรุ๊ป

เพื่อเปลี่ยนโอกาสเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง Future Food Hub ได้รับการพัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่าง Bio Buddy และภิรัชบุรีกรุ๊ป (BHIRAJ BURI GROUP) โดยมี TASTEBUD LAB ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายนวัตกรรมอาหารและการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย และนักลงทุน

Future Food Hub ไม่ได้มุ่งเป็นเพียงพื้นที่จัดกิจกรรมหรือพบปะเครือข่าย แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมการพัฒนานวัตกรรมกับโอกาสทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดลองตลาด การสร้างพันธมิตร และการเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน

ภายใต้ความร่วมมือกับภิรัชบุรีกรุ๊ป Future Food Hub ยังมุ่งสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ สตาร์ตอัป นักวิจัย และองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้นวัตกรรมสามารถก้าวจากแนวคิดและงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงและการเติบโตเชิงพาณิชย์

สำหรับการขับเคลื่อนด้าน Food Security ในระยะต่อไป Future Food Hub พร้อมเปิดรับความร่วมมือในการพัฒนาโครงการนำร่อง (Pilot Projects) การเชื่อมแหล่งเงินทุน การสร้างความพร้อมต่อการลงทุน และการพัฒนาโครงการร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติ

หนึ่งในแนวทางที่นำเสนอภายในวงหารือคือการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกัน (Joint Scoping Exercise) ระยะเวลา 60–90 วัน เพื่อสำรวจรูปแบบกลไกทางการเงินที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดย Future Food Hub เสนอบทบาทเป็นผู้ร่วมพัฒนาและพื้นที่ปฏิบัติการสำหรับการทดลองและต่อยอดโครงการ (Living Lab)

ชวนสานต่อความร่วมมือใน Future Food Leader Summit ปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Hack Your Health”

การประชุม “From Dialogue to Investment” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเครือข่ายและเชื่อมบทสนทนาสู่โอกาสใหม่ โดย TASTEBUD LAB และ Future Food Hub เตรียมสานต่อความร่วมมือผ่าน Future Food Leader Summit ปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Hack Your Health”

เวทีดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้นำธุรกิจ นักวิจัย ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัป นักลงทุน และองค์กรพันธมิตร ร่วมสำรวจอนาคตที่อาหาร สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจะเชื่อมโยงกันมากขึ้น ตั้งแต่นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ โภชนาการเฉพาะบุคคล ไปจนถึงระบบอาหารที่สามารถฟื้นฟูสุขภาพของผู้คนและโลกได้พร้อมกัน

TASTEBUD LAB และ Future Food Hub เชิญชวนองค์กรที่สนใจร่วมพัฒนาระบบอาหารแห่งอนาคต ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และความมั่นคงทางอาหาร เข้าร่วมเครือข่าย Future Food Hub และร่วมต่อยอดบทสนทนาสู่ความร่วมมือที่จับต้องได้ใน Future Food Leader Summit ปีที่ 7

เพราะอนาคตของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราผลิตได้มากเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเชื่อมความรู้ เงินทุน และผู้คน เพื่อสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นให้กับโลกได้อย่างไร

เกี่ยวกับ Future Food Hub / TASTEBUD LAB

Future Food Hub เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตที่พัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่าง Bio Buddy และภิรัชบุรีกรุ๊ป โดยมี TASTEBUD LAB ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และพันธมิตรระดับนานาชาติ

แพลตฟอร์มมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างความร่วมมือ การทดลองนวัตกรรม การเข้าถึงตลาด และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรม Future Food, FoodTech, AgriTech, BioTech และ HealthTech ตลอดจนการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืน

เปิดรับความร่วมมือ: Future Food Hub เปิดรับผู้ประกอบการ องค์กร นักลงทุน นักวิจัย และพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สนใจร่วมพัฒนานวัตกรรมและโครงการด้าน Food Security, Future Food และระบบอาหารที่ยั่งยืน เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อหารือแนวทางความร่วมมือได้ที่ https://www.tastebudlab.com/future-food-hub-1

ติดตามเรื่องราวและมุมมองด้าน Future Food และบทสัมภาษณ์เจาะลึก กับ Global Flagship Initiatives for Food Security ได้ทาง PODCAST TASTEBUD https://youtube.com/@tastebudlab1535?si=fNi2XR67wpSTacMu