วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นยืน 1,500 จุด

ศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีดีดตัวขึ้นแรงกว่า 13.6 จุด หนุนโดยกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรงในคืนที่ผ่านมา

รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยวและเครื่องดื่ม ปรับตัวขึ้นโดดเด่นตาม Theme วัคซีนต้านโควิด-19 และกัญชง ตามลำดับ นอกจากนี้ จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในประเทศวันนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,496.61 จุด +13.63 จุด +0.92% มูลค่าการซื้อขาย 79,352 ลบ. ต่างชาติ +181.86 ลบ. TFEX +7,008 สัญญา ตราสารหนี้ +1,082 ลบ. ขณะที่ทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้น 29.63 จุด หรือ +2%

ปัจจัยบวก

+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 92.38 จุด +0.30% เนื่องจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับผลประกอบการของบจ.สหรัฐ การเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และความคืบหน้าเกี่ยวกับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิด +62 เซนต์ +1.1% ปิด $56.85 ต่อบาร์เรล ได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางศก. และข่าวกลุ่มโอเปคและชาติพันธมิตรปรับลดกำาลังการผลิต
+/- มีข้อมูลขัดแย้งเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า-ออกซ์ฟอร์ดป้องกันไวรัสโควิดกลายพันธุ์ที่พบในอังกฤษได้ ส่วนแอฟริกาใต้เล็งระงับฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าชั่วคราว เหตุป้องกันโควิดกลายพันธุ์ได้เล็กน้อย
+นางเยลเลน รมว.คลังสหรัฐ มั่นใจแผนกระตุ้นศก.ของปธน.ไบเดนจะช่วยหนุนจ้างงานสหรัฐโตเต็มที่ปีหน้า
+จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ภายในประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรค ก.สาธารณสุขรายงานว่าขณะนี้สามารถควบคุมการระบาดได้แล้วในพื้นที่ส่วนใหญ่ยกเว้น จ.สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ตาก

ปัจจัยลบ

-สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำากว่าคาดในเดือนม.ค.
-สหรัฐเผยตัวเลขขาดดุลการค้าปี 63 สูงสุดรอบ 12 ปีจากพิษโควิด
-ก.พาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. -0.34%YoY ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะส่งผลให้ภาคการใช้จ่ายและการผลิตในเดือนนี้ชะลอตัว ซึ่งสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนม.ค.64 ที่ต่างปรับตัวลดลง แต่เงินเฟ้อ +0.09%MoM เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 63 คาดการณ์เงินเฟ้อเดือนก.พ.ยังมีแนวโน้มหดตัว แต่ก็จะเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น
-การเมืองในประเทศมีน้ำหนักมากขึ้นบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลจากก้าหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า
+/- เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่า ที่30.05 บาทต่อดอลลาร์ มีทิศทางแข็งค่าจากจากนลท.กลับเข้า Emerging Markets และสกุลเงินเอเชียมากขึ้นหลังจบประเด็นเรื่องงบประมาณการคลังสหรัฐ

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยมีแรงหนุนจากวัคซีนโควิด-19 จากแอสตราเซเนกาที่จะถึงไทยในเดือนก.พ.นี้ ส่งผลให้มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มสายการบิน ท่องเที่ยว และโรงแรมกลับเข้ามา ขณะที่นักลงทุน ยังติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,485-1,505 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO
• คาดผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มโรงไฟฟ้าจะปรับตัวดีขึ้น : PTTGC SPRC TOP BGRIM BCP IRPC

หุ้นรายงานพิเศษ

        BBL Bloomberg Consensus 150 บาท

• ่เป้าหมายทางการเงินปี 64 ตั้งเป้ามีอัตราการเติบโตของสินเชื่อราว 3-4% จากลูกค้าธุรกิจรายใหญ่3-4% รายกลาง 3% รายย่อย 1% บุคคล2-3% ตปท.ซึ่งรวมแบงก์เพอร์มาต้า 4-5% ซึ่งคาดจะมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังและผลจากการควบรวมกิจการากับแบงก์เพอร์มาต้า

