ดัชนีวานนี้ปิดปรับตัวขึ้นราว 7 จุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่บวกเฉลี่ยราว 1% เนื่องจากตลาดคลายความกังวลหลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังจากเข้ารับการรักษาตัวเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19
อย่างไรก็ดี ดัชนีลดช่วงบวกจากที่ขึ้นไปบวกสูงสุดกว่า 12 จุด คาดเป็นแรงขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวขึ้นแรงติดต่อกัน 2 วัน โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,250.15 จุด +7.16 จุด +0.98% มูลค่าการซื้อขาย 5.65 หมื่นลบ. ต่างชาติ -3,469.49 ลบ. TFEX +5,760 สัญญา ตราสารหนี้ -714 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ราคาน้ามันดิบ WTI ปิดพุ่งขึ้น 1.45 ดอลลาร์ +3.7% ปิดที่ 40.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้ปัจจัยบวกจากคาดการณ์ว่าอิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคน "เดลต้า" จะส่งผลให้การผลิตน้ามันในอ่าวเม็กซิโกปรับตัวลดลง
+IMF เตรียมปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกในสัปดาห์หน้า
+ก.คลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายลักษณะเดียวกับชิมช้อปใช้-ช้อปช่วยชาติ ให้พิจารณาเพื่อเปิดให้มีผู้มีกาลังซื้อสูว
+ครม.เคาะงบหมื่นล้านบาทโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมตาบลแบบบูรณาการ
+สรท.มองส่งออกปีนี้มีโอกาสหดตัวลดลงเป็น -8% หรือช่วงคาดการณ์ -10 ถึง -8% จากเดิม -10%
+ค่าเงินบาทอ่อนค่าเปิด 31.28 บาท/ดอลลาร์หลังทรัมป์ส่งสัญญาณไม่มีการกระตุ้นศก.ก่อนชนะเลือกตั้ง
+ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 121.59 จุด +0.52%
ปัจจัยลบ
-ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 375.88 จุด -1.34% หลังจากปธน.ทรัมป์ สั่งระงับการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ยาว ไปจนถึงหลังวันเลือกตั้งประธานาธิบดี 3 พ.ย.
-สหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานลดลงครั้งแรกรอบ 4 เดือนในส.ค.
-สหรัฐเผยขาดดุลการค้าพุ่งสูงสุดรอบ 14 ปีในเดือนส.ค.
-ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบหลังทรัมป์ระงับเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่าประเทศ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้สั่งการให้คณะบริหารของทาเนียบขาวระงับการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่กับพรรคเดโมแครต ไปจนถึงหลังวันเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ขณะที่ราคาน้ามันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นแรง จะช่วยพยุงตลาด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,240-1,260 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• iPhone 12 เตรียมขายเดือนต.ค. (COM7 SPVI CPW SYNEX JMART)
• ค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นหลังคลาย Lockdown (PSL RCL TTA)
• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 3Q20 เติบโตต่อเนื่อง (WICE XO TACC SPVI)
• ค่าการกลั่นฟื้นตัวและราคาน้ามันปรับตัวขึ้น (TOP SPRC ESSO)
หุ้นรายงานพิเศษ
KK ราคาเหมาะสมปี 63 เท่ากับ 1.08 บาท
•บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จากัด (มหาชน) หรือ KK ดาเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โดยธุรกิจค้าปลีกเป็นการจาหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จานวน 28 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจานวน 1 แห่งในอาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
•คาดผลประกอบการปี 2563 จะกลับมาขยายตัวอีกครั้ง : โดยคาดรายได้ที่ระดับ 951.0 ล้านบาท เติบโต 2.3%YoY จาก SSSG ที่คาดว่าจะขยายตัวราว 2% ประกอบกับแรงหนุนจากการขยายสาขาใหม่อีก 2 สาขา (จาก 26 สาขาในปี 2562) ขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากค่าเฉลี่ยที่ 12.0% เป็น 12.3% เนื่องจากได้รับค่าส่งเสริมการขายจาก Supplier มากขึ้น และปรับค่าเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์เพิ่มขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sale) คาดว่าจะทรงตัวที่ 10.8% นอกจากนั้นบริษัทจะนาเงินบางส่วนจาก IPO ไปชาระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน ซึ่งจะส่งผลให้มีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้เราคาดว่าปี 2563 จะมีกาไรราว 14.1 ล้านบาท +22.4%YoY
หุ้นมีข่าว
(+) TU (Bloomberg Consensus 16.52 บาท) ผนึก “ไทยเบฟ” จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ ยูไนเต็ด” บุกตลาดอาหาร-เครื่องดื่มบารุงสุขภาพ ขณะที่ “ฐาปน สิริวัฒนภักดี-ธีรพงศ์ จันศิริ” โดดนั่งบอร์ดคุมบริหารเอง จับตาต่อยอดธุรกิจร่วมกันบุกตลาดอาหารเสริมระดับโลก (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) STGT (Bloomberg Consensus - บาท) วางเป้าผลงานครึ่งปีหลังนิวไฮต่อเนื่อง ชูออเดอร์ปัจจุบันเต็มกาลังการผลิตยาวถึงต้นปี 65 ด้านโบรกเกอร์ Citi เชียร์ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 145 บาท/หุ้น คาดแนวโน้มผลการดาเนินงานครึ่งหลังปีนี้ และปี 64 เติบโตแข็งแกร่ง (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) SPCG (Bloomberg Consensus 18.90 บาท) ค่าการกลั่นรวมฟื้นตัว แตะ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แย้มการกลั่นน้ามันเบนซินโตดี จับตาสถานการณ์โควิด-19 หากมีวัคซีนหนุนน้ามันเจ็ทฟื้นตัว พร้อมเดินหน้าลดต้นทุน โบรกคาด SPRC มีค่าการกลั่นหรูสุดในกลุ่มโรงกลั่นไทย คาดมี GRM แตะ 3.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2564 เคาะราคาเหมาะสมที่ 6.80 บาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) DOHOME (Bloomberg Consensus - บาท) โชว์ SSSG เป็นบวก แววผลงานไตรมาส 4/2563 เด่น ความต้องการสินค้าปรับปรุง-ซ่อมแซมที่พักอาศัยขยายตัว รับอานิสงส์รัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี หนุนยอดขายพุ่ง มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตกว่าปีก่อน กางแผนปีหน้าเปิดสาขาใหญ่เพิ่ม 3-4 แห่ง (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
7 ต.ค. ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ศบศ.ประชุมพิจารณาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ
30 ต.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจ
ต่างประเทศ
7 ต.ค. ญี่ปุ่น เปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนก.ย.สหรัฐ เปิดเผยสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (เช้าวันที่ 8 ต.ค.) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.
8 ต.ค. ญี่ปุ่น เปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนส.ค.สหรัฐ เปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
9 ต.ค. ญี่ปุ่นเปิดเผยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนส.ค.จีน เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.ย. สหรัฐ เปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.ค.
15 ต.ค. ดีเบตรอบสองผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี









