วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

‘บีเจซี บิ๊กซี’ กางพิมพ์เขียวสู่ปี 2573 ลุยค้าปลีกไทย-เวียดนาม ลงทุน 5.3 พันล้าน ดันสินค้าจำเป็นขึ้นเบอร์ 1

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สานเป้าหมายโต 10% ต่อเนื่องถึงปี 2573 ขยายอาณาจักรค้าปลีก ลงทุนสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มกำลังผลิต 30% เสริมแกร่งสบู่ ทิชชู่ อาหาร ฯ เผยผลงานไตรมาส 2 กำไรพุ่ง หลังปิดขายที่ดินหมื่นล้านบาทสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

ปี 2570 จะครบรอบ 145 ปี “บีเจซี” อาณาจักรสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของเมืองไทย ภายใต้อาณาจักร “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ซึ่งปัจจุบัน “ทายาท” ทำหน้าที่เคลื่อนการเติบโตเต็มสูบ

“บีเจซี” มีรากฐานธุรกิจสินค้าจำเป็น ทว่าช่วงทศวรรษที่ผ่านมามี “ค้าปลีก” อย่าง “บิ๊กซี” มาอยู่ในเครือ ปัจจุบันไม่เพียงเบ่งกิจการแกร่งในไทย แต่ขยายสู่ตลาดภูมิภาค ทั้งเวียดนาม ลาว ฮ่องกง และจีน ฯ โดยเป้าหมายระยะยาวถึงปี 2573 มุ่งโต 10% ต่อเนื่อง

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ฉายภาพว่า เป้าหมายการขยายธุรกิจเพื่อผลักดันการเติบโตถึงปี 2573 ยังมั่นคง และมั่นใจในแผนยุทธศาสตร์ ทั้งค้าปลีกในประเทศไทย เวียดนาม สินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ สินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค

‘บีเจซี บิ๊กซี’ กางพิมพ์เขียวสู่ปี 2573 ลุยค้าปลีกไทย-เวียดนาม ลงทุน 5.3 พันล้าน ดันสินค้าจำเป็นขึ้นเบอร์ 1

แนวทางขับเคลื่อนธุรกิจจากนี้ไป ในส่วนค้าปลีก “บิ๊กซี” ยังคงขยายสาขา และอัปเกรดสาขาเดิมให้ทันสมัยขึ้นรวม 18 สาขา ทว่าน้ำหนักการเปิดร้านจะมุ่ง “บิ๊กซี มินิ” 120 สาขา ด้วย “โมเดลใหม่” ขนาดพื้นที่ 300 ตารางเมตร(ตร.ม.) ลงทุน 8.3 ล้านบาทต่อสาขา จากเดิมขนาดเล็กกว่า และลงทุน 6.5 ล้านบาทต่อสาขา การคืนทุนเร็วขึ้นเป็น 5 ปี 3 เดือน จาก 5 ปี 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังมุ่งโฟกัส “กำไร” ด้วยการปิดบางสาขา รวมถึงเปลี่ยน “บิ๊กซีฟู้ดเพลส” ไปเป็นร้านใหญ่ เป็นต้น

“เรามุ่งอิมพรูฟกำไร เมื่อบางพื้นที่ฐานลูกค้าหรือ catchment area เปลี่ยน คู่แข่งเข้ามา ผังเมืองเปลี่ยน หากใส่เงินลงทุนเพื่อปรับปรุงสาขาแล้วไม่คุ้ม จึงทยอยอัปเกรดให้ทันสมัย มีการปรับโพสิชันนิง ลดขนาดบางสาขาเพื่อเป็นศูนย์กลางและเครือข่ายกระจายสินค้าหรือฮับแอนด์สโป๊ก รองรับการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคสุดท้ายหรือ last mile”

‘บีเจซี บิ๊กซี’ กางพิมพ์เขียวสู่ปี 2573 ลุยค้าปลีกไทย-เวียดนาม ลงทุน 5.3 พันล้าน ดันสินค้าจำเป็นขึ้นเบอร์ 1

อีกค้าปลีกในเครือคือ “ร้านโดนใจ” ที่ปัจจุบันมี 4.5 หมื่นสาขาทั่วไทย มีการเติบโต 4-5% และตอบโจทย์การทำ “กำไร” เมื่อต่อจิ๊กซอว์ บิ๊กซี และบิ๊กซี มินิ รวมกันยังช่วยเอื้อประโยชน์ด้านข้อมูล(ดาต้า) เข้าใจร้านค้า พฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อสินค้า ส่งผลให้บริการ คลังสินค้า จัดส่งสินค้า ฯ หรือฟูลฟิลเมนต์แข็งแกร่งขึ้น

