9-13 สิงหาคม: ยังคงอยู่ในโหมดไซด์เวย์
ดัชนีน่าจะแกว่งตัวอยู่ในช่วงแคบ ๆ
ในสัปดาห์ที่แล้ว (2-6 สิงหาคม) วิกฤติ COVID-19 ในประเทศที่รุนแรงมากขึ้น, ยอดผู้ติดเชื้อที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการใช้มาตรการ lockdown, และความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับเกณฑ์กำกับดูแลหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูง คือสามเหตุผลหลักที่ทำให้ดัชนี SET ปรับลดลงอีก นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม กนง. มีมติ 4:2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ 0.5% และปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ปี 2564 เหลือ 0.7% (จากเดิม 1.8%) เพื่อสะท้อนถึงผลจากการระบาดรอบล่าสุด ส่วนค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าลงไปอีก และยังเป็นแรงกดดันต่อกระแสเงินทุนไหลออก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความกังวลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุยาวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้ yield gap เมื่อเทียบกับ consensus ของกำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้า (EYG) ถ่างกว้างขึ้นเป็น 4.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมาก ทั้งนี้ consensus ของ EPS แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ lockdown เพื่อคุม COVID-19 รอบล่าสุดเลย และยังต้องดูกันต่อไปว่าจะมีการปรับลดประมาณการลงอีกหรือไม่หลังผ่านช่วงประกาศงบ 2Q64 แล้ว
สำหรับในสัปดาห์นี้ (9-13 สิงหาคม) เราคาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ โดยยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่ที่สมดุลกันมากขึ้นกับจำนวนผู้ที่หายป่ วยและออกจากโรงพยาบาลได้ บวกกับความเห็นของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และนักพยากรณ์ทางสถิติว่ายอดผู้ติดเชื้อใหม่น่าจะถึงจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า น่าจะช่วยประคองให้ตลาดไม่กระเพื่อมแรง นอกจากนี้ ยอดการฉีดวัคซีนที่เร่งตัวขึ้น (แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีน Sinovac) น่าจะช่วยสร้างสภาวะเชิงบวกให้กับตลาด สำหรับปัจจัยภายนอก ตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว อาจจะทำให้ตลาดกลับมาพูดถึงกรณีที่ Fed อาจจะลดขนาด QE ลง ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดโลกผันผวนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันพุธนี้ จะมีการประกาศดัชนีเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดแรงกดดันด้านราคาของสหรัฐ ว่าจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านเหมือนที่ Fed ส่งสัญญาณออกมา
จับตาตัวเลข CPI สหรัฐ และการประกาศงบ 2Q64 ของบริษัทจดทะเบียนไทยส่วนที่เหลือ
(0) ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ ในวันที่ 11 สิงหาคม สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขดัชนี CPI เดือนกรกฎาคม โดย Consensus คาดว่า core CPI จะเพิ่มขึ้น 4.3% YoY จาก 4.5% YoY ในเดือนมิถุนายน ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่เงินเฟ้ออาจจะยังอยู่ใน
ระดับสูงต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการที่ตลาดน่าจะกลับมาคุยกันถึงประเด็นที่ Fed อาจจะลดขนาด QE ลง หลังจากที่ตัวเลข non-farm payrolls เดือนกรกฎาคมแข็งแกร่งมาก
(0) การประกาศงบ 2Q64 ของบริษัทจดทะเบียนไทยส่วนที่เหลือ สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่บริษัทต่างๆ จะประกาศงบ 2Q64 ออกมามากที่สุด และที่สำคัญคือ ผู้บริหารบริษัทจะออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายของบริษัท และนักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการกำไรปี 2564-65 ซึ่งจะทำให้โมเมนตั้มของ EPS สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน เรายังแทบไม่เห็นการปรับลด consensus EPS ลงเลยแม้ว่า COVID-19 จะกลับมาระบาดอย่างรุนแรงในระลอกล่าสุดนี้
ยังคงเน้นหุ้นที่ปลอดภัยจาก COVID อย่างเช่น หุ้นส่งออก, บรรจุภัณฑ์ และโรงพยาบาล
ถึงแม้เราจะมองว่าตลาดอาจจะพักฐาน และภาวะเศรษฐกิจยังเป็นลบจากสถานการณ์ COVID-19 แต่เรายังคงยึดตามคำแนะนำเดิมให้เน้นหุ้นที่ปลอดภัยจาก COVID อย่างเช่น i) หุ้นที่เน้นการส่งออก ซึ่งจะได้อานิสงส์จากทั้งเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง และเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ (GFPT, TU*,
KCE*, SAT) ii) หุ้นหลักในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะได้อานิสงส์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ ecommerce และบริการจัดส่งพัสดุ (EPG*, SCGP*) iii) หุ้นโรงพยาบาลบางตัว ซึ่งคาดว่ากำไรจะเร่งตัวขึ้นใน 3Q64 อย่างเช่น BCH* และ EKH









