วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (27 ต.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังซาอุฯ เดินหน้าลดอุปทานส่วนเกินให้กลับมาอยู่ที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน หลังยังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากซาอุดิอาระเบียที่เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ผลิตตั้งเป้าหมายในการลดอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกให้กลับมาอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 5 ปี ส่งผลให้ตลาดคาดว่ามีแนวโน้มสูงที่ในการประชุมวันที่ 30 พ.ย. มีโอกาสที่กลุ่มผู้ผลิตจะขยายระยะเวลาสิ้นสุดของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตออกไป 3 - 9 เดือนจากเดิมที่สิ้นสุด มี.ค. 61 ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของรัสเซียที่สนับสนุนการขยายข้อตกลงออกไปจนถึงสิ้นปีหน้า

+ การส่งออกน้ำมันดิบทางตอนเหนือของประเทศอิรักยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ราว 300,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลงจากระดับปกติที่ประมาณ 500,000 - 600,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากแหล่งผลิตน้ำมัน Avana และ Bai Hassan ซึ่งตั้งอยู่แถวทางตอนเหนือหยุดชะงักซึ่งส่งผลมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิรักและชาวเคิร์ดในประเทศ

- อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงกดดันหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.85 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 457.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวันและปริมาณการนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น

- นอกจากนี้ ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ในสัปดาห์ล่าสุดปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ราว 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบมีแนวโน้มแตะระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนหน้า หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงถูกกว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกค่อนข้างมาก

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี  ประกอบกับ อุปสงค์ตะวันออกกลางและอินเดียยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นสูงสุดในรอบ 1 เดือน รวมถึงการส่งออกน้ำมันดีเซลของจีนที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในเดือน ต.ค.

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 49 - 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 56 - 61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • กลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 ต่อไปอีกราว 3 - 9 เดือน โดยซาอุดิอาระเบียเปิดเผยว่าเป้าหมายหลักของกลุ่มคือการปรับลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD oil stocks) ให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังคงหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาสมดุลตลาดน้ำมัน หลังข้อตกลงสิ้นสุดลง
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ที่คาดจะกลับมาดำเนินการผลิต หลังมีการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินจากพายุเฮอร์ริเคน Nate รวมถึงการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ต.ค.60 ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ 1.7 ล้านบาร์เรล
  • ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิรักและชาวเคิร์ดในประเทศคาดจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบ หลังกองกำลังทหารอิรักบุกยึดพื้นที่ในเมือง Kirkuk คืนจากชาวเคิร์ด ส่งผลให้แหล่งผลิตน้ำมันดิบขนาดใหญ่ 2 แหล่งในเมือง Kirkuk อย่าง Bai Hassan และ Avana กำลังการผลิตรวมกันราว 280,000 บาร์เรลต่อวัน ต้องปิดดำเนินการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์

-----------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)  

         โทร.02-797-2999