วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โกลเบล็ก' คาดหุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,680 -1,725 จุด

"บล.โกลเบล็ก" คาดดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,680 -1,725 จุด มอง "LTF - RMF " หนุนหุ้นปลายปี แนะลุย 6 หุ้นเด่น

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับสูงจากที่คาดว่าการหารือในวันที่ 30 พ.ย. จะได้ข้อสรุปในการขยายการปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งนักวิเคราะห์คาดจะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร์เรล/วันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรล/วัน

รวมถึงประชุมครม.สัญจรเดินหน้าพิจารณาแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ครอบคลุมระบบราง ถนน ท่าเรือ และสนามบิน รวมทั้งหมด 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (2562-2566) และมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุน LTF และ RMF หนุนดัชนีในช่วงปลายปี

สำหรับปัจจัยที่มีผลลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะนี้มาจากกระแสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่คาดว่าเฟดจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป และ Fund Flow ยังคงผันผวน ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติ Net Sell ราว 2.1 หมื่นล้านบาทและคาดจะผันผวนต่อเนื่องไปจนถึงเดือนหน้าที่จะมีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ วันที่ 29 พ.ย. สหรัฐ เปิดเผย GDP ไตรมาส 3/2560 ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (เช้าวันที่ 30 พ.ย.) และในวันที่ 30 พ.ย. วุฒิสภาสหรัฐมีกำหนดโหวดร่างกฏหมายปฏิรูปภาษี และกำหนดประชุมกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกเกี่ยวกับการขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมัน ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยมีกำหนดรายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ส่วนภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับสูง การเดินหน้าเปิดประมูลโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ต่อเนื่อง และเม็ดเงินเข้าซื้อกองทุน LTF และ RMF โดยมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ยังผันผวนในช่วงเดือนที่ผ่านมา คาดการณ์เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งสุดท้ายในเดือนธันวาคม

ประเมินว่า SET ในสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,680 -1,725 จุด ทั้งนี้ แนะนำซื้อเก็งกำไร SUPER, SSP, PSTC, BGRIM, BPP และ KSL หุ้นโรงไฟฟ้าที่ผ่านคุณสมบัติ SPP Hybrid ซึ่งจะประกาศผลในวันที่ 14 ธ.ค. ได้แก่ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดประมูลโครงการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่