G20 ผนึกเสียง 19 ประเทศ กดดันจีนแก้ปัญหา ‘สินค้าราคาถูก’ ทะลักตลาดโลก หวั่นกระทบผู้ผลิต และการเติบโตของประเทศคู่ค้า ขณะที่จีนเป็นสมาชิกเพียงชาติเดียวที่ไม่ร่วมหนุนแถลงการณ์ดังกล่าว
ที่ประชุมรัฐมนตรีคลัง G20 มีมติเกือบเป็นเอกฉันท์ให้เร่งจัดการกับนโยบายเศรษฐกิจที่บิดเบือนกลไกตลาดและการพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป โดยมีเพียง “จีน” ประเทศเดียวที่ไม่เห็นด้วย ท่ามกลางความกังวลว่า สินค้าราคาถูกจากจีนกำลังไหลเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า เศรษฐกิจที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด และส่งออกสินค้าราคาถูกอย่างต่อเนื่องนั้น “ไม่ยั่งยืน” พร้อมชี้ว่า การที่สมาชิก 19 ประเทศเห็นพ้องให้จัดการปัญหานี้ สะท้อนถึงขนาดของผลกระทบที่เกิดขึ้น
แถลงการณ์ประธาน G20 ระบุว่า ประเทศที่เกินดุลบัญชีต่างประเทศในระดับสูง และต่อเนื่อง ควรลดปัจจัยบิดเบือนที่กดการบริโภคภายในประเทศ และทำให้เศรษฐกิจต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต
แม้แถลงการณ์ไม่ได้ระบุชื่อจีนโดยตรง แต่ประเด็นดังกล่าวมุ่งไปที่ “ปักกิ่ง” อย่างชัดเจน หลังจีนเร่งส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และสินค้าอุตสาหกรรมจำนวนมาก ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ โดยเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา การส่งออกของจีนเพิ่มขึ้นถึง 23.9% จากปีก่อน
แรงกดดันยิ่งเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนในระดับสูง ทำให้เกิดความกังวลว่า สินค้าที่เข้าไปยังตลาดสหรัฐได้ยากขึ้นจะถูกเบนไปยังประเทศอื่น โดยเฉพาะยุโรป ซึ่งขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนสูงถึง 360,600 ล้านยูโร ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2024
อย่างไรก็ตาม ฝั่งยุโรปมองว่า ปัญหาความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลกไม่ได้เกิดจากจีนเพียงฝ่ายเดียว โดย วาลดิส ดอมบรอฟสกิส กรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป ระบุว่า แม้จีนจะเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญ แต่ทั้งสหรัฐ และยุโรปก็มีส่วนที่ต้องปรับตัวเช่นกัน
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า จีนตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับสมดุลเศรษฐกิจ แต่ต้องการให้ประเทศอื่นดำเนินการควบคู่กัน โดยเฉพาะสหรัฐที่ควรลดการขาดดุลการคลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นความต้องการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก
นอกจากประเด็นการค้า G20 ยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หลีกเลี่ยงการจำกัดการส่งออกที่ไม่จำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก หลังจีนใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก และแร่สำคัญ ซึ่งสร้างความกังวลต่อภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
ท่าทีของ G20 ครั้งนี้ สะท้อนแรงกดดันต่อโมเดลเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อประเทศคู่ค้ากังวลว่า “สินค้าจีนราคาถูก” ที่ทะลักเข้าสู่ตลาดโลก อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อผู้ผลิต และการเติบโตของประเทศอื่นในระยะยาว
อ้างอิง: reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





