คาดว่าการแรลลี่ของดัชนีฯ จะชะลอแถวๆ ระดับ 1,320 จุด (เป็นเป้าหมายระยะสั้นของรอบนี้)
มุมมอง SET Index วันอังคาร: ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินดัชนีฯ ปรับขึ้นต่อ... หลังจากเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยแรลลี่ (ตามคาด) รับความชัดเจนของประเด็นเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งนาย Joe Biden ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ... ขณะที่ในวันนี้ปัจจัยต่างประเทศยังเป็นบวกต่อเนื่อง ตามพัฒนาการของวัคซีน
COVID-19 ที่มีนัยสำคัญ และน่าจะหนุนจิตวิทยาของหุ้น global cyclical หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว รวมทั้งหุ้นกลุ่มธนาคารฯ ในทางอ้อม (หากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยฟื้นได้ดีในปี 2564)... ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯประเมินด้วยวิธี forward earnings yield gap เฉลี่ยระยะยาวที่ 4.1% และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 2564 ที่ 75.0 คาดว่าการแรลลี่ของดัชนีฯ จะชะลอแถวๆ ระดับ 1,320 จุด (เป็นเป้าหมายระยะสั้นของรอบนี้)
ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นบวก: Pfizer-BioNTech แถลงเมื่อวานเย็นว่า ผลทดสอบวัคซีน COVID-19 เฟสที่ 3 มีผลสำเร็จถึง 90% ซึ่งดีกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์กันก่อนหน้านี้ สร้างความมั่นใจต่อประสิทธิภาพของวัคซีนของ Pfizer และของเจ้าอื่นๆ ที่จะตามออกมา ประเด็นดังกล่าวหนุนตลาดหุ้นโลกตลาดน้ำมันให้แรลลี่แรง... อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดช่วงบวกในช่วงท้ายตลาด หลังจากมีข่าวว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่าสมควรทำการล็อกดาวน์ในรัฐที่มีการติดเชื้อ COVID-19 รุนแรงหรือไม่ ขณะที่ปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ นั้น ปธน. ทรัมป์ ยังคงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และยังคงขู่ที่จะใข้มาตรการทาง
กฎหมายเพื่อร้องเรียนผลการนับคะแนน แต่เรามองว่าผลต่อตลาดหุ้นโลกน่าจะมีจำกัด
ปัจจัยในประเทศ - เป็นบวกเล็กน้อย: ความคาดหวังเกี่ยวกับวัคซีน COVID-19 น่าจะเพิ่มความมั่นใจต่อภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน consensus คาดจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2564 ที่ 6-7 ล้านคน หากการมาของวัคซีนเร็วกว่าคาดและมีประสิทธิภาพ อาจผลักดันให้นักท่องเที่ยวปี
2564 สูงกว่าที่คาดหมายและเป็น upside ต่อ GDP ปี 2564
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร GGC, BCPG*, CENTEL*
- GGC (เป้าพื้นฐาน 10.4 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 8.1 บาท / แนวต้าน 8.35 บาท และแนวต้านถัดไป 9.0 บาท (Stop loss 7.8 บาท) 2) ประเมินรับอานิสงส์จากดีมานด์ไบโอดีเซลที่เป็นขาขึ้ขณะที่ ราคาหุ้น Laggard ธุรกิจไบโอดีเซลตัวอื่น อาทิ AIE และ PTG* เป็นต้น 3) PBV = 0.9 เท่า คิดเป็นราว -1.5 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยในอดีต) ขณะที่คาดผลการดำเนินงานผ่านจุดตํ่าสุดแล้ว และจะฟื้นตัวเด่นในปี 2564
- BCPG* (เป้าพื้นฐาน 17.3 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 12.8 บาท / แนวต้าน 13.5 บาท หากผ่านได้ประเมินมีโอกาสปิดแก็บราคา 14.3 บาท (Trailing stop 12.5 บาท) 2) ประเมินปัจจัยกดดันราคาหุ้นจากการเพิ่มทุนลดลงแล้ว ขณะที่รอประเด็นบวกเรื่องของการซื้อกิจการ / ควบรวมกิจการ ภายหลัง