นอกจากไทย “กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี” มีฐานทัพธุรกิจครบวงจรใน “เวียดนาม” ทั้งโรงงานบรรจุภัณฑ์แก้ว กระป๋อง ผลิตอาหาร จัดจำหน่ายและกระจายสินค้า และค้าปลีก “MM Mega Market Vietnam” (MMVN) วางแผนจะขยายร้านเพิ่ม 24 สาขา ภายในปี 2573 จากปัจจุบันมี 31 สาขา

“เป้าหมายในปี 2583 ต้องการผลักดันรายได้จาก MMVN สัดส่วน 50% ส่วนปี 2573 อยู่ที่ 30% จากปัจจุบัน 16% ซึ่งค้าปลีกในเวียดนามเติบโตสูงถึง 19% เทียบกับไทยที่หดตัว ส่วนขยายสาขาใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาทต่อปี เป็นเงินทุนหมุนเวียน ไม่ต้องกู้ โดยไฮไลต์คือสาขาที่ดานังจะลงทุนราว 600 ล้านบาท เป็นโมเดลใหญ่อลังการเหมือนบิ๊กซี มีพื้นที่เช่ามากขึ้น 2 หมื่นตร.ม. พื้นที่ขายราว 4,000 ตร.ม.”

นอกจากนี้ ยังทุ่มงบ 5,348 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานใหม่เพิ่มกำลังผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่ม 30% ทั้งสบู่ ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์นม และสร้างคลังสินค้า ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมส่งสินค้าตรงถึงบิ๊กซี โดยโรงงานดังกล่าวจะมีทั้งระบบอัตโนมัติต่างๆ ลดคน ประหยัดค่าใช้จ่ายถึง 150 ล้านบาท

‘บีเจซี บิ๊กซี’ กางพิมพ์เขียวสู่ปี 2573 ลุยค้าปลีกไทย-เวียดนาม ลงทุน 5.3 พันล้าน ดันสินค้าจำเป็นขึ้นเบอร์ 1

“โรงงานแห่งนี้จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญผลักดันยอดขายสินค้า เป้าหมายเราต้องการเป็นที่ 1 ทั้งสบู่ ทิชชู่ และอาหารอยากขึ้นเป็นที่ 2 ในปี 2573 จากปัจจุบันเป็นอันดับ 3 โดยจะมุ่งขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้นด้วย”

ปี 2570 “บีเจซี” จะครบ 145 ปี เส้นทางธุรกิจสร้างตำนานมากมาย เช่น สบู่นกแก้วอยู่ในตลาด 70 ปี โรงงานผลิตขวดแก้ว 75 ปี กลุ่มอาหารยืนหยัด 45 ปี เซลล็อกซ์ทำตลาด 40 ปี มีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋อง(TBC) 20 ปี สร้างฐานทัพธุรกิจในเวียดนาม 18 ปี และ “บิ๊กซี” อยู่ในไทย 34 ปี ย้ายมาอยู่ใต้เงาบีเจซี 11 ปี ที่สำคัญเป็น 25 ปี ที่กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (ทีซีซี กรุ๊ป) เข้าครอบครองกิจการ “บีเจซี”

ด้านผลประกอบการไตรมาส 2 กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ทำยอดขายรวม 4.37 หมื่นล้านบาท เติบโต 2.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% แต่กำไรตามงบการเงินอยู่ที่ 2,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.1% จากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประกอบธุรกิจ ซึ่งก็คือที่ดิน หลังจากประกาศขายไป 33 รายการ

‘บีเจซี บิ๊กซี’ กางพิมพ์เขียวสู่ปี 2573 ลุยค้าปลีกไทย-เวียดนาม ลงทุน 5.3 พันล้าน ดันสินค้าจำเป็นขึ้นเบอร์ 1

“เราขายที่ดินได้ 19 แปลง มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท สูงกว่าที่ต้องการซึ่งประเมินไว้ 9,000 ล้านบาท โดยยังเหลือที่ดินแปลงเล็ก และยังพิจารณาโอกาสขายต่อไป เพราะยังมีที่ดินไม่ได้ใช้สอยประโยชน์อีกมาก”

อย่างไรก็ตาม การขายที่ดินเป็นหนึ่งในการรักษา “วินัยทางการเงิน” ทั้งชำระเงินกู้ รวมถึงพันธกิจเสริมแกร่งเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ท้าทาย