กรณีพบชายชาวไนจีเรียติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" หรือ ฝีดาษวานร ซึ่งพบเป็นรายแรกในไทย ล่าสุด (22 ก.ค.2565) ชายติด "ฝีดาษลิง" ยังลอยนวล ตำรวจเผยผู้ป่วยวีซ่าหมดอายุ ตัวเลขเสี่ยงสูง 17 ราย
กรณีพบชายชาวไนจีเรียติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" หรือ ฝีดาษวานร ซึ่งพบเป็นรายแรกในไทย ขณะที่แพทย์ยืนยัน ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นผู้ป่วยนอก ปฏิเสธการรักษาและไม่มาพบแพทย์ตามที่นัดหมาย ขณะนี้ยังตามไม่พบตัว ขณะที่ตำรวจ จ.ภูเก็ต เผยหนุ่มรายนี้วีซ่านักท่องเที่ยวหมดอายุ จึงเป็นกลุ่ม overstay
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แถลงข่าวชายติด "ฝีดาษลิง" หนีออกจาก รพ. (คลิป)
- ปมชายติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" หนีออก รพ. อนุทิน สั่งเร่งล่าตัว ขู่ใช้กฎหมายสูงสุด
- ตร.-ทีมสืบสวน เร่งตาม "หนุ่มไนจีเรีย" ติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" ที่ภูเก็ต หลบหนีลอยนวล
ภายหลัง กรมควบคุมโรค ยืนยันพบผู้ป่วยโรค "ฝีดาษลิง" หรือ ฝีดาษวานรรายแรกของไทยที่ จ.ภูเก็ต วันนี้ (22 ก.ค.65) ทางจังหวัดภูเก็ตได้แถลงความคืบหน้าโดยผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นชายชาวไนจีเรียอายุ 27 ปี
นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ผู้ป่วยเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2564 เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีอาการไข้ เจ็บคอ มีผื่นขึ้นตามร่างกายและอวัยวะเพศและเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2565 ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและปฏิเสธการรักษา
โดยโรงพยาบาลแห่งที่สองที่ผู้ป่วยไปตรวจ แพทย์สงสัยว่ามีอาการเข้าข่ายโรคฝีดาษวานร จึงได้ทำการเจาะเลือดส่งเพาะเชื้อ ระหว่างนั้นผู้ป่วยรักษาแบบผู้ป่วยนอก ภายหลังทราบผลตรวจจากห้องปฏิบัติการยืนยันตรงกันทั้ง 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลเอกชนประสานผู้ป่วยให้เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แต่ผู้ป่วยไม่มาตามนัดและหายตัวไป
ด้าน พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายนี้วีซ่านักท่องเที่ยวหมดอายุจึงเป็นกลุ่ม overstay หรืออยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว โดยตรวจเข้มทุกช่องทางเข้าออก ซึ่งหากพบตัวจะได้ส่งเข้ารักษาตามขั้นตอนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคขณะนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 17 คน ผลตรวจกลุ่มเสี่ยงแรก 7 คน ผลไม่พบเชื้อ ขณะที่อีก 10 คนอยู่ระหว่างรอผลและกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าระบบสาธารณสุขของจังหวัดมีความพร้อมในการรับมือโรคฝีดาษวานร ทั้งมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค คัดกรองและคัดแยกผู้ป่วยได้เร็ว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและคอยหมั่นสังเกตหากพบ ชายต้องสงสัยให้รีบแจ้งสถานพยาบาลหรือสถานีตำรวจโดยเร็ว
นอกจากนั้น ให้สังเกตอาการตนเองและคนใกล้ชิด โดยโรคฝีดาษวานรมีลักษณะคล้ายกับโรคสุกใส (อีสุกอีใส) อาการบ่งชี้ที่เด่นชัด คือ มีไข้ ต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะที่รักแร้และขาหนีบโตและมีผื่นตุ่มหนอง
ข้อมูลจากทีมแพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ระบุว่า สายพันธุ์โรคฝีดาษวานรของผู้ป่วยรายนี้ คือ West Africa เป็นสายพันธุ์ที่มีอาการรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ Central Africa โดยการติดต่อไม่แพร่เชื้อง่ายเหมือนโรคโควิด-19 นอกจากการสัมผัสใกล้ชิดแบบเนื้อแนบเนื้อ ยืนยันว่า นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ตได้ตามปกติและมีความปลอดภัย