การเพิ่มทุนเสร็จสิ้น เร็วๆนี้ ซึ่งจะทำให้ BCPG* เปลี่ยนสภาพจากหุ้น Defensive เป็นหุ้น Growth stock โดยคาด EPS ปีหน้ายังโตได้ +8% YoY แม้จะมีการเพิ่มทุนในปีนี ้ อย่างไรก็ดียังคงคาด Dividend yield ราว 3% ต่อปี
- CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 32 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 21.2 บาท / แนวต้าน 22.5 - 23.4 บาท (Stop loss 20.3 บาท) 2) ประเมินประเด็นข่าวบวกเรื่องความคืบหน้าวัคซีนโควิด - 19 + การทยอยปลดล็อคธุรกิจท่องเที่ยวต่างชาติ + มาตรการกระตุ้นภาครัฐฯ หนุน Sentiment การลงทุน 3) ฝ่ายวิจัยฯ
ประเมิน CENTEL* มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่งสุด น่าจะสามารถทนรอการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในปี 2564 ได้ ขณะที่คาดว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
หุ้นมีข่าว
(+) PTT* ลั่นปี 64 รายได้โตขึ้น ทุ่มงบผุดโรงแยกก๊าซฯ7 เล็งซื้อรง.ยา-ลงทุนรถอีวี (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) ปตท.มั่นใจปี 64 รายได้โตขึน้ กว่าปีนี้ จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นมาอยู่ในกรอบ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ตั้งเป้า 10 ปีข้างหน้า กลุ่ม ปตท.มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล
และ พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น รวม 1.6 หมื่นเมกะวัตต์ แย้มปี 64 ทุ่มงบลงทุนสูงขึ้นกว่าปกติ เพื่อตั้้งโรงแยกก๊าซฯ หน่วย 7 วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เล็งซื้อกิจการโรงงานผลิตยาในต่างประเทศ และมองโอกาสลงทุนโรงงานรถยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี)
(+) BEM*-BTS* ยื่นประมูล"สีส้ม" ชิงสัมปทานรถไฟฟ้าแสนล้าน (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) เริ่มยกแรก 2 ยักษ์วงการรถไฟฟ้า ยื่นซองแข่งชิงสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์-มีนบุรี มูลค่า 1.42 แสนล้านบาท BEM* มาเดี่ยว ส่วน BTS* ผนึกซิโน-ไทย แต่ไร้เงาอิตาเลียนไทยฯ ทั้งสองฝ่าย
ยันทำข้อเสนอที่ดีที่สุดให้พิจารณา ด้าน รฟม.ยังลุ้นศาลปกครองสูงสุด หลังยื่นอุทธรณ์เปลี่ยนกติกาตัดสิน คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ ก่อนเปิดซองด้านเทคนิคและด้านการเงิน
(+) PTG* ดัน"แอตลาส เอ็นเนอยี"เข้าตลาด (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) พีทีจี เอ็นเนอยี เตรียมดัน"แอตลาส เอ็นเนอยี" บริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจก๊าซ LPG เข้าตลาดหุ้นปลายปี 64-ต้นปี 65 หลัง PTG* ได้แยกธุรกิจที่เกี่ยวข้องก๊าซ LPG ทัง้ หมดออกมา เพื่อลดการพึ่งพาเงินทุนจากบริษัทแม่ และจะส่งผลให้
บริษัทหาแหล่งเงินทุนได้ด้วยตัวเอง
(-) INTUCH* แจงข้อพิพาทไทยคม 5 เล็งทำคัดค้านยื่นต่ออนุญาโตฯ (ข่าวหุ้น) “อินทัช” แจงได้รับหนังสือแจ้งข้อพิพาทดาวเทียมไทยคม 5 จากดีอีเอสแล้ว แต่ยังไม่ทำตามคำเรียกร้องให้สร้างและส่งมอบดาวเทียมทดแทนไทยคม 5 หรือชำระค่าเสียหายกว่า 7,790 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี เหตุทำตามสัญญาสัมปทานมาตลอด ขณะที่อยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษากฎหมายทำคำตอบรับและคำคัดค้านยื่นต่ออนุญาโตตุลาการ









