วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กล้วยไม้ไทยอวดโฉมต่างชาติใน APOC 12

งานประชุมวิชาการกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 12 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเมืองทองธานีระหว่างวันที่ 19-27 มีนาคม 59 นี้


กรมวิชาการเกษตรโชว์กล้วยไม้นามพระราชทาน 5 ชนิดอวดโฉมชาวไทยและต่างชาติในงานประชุมวิชาการกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 12 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเมืองทองธานีระหว่างวันที่ 19-27 มีนาคม 59 นี้ เผยเป็นโอกาสทองของไทยโชว์ความเป็นเลิศด้านกล้วยไม้สะกดสายตานานาชาติ รวมกูรูกล้วยไม้จากทั่วโลกคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 45,000 คน

นายสมชาย   ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร   เปิดเผยว่า   หลังจากเปิดให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมงานประชุมวิชาการกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 12 หรือที่รู้จักกันในชื่อ APOC 12 ประกอบด้วยสมาชิก 11 ประเทศคือ   ญี่ปุ่น มาเลเซีย สหภาพเมียนมาร์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ไต้หวัน สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และไทย   ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระหว่างวันที่ 19มีนาคมที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่27 มีนาคมนี้ ณ. ศูนย์การประชุมนานาชาติเมืองทองธานีนั้น ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากชาวไทยและต่างชาติในการเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก คาดตลอด 9 วันจะมีจะมีผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและและต่างประเทศประมาณ 45,000 คน   โดยผู้ที่เข้าเยี่ยมชมส่วนมากจะตะลึงกับความสวยงามของกล้วยไม้ไทยที่นำมาจัดแสดงหลากหลายสายพันธ์

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อเป็นการสานต่อกิจกรรมกล้วยไม้ของไทยในการอนุรักษ์ และพัฒนากล้วยไม้อย่างต่อเนื่องในฐานะประเทศสมาชิก รวมถึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านกล้วยไม้ของไทย ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนทางวิชาการ และเทคโนโลยีด้านกล้วยไม้ระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคนในชาติโดยใช้กล้วยไม้เป็นสื่อสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอีก    ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกกล้วยไม้และผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลให้มีการเพิ่มมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 19 ต่อปี ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกล้วยไม้เขตร้อนอันดับ 1 ของโลก

โดยภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 30 คูหา ภายใต้แนวคิด “การอนุรักษ์และการจัดการกระบวนการผลิตกล้วยไม้เพื่อมวลมนุษย์ชาติ" โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วนส่วนที่ 1 กล้วยไม้ไทยที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นการค้า ส่วนที่ 2 จัดแสดงโปสเตอร์ กึ่งวิชาการและแสดงกล้วยไม้ วัสดุปลูกกล้วยไม้   ส่วนที่ 3 คลินิกกล้วยไม้ และส่วนที่ 4 แสดงเทคโนโลยี TIB และโรงเรือนกล้วยไม้รองเท้านารี

และที่อยากเชิญชวนคนไทยมาเยี่ยมชมได้แก่ การจัดแสดงกล้วยไม้พระนาม ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และจัดแสดงกล้วยไม้ที่ได้รับพระราชทานนาม 5 ชนิด คือ รักต สิริน ม่วงราชกุมารี เอื้องศรีประจิม เอื้องศรีอาคเนย์ และเอื้องศรีเชียงดาว พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้กำหนดให้กล้วยไม้ 3 ชนิดของไทยเป็นกล้วยไม้ไฮไลท์ภายในงาน คือ แวนด้าบลูเหลืองจันทบูร และเข็มแสด ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และกำลังออกดอกให้ชมในช่วงจัดงานนี้อีกด้วย

นายสมชาย   กล่าวด้วยว่า นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว การจัดประชุมวิชาการกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 12ในครั้งนี้   ยังเป็นเวทีสำคัญในการพบปะระหว่างนักกล้วยไม้จากทั่วโลก ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกล้วยไม้ทั้งหมดจาก 13 ประเทศ เป็นการแสดงให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านกล้วยไม้ ในการประชุมวิชาการโดยจะมีการบรรยายพิเศษจากผู้ที่มีชื่อเสียงและบทบาทสำคัญในวงการกล้วยไม้ระดับโลกแล้ว ยังมีกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่นการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนถึง 15 หน่วยงาน   การประกวดจัดสวนกล้วยไม้ทั้งในประเทศและนานาชาติกว่า 90 สวน การประกวดกล้วยไม้กระถาง กล้วยไม้ตัดดอก การจัดกล้วยไม้ในภาชนะ แข่งขันจัดดอกกล้วยไม้ แข่งขันวาดภาพสีน้ำ การจำหน่ายสินค้ากล้วยไม้จากทั้งในประเทศและต่างประเทศและการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆ เป็นต้น

ปัจจุบันประเทศไทย เป็นประเทศที่ส่งออกดอกกล้วยไม้และต้นกล้วยไม้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี   โดยส่งออกกล้วยไม้เขตร้อนมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับ 1ของโลก   ในขณะที่การส่งออกต้นกล้วยไม้เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศไต้หวันเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมาความหลากหลายของพันธุกรรมกล้วยไม้กว่า 1,000 ชนิดจากทั่วโลกมี 25,000 ชนิด

สำหรับใครอยากชมกล้วยไม้สวยๆของจริง สามารถเข้าชมได้ภายในงานได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2559 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์www.apoc12.com หรือโทร.02-940-7339