สบน.เผย ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลตั้งงบชำระหนี้เงินต้นสูงสุดเท่าที่ผ่านมาในระดับ 3% จากเฉลี่ยในอดีตกว่า 2% เท่านั้น เพื่อรักษาความแข็งแกร่ง ฐานะการคลังของรัฐบาล
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2564 เป็นปีที่รัฐบาลตั้งงบเพื่อชำระหนี้เงินต้นสูงสุดเท่าที่ผ่านมา โดยตั้งไว้ 3% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย จากเฉลี่ยปกติจะอยู่ระดับกว่า 2% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายเท่านั้น
“วงเงินชำระหนี้เงินต้นดังกล่าว เป็นระดับที่เราต้องการ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการคลังของรัฐบาล”
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณปี 2563 ที่จะสิ้นสุดในปลายเดือนก.ย.นี้ รัฐบาลได้ตั้งงบเพื่อการชำระหนี้เงินต้นอยู่ที่ 2.68% แต่หลังจากมีการออกกฎหมายโอนงบประมาณแล้ว เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาโควิด-19 ทำให้งบประมาณเพื่อการชำระหนี้เงินต้นของรัฐบาลในปีงบประมาณนี้ เหลืออยู่ที่ 1.68 % เท่านั้น
สำหรับกรอบวินัยการเงินการคลังที่ถูกกำหนดโดยคณะกรรมการการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐปี 2561 ได้กำหนดกรอบงบชำระหนี้เงินต้นของรัฐบาลว่า จะต้องอยู่ระหว่าง 2.5 % ถึง 3.5 %
ผอ.สบน.กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจะออกพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาเศรษฐกิจก็ตาม รวมถึง การเพิ่มวงเงินชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปีนี้อีก 2.14 แสนล้านบาท แต่ฐานะการคลังของรัฐบาลยังอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ โดยปัจจัยที่เป็นมาตรฐานสากล ที่บ่งชี้ถึงเสถียรภาพทางการคลังของรัฐบาลที่สำคัญ คือ ภาระดอกเบี้ยจ่ายของรัฐ ซึ่งตามมาตรฐานสากล กำหนดไว้ไม่ควรเกิน 10% ขณะที่ ปัจจุบัน ภาระการชำระดอกเบี้ยจ่ายของรัฐบาลไทยอยู่ที่ 5-6% เท่านั้น ยังดีกว่ามาตรฐานสากลมาก
นอกจากนี้ คำจำกัดความของหนี้สาธารณะที่หลายประเทศไม่นับรวมหนี้ของรัฐวิสาหกิจ เช่น หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรัฐวิสาหกิจเหล่านั้น สามารถชำระหนี้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้น หากตัดหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไม่ได้ค้ำประกันเงินกู้ออกไป รัฐบาลไทยจะเหลือหนี้สาธารณะอยู่ที่เพียง 35-36% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 45.83% ของจีดีพี
เธอกล่าวว่า การกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และการตั้งวงเงินชดเชยการขาดดุลในปีงบประมาณนี้อีก 2.14 แสนล้านบาท หากมีการกู้เต็มวงเงินดังกล่าว จะทำให้ระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาลปรับขึ้นไปอยู่ที่ 57.8% ส่วนระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาลจะปรับขึ้นจนไปจนเพดานหรือเกินเพดานที่ 60% หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะมีการกู้เพิ่มเติมหรือไม่ เช่น การออกกฎหมายกู้เงินเพิ่มเติม
สำหรับเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในปัจจุบันสบน.ได้กู้ออกไปแล้ว 33% ของวงเงินดังกล่าว ซึ่งเดิมนั้น สบน. คาดว่า จนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้ จะกู้ได้ถึง 6 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากรัฐบาลได้นำงบกลาง มาใช้เพื่อเยียวยาแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยบางส่วน ทำให้การใช้พ.ร.ก.เงินกู้ลดลง ดังนั้น จึงคาดว่า จนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้ คือในสิ้นเดือนก.ย.นี้ สบน.จะกู้เงินจากพ.ร.ก.นี้รวม 4.5 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 5.5 แสนล้านบาท จะกู้ในปีงบประมาณหน้า









