"บอร์ด ขสมก." เปิดให้เอกชน 3 รายยื่นซองรถเมล์เอ็นจีวี พร้อมเตรียมชี้ขาดแบล็กลิสต์ "เบสท์ริน" ภายในสัปดาห์นี้
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ด ว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดหารถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน วงเงิน 3,387 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประกวดราคา โดยวันนี้ (24 ส.ค.) เวลา 09.00-11.00 น. จะเปิดให้บริษัทเอกชน 3 รายยื่นซองเอกสารประกวดราคา และจะประกาศ รายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติมีสิทธิ์เข้าประมูลในวันที่ 1 ก.ย. และในวันที่ 8 ก.ย. จะเปิดให้เสนอราคาผ่านระบบ อีอ็อกชั่น ทั้งนี้หากการดำเนินการเป็นไปตามกรอบเวลาจะสามารถส่งมอบรถได้ภายใน 90 วัน หรือประมาณวันที่ 8 ธ.ค.นี้ โดยเอกชน 3 รายประกอบด้วย 1.บริษัท ไทย เทคโนโลยี แอนด์ เดเวลอปเมนท์ จำกัด 2.บริษัท เบสท์รินกรุ๊ป จำกัด และ 3.กิจการร่วมค้า เจวีซีซี ช.ทวี จำกัด (มหาชน)
ส่วนกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตกรณีขสมก.ยกเลิกการขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสท์บริษัทเบสท์รินฯ จนทำให้เบสท์ริน สามารถเข้าร่วมประมูลในโครงการเอ็นจีวีล่าสุดได้อีก คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะรู้ผลว่าเบสท์รินจะเข้าข่ายถูกขึ้นบัญชีดำ หรือไม่ หากถูกแบล็คลิสต์ก็ถือว่าตกคุณสมบัติ ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ได้อีกต่อไป ซึ่งได้เปิดโอกาสให้เบสท์รินชี้แจงเหตุผลของการส่งมอบรถไม่ได้ตามที่กำหนดไปก่อนหน้านี้แล้ว
ขณะที่ประเด็นเรื่ององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ท้วงติงเรื่องการกำหนดราคากลางในการประมูลครั้งใหม่ 3,387 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยืดถือจากราคากลางเดิมที่เบสท์รินประมูลได้ในครั้งก่อน โดยมองว่าเป็นราคาที่ต่ำเกินจริง โดยต่ำกว่าราคากลางในการประมูลครั้งแรก ที่กำหนด 4,021 ล้านบาท ถึง 633 ล้านบาทนั้น ยืนยันจะใช้ราคากลาง 3,387 ล้านบาทตามเดิม โดยจะต้องรอดูว่าในวันที่ 24 ส.ค.นี้ จะมีผู้มายื่นซองประกวดราคากี่ราย หากไม่มีผู้มายื่นซองก็ต้องล้มประมูล แต่หากมีรายเดียว และมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของขสมก. ว่าจะเจรจาให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ ขสมก.กำหนด หรือล้มประมูล
"หากบริษัทที่ยื่นซองเข้ามามีเพียงรายเดียวคือ เบสท์รินฯ ก็ต้องดูว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ และสามารถตอบคำถามสังคมได้หรือไม่ หากสังคมยังไม่เข้าใจ ก็ต้องล้มประมูล หากสรุปแล้วต้องมีการล้มประมูล ก็ต้องทบทวนเงื่อนไข และนับหนึ่งกันใหม่ โดยอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการดำเนินการที่จะเริ่มประมูลอีกครั้ง ซึ่งก็คงจะทำให้การได้รถเมล์ใหม่ล่าช้าออกไปอีก " นายณัฐชาติ กล่าว