•คุณภาพสินทรัพย์ยังดีและยังบริหารจัดการ NPLได้ แม้ปี 63 มี %NPL 3.9% เพิ่มจาก 3.4% ณ ปลายปี 62 และมีกรอบเป้าในปี 64 ที่ 4.5% แต่ credit cost ลดเหลือ 1.4% จาก 1.6% ในปี 62 เป้าผลขาดทุนจากเครดิตที่คาดจะเกิดขึ้นลดเหลือ 2.2 หมื่นล้านบาทจาก 3.1 หมื่นล้านบาทในปี 63 Coverage Ratio 181.6% แม้ลดลงจาก 220% ณ ปลายปี 62 แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ระดับ 150%

•ฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง เงินกองทุนรวมปลายปี 63 แข็งแกร่งที่ระดับ 18.3% ท้าให้ธปท.อนุมัติหุ้นแบงก์จ่ายเงินปันผลได้

ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาวจากการมีสัดส่วนลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ในสัดส่วนสูง 41% ซึ่งจะได้ประโยชน์เต็มที่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PBV 0.53 เท่า ต่้ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ที่ 0.7 เท่า แนะนำ ซื้อ

หุ้นมีข่าว

(+/-) BTS (Bloomberg Consensus 12.50 บาท) “บีทีเอส” ไม่แน่ใจจะถอนฟ้อง “รฟม.” หรือไม่ หลังคณะกรรมการคัดเลือกฯ ลงมติล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้ว เบื้องต้นขอคุยทีมกฎหมาย-ทนาย เพื่อความชัดเจน พร้อมยังรอหนังสือรฟม.แจ้งยกเลิกประมูลอย่างเป็นทางการ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) AGE (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus - บาท) เร่งขยายแผนธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้กวาดโลจิสติกส์ปีนี้พุ่ง 600-700 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 300 ล้านบาท เจาะตลาดกลุ่มลุกค้าอุตสาหกรรมหนักที่มีความต้องการใช้รถบรรทุกขนส่งสินค้า เตรียมซื้อรถบรรทุกเพิ่มเป็น 55 คัน (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) PTG (Bloomberg Consensus 21.85 บาท) แย้มเจรจาพันธมิตร 2-3 ราย ลุยธุรกิจกัญชง กัญชา มองโอกาสพัฒนาสินค้าปลายน้ำ อาหารและเครื่องดื่ม ในธุรกิจค้าปลีกของบริษัท คาดเริ่มออกสินค้าได้ช่วงไตรมาส 2/2564 นี้ หวังโกยรายได้เข้าพอร์ตเพิ่ม ส่วนธุรกิจน้ำมันดีมานด์ฟื้น ทั้งปีคาดรายได้โต 8-10% โบรกมองกำไร Q4/63 ทุบสถิติ ปี 2564-65 ดีต่อเนื่อง เป้า 24.5 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ERW (Bloomberg Consensus 3.40 บาท) ผู้บริหาร ERW คาดปี 2566-2567 ธุรกิจฟื้นตัวกลับมาเท่าปี 2562 ชูกระแสเงินสดกว่า 1.6 พันล้านบาท สามารถบริหารจัดการได้ดี พร้อมเจรจาขอยืดหนี้แบงก์ไป 55% ช่วยให้การท้างานคล่องตัวขึ้น ส่วนอัตราการเข้าพักคาดว่าจะดีขึ้น หวังภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง ฟากโบรกมองกลุ่ม Hop Inn ยังสามารถฟื้นตัวได้ดี (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

8 ก.พ. ตลท.แถลงข้อมูลสรุปภาวะการซื้อขาย

9 ก.พ. ประชุมครม.

15 ก.พ. สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP 4Q63

16-19 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติ 20 ก.พ.

สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นาเข้า

สัปดาห์ที่ 4 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

1 มี.ค. วันนสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4 (ส่งได้ภายใน 2 มี.ค.ก่อนเปิดตลาดเช้า)

ต่างประเทศ

8 ก.พ. ญี่ปุ่นเปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนธ.ค.

9 ก.พ. สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนธ.ค.

10 ก.พ. จีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.
            สหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค.

11 ก.พ. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

12 ก.พ. อังกฤษเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. GDP ไตรมาส 4/2563 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.