วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีฟื้นตัว +24 จุด โดยดัชนีปิดตลาดเป็นจุดสูงสุดของวัน จากแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับตัวลงไปแรง เมื่อวานที่ผ่านมา ตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกที่ยูเครนยอมไม่เข้าร่วม NATO ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อเรียกร้องของรัสเซีย
ติดตามการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครน ในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,643.64 จุด +24.54 จุด +1.52% มูลค่าการซื้อขาย 115,052 ลบ. ต่างชาติ -3,986.45 ลบ. TFEX +7,344 สัญญา ตราสารหนี้ -13,848.35 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 653.61 จุด +2.00% ขานรับการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความคืบหน้า ซึ่งอาจจะปูทางให้สงครามในยูเครนยุติลง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาด ขณะที่การร่วงลงของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นธุรกิจการเดินทาง
+ บริษัทโมเดอร์นา อิงค์ประกาศแผนจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนในเคนยา เพื่อใช้ผลิตวัคซีนประเภท mRNA รวมถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยนับเป็นครั้งแรกที่โมเดอร์นาจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนในทวีปแอฟริกา
+ นายอิฮอร์ โซฟวา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครน และเป็นผู้ช่วยของปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ยูเครนเปิดกว้างที่จะหาทางออกตามแนวทางการทูตเพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย
+ นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียต้องการที่จะเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับยูเครน ทันทีที่คณะผู้แทนของยูเครนมีความพร้อม
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในประเทศวันนี้กลับมาเพิ่มขึ้น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 23,512 ราย atk 49,494 ราย เสียชีวิต 74 ราย รักษาหาย 24,161 ราย
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 15 ดอลลาร์ +12.1% ปิดที่ 108.70 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศสนับสนุนการผลิตน้ำมันเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานขาดแคลนอันเนื่องมาจากรัสเซียถูกนานาประเทศคว่ำบาตร ฐานใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน
- รมว.พาณิชย์สหรัฐให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส ว่า บริษัทจีนที่ท้าทายมาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐที่บังคับใช้กับรัสเซียอาจถูกแบนไม่ให้เข้าถึงอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ของสหรัฐที่บริษัทจีนจำเป็นต้องใช้ในการผลิตภัณฑ์สินค้า
- เลขาธิการองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) เตือนว่าโลกไม่อาจหาน้ำมันมาทดแทนส่วนแบ่งการส่งออกน้ำมันของรัสเซียได้ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้พลังงานมาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง
- กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ชี้เป้ากรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างให้อุตสาหกรรมเหล็กวิกฤติไปทั่วโลก
- ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลกระทบจากกรณีพิพาทรัสเซีย-ยูเครนที่มีต่อเศรษฐกิจไทย คาดเศรษฐกิจไทยกรณีเลวร้ายสุด เสียหายกว่า 2.44 แสนล้านบาท GDP เหลือ 2.7% ด้านดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค-ธุรกิจร่วงยกแผง ปัจจัยกดดันหนักทั้งโอมิครอนพุ่ง-น้ำมันแพง-ค่าครองชีพสูง
- ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปลายปี 64 ส่งผลกระทบให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่านักวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับประมาณการในปี 65 ลดลง
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีความคาดหวังว่าหากการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความคืบหน้า ซึ่งอาจจะปูทางให้สงครามในยูเครนยุติลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรงยังกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,635-1,658
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น Value Play : KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC
• มาตรการอุดหนุน EV : EA NEX BYD GPSC NDR
• กรณีสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง บวกต่อ PTTEP PTTGC TOP , สินค้าเกษตร ข้าวสาลี และกากถั่วเหลืองขึ้น เป็นบวกต่อ TMILL TVO และเป็นลบต่อธุรกิจอาหารสัตว์ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น CPF GFPT ASIAN
หุ้นรายงานพิเศษ
XPG - Analyst Meeting - มุมมองบวก
•4Q64 พลิกมีกำไร 37 ลบ. จากขาดทุน 13 ลบ.ใน 3Q64 และขาดทุน 23 ลบ. ใน 4Q63 ปี 64 พลิกมีกำไร 88 ลบ. จากขาดทุน 17 ลบ.จากเริ่มรับรู้รายได้จากการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคน และการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตหลังได้รับชำระหนี้คืน
•หลังเพิ่มทุนสำเร็จทำให้มีความพร้อมด้านการเงินและบุคลากร ทำให้ผลประกอบการมีศักยภาพเติบโตจากธุรกิจใหม่ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลจาก XSpring Digital ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปัจจุบันมีใบอนุญาต 4 ใบอย่างเป็นทางการจาก ก.ล.ต. ได้แก่ 1. นายหน้าซื้อขาย คริปโทเคอร์เรนซี 2. นายหน้าซื้อขายโทเคนดิจิทัล 3. ผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี และ 4. ผู้ค้าโทเคนดิจิทัล ที่ผ่านมา XPG เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขาย “สิริฮับ โทเคน” (SIRI ถือหุ้น XPG สัดส่วน 14.08%) ทำให้มีโอกาสได้รับงาน ICO Portal ในอนาคต
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกจากโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Asset ที่จะช่วยหนุนศักยภาพในการเติบโตของรายได้และผลประกอบการในอนาคต ขณะที่ราคาหุ้น -30%YTD ถือเป็นโอกาสดีในการทยอยสะสม
หุ้นมีข่าว
(+) PLANB (Bloomberg Consensus 9.70 บาท) คาดเม็ดเงินสื่อปี 2565 พุ่ง 1.2 แสนล้านบาท วางเป้ารายได้ปีนี้ยืนเหนือ 6-6.3 พันล้านบาท อัตราการใช้สื่อมีสิทธิกลับไปสู่ปกติที่ 70% เป้ามาร์จิ้นกลับไปเทียบเท่าปี 2562 ที่ 34.72% วางงบกว่า 1 พันล้านบาท รองรับการขยาย-ปรับปรุงจอสื่อ ฉายภาพผลงาน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565 โตดีกว่าปีก่อน หลังเศรษฐกิจ-กาลังซื้อฟื้นตัวดีขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PJW (Bloomberg Consensus 6.20 บาท) เดินหน้าขยายตลาดรถ EV มองเป็นเมกะเทรนด์ พร้อมทุ่มลงทุน 200 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานย่อย PJW AutoEV ด้านบรรจุภัณฑ์การแพทย์ คาดชัดเจนในไตรมาส 2/2565 ปักเป้ายอดขายปี 2565 โตไม่ต่ากว่า 10% มองดีมานด์ยานยนต์-น้ำมันเครื่องปีนี้ดีขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CI (Bloomberg Consensus - บาท) เจาะลึกแผนธุรกิจ CI กับ "สงกรานต์ อิสสระ" พร้อมเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ต่อยอดการเติบโต ศึกษาธุรกิจกัญชง-กัญชา หวังต่อยอดกับธุรกิจโรงแรม สปา ร้านอาหาร เล็งออกเหรียญโทเคนเพิ่มฐานลูกค้า ขยายช่องทางการให้บริการทั้งคอนโดมิเนียม บ้าน เดี่ยว บ้านพักตากอากาศ รวมถึงจองที่พัก โรงแรมในกลุ่ม CI ด้านธุรกิจอสังหาตั้งเป้ารายได้ปี 2565 ใกล้เคียงกับปีก่อน มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท โกยยอดขายเพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)
(+) JWD (Bloomberg Consensus 23.50 บาท) ปักธงปีนี้รายได้โตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10-15% จากปีก่อนทำได้ 5,293 ล้านบาท เชื่อภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว ดันรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทพุ่ง ทุ่มงบลงทุน 1,500-1,800 ล้านบาท ขยายคลังสินค้าห้องเย็น พร้อมเปิดตัวอีก 2 แห่งในปีนี้ แถมขยายการลงทุนในแอลฟาที่ร่วมทุนกับ ORI เตรียมเปิดคลังสินค้าแห่งแรกที่บางนา ส.ค. 65 (ที่มา ทันหุ้น)









