Doctor Doom คือใคร มาปรากฏตัวใน MCU ได้อย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นใน Avengers: Doomsday ที่จะเข้าฉาย 17 ธ.ค.นี้ สืบเสาะเงื่อนงำได้จากหนัง-ซีรีส์เหล่านี้ได้เลย
เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองเดือน Avengers: Doomsday ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทุกคนรอคอยก็จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 17 ธันวาคม 2569 นับว่ายังมีเวลาเหลือพอที่จะกลับไปย้อนดูหนัง และซีรีส์ในจักรวาลมาร์เวล เพื่อเป็นการทบทวน ปูพื้นฐานให้การรับชม Doomsday มีอรรถรสยิ่งขึ้น
แล้วควรกลับไปดูเรื่องใดบ้าง เพราะนับถึงปัจจุบัน มาร์เวลปล่อยหนังออกมาให้ดูกันมากถึง 38 เรื่อง (Spider-Man: Brand New Day เป็นเรื่องล่าสุด) ไม่นับรวมซีรีส์อีกหลายสิบเรื่อง
คำตอบคือ พิจารณาจากหลักการง่าย ๆ ดังนี้
1.หนัง ซีรีส์เกี่ยวกับตัวละครที่จะมีบทบาทสำคัญใน Avengers: Doomsday เพื่อให้รับรู้ที่มาที่ไปของตัวละครแต่ละตัว ความสัมพันธ์ ปมความขัดแย้งระหว่างกัน ตลอดจนพลังพิเศษที่จะส่งผลต่อเนื้อเรื่อง
2.คอนเทนต์เกี่ยวกับ ‘พหุจักรวาล’ หรือ The Multiverse Saga ซึ่งเป็นคอนเซปต์หลักของหนัง MCU มาตั้งแต่เฟส 4 จนถึงเฟส 6 ที่จะปิดเฟสด้วยหนังสองเรื่องสุดท้ายคือ Avengers: Doomsday (กำหนดฉาย 17 ธันวาคม 2569) และ Avengers: Secret Wars (กำหนดฉาย 17 ธันวาคม 2570)
3.คอนเทนต์เกี่ยวกับ Incursion หรือ การชนกันของจักรวาล เพราะมีการคาดเดากันในหมู่แฟนพันธุ์แท้มาร์เวลว่าสาเหตุที่ทำให้เกิด Doomsday มาจากการชนกันของจักรวาล และนี่อาจเป็นสาเหตุให้ Doctor Doom ออกตามล่าหาตัวการที่ทำให้เกิด Incursion เพื่อจัดการพวกเขาก่อนที่การชนกันจะเกิดขึ้น
ตัวอย่างภาพยนตร์ Doomsday
สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคอนเซปต์ดังกล่าวมีดังต่อไปนี้ (ถ้าดูไม่ทัน อ่านที่เราสรุปมาให้ได้เลย)
1.Fantastic Four: First Steps
นอกจากจะได้ทำความรู้จักทีม Fantastic Four ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญใน Avengers: Doomsday แล้ว ใน mid-credits scene เรายังได้เห็น Doctor Doom ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกใน MCU
ในฉากนั้น Sue Storm กำลังอ่านหนังสือให้ลูกชายวัยสี่ขวบ Franklin Richards ฟัง แล้วจู่ ๆ ก็มีร่างในชุดเสื้อคลุมสีเขียวโผล่ออกมา นั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ Franklin ถอดหน้ากากสีเงินออก แล้วปล่อยให้หนูน้อยจับใบหน้าของเขา
ร่างนั้นคือ Doctor Doom ที่สนใจพลังระดับคอสมิกซึ่งใกล้เคียงกับพลังเทพเจ้าของ Franklin โดยหนูน้อยมีพลังที่เรียกว่า Reality-Warping (การเปลี่ยนความเป็นจริง) สามารถบิดเบือน สร้างจักรวาล และเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงตามที่เขาต้องการได้
2.Avengers: Endgame และ Avengers: Endgame Encore
มีตัวละครจากทีม Avengers ชุดเก่าหลายตัวที่จะกลับมามีบทบาทสำคัญใน Doomsday ทั้ง Thor, Hulk, Steve Rogers ฯลฯ ที่สำคัญใน Endgame Encore มีการเพิ่มฉากช่วง post-credits และ mid-credits scenes เข้ามาหลายฉากเพื่อโยงไปถึง Doomsday
- ฉากแรก Loki ในชุดเจ้าหน้าที่ TVA มาที่บ้านของ Steve Rogers กับ Peggy Carter ที่กำลังเต้นรำกันอยู่เพื่อบอกว่า เขาสามารถช่วยทั้งคู่ได้ ซึ่งคำพูดประโยคนี้ของ Loki ถูกตีความไปต่าง ๆ นานา เช่น การตัดสินใจเดินทางข้ามเวลากลับมาอยู่กับ Peggy ในอดีตของ Steve น่าจะส่งผลให้เขาตกเป็นเป้าการไล่ล่าของ Doctor Doom ในขณะที่อีกทฤษฎีมองว่าการตัดสินใจของ Steve อาจสร้างปัญหาบางอย่างต่อ Multiverse ทำให้ Loki ต้องเข้ามาจัดการให้ timeline กลับสู่ภาวะปกติ
- ฉาก บรูซ แบนเนอร์ (ที่อาละวาดใน Spider-Man: Brand New Day จนถูกจับไปขังไว้ในบังเกอร์ลึก 2 ไมล์ใต้พื้นดิน) กำลังอัดคลิปบันทึกเหตุการณ์ประจำวันว่า ตัวเองกำลังคิดค้นเซรุ่มกดพลังซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ จู่ ๆ ก็มีอักษรรูนส์สีเขียวปรากฏขึ้น ภาพเกิดขัดข้องแล้วก็มีเสียง Doctor Doom ดังขึ้นว่า “ข้ามารับตัวเจ้า” ก่อนที่กล้องจะล้มลงพร้อมกับเสียงคำรามของ Hulk ดังขึ้น
- โดยฉากนี้ถูกตีความว่า Doctor Doom น่าจะเดินทางข้าม multiverse ไปทั่วเพื่อรวบรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังมหาศาลมาเป็นพวก ก่อนจะทำตามแผนการที่วางเอาไว้ (ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์ของเขาคืออะไร) แถมยังเป็นการบอกล่วงหน้าว่าใน Doomsday เราจะได้เห็น Hulk ถูกควบคุมโดย Doom
- ฉากที่สำนักงานใหญ่ TVA (ชื่อเต็มคือ Time Variance Authority เป็นองค์กรควบคุมความแปรผันของเวลา มีหน้าที่ดูแลรักษา "เส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์" (Sacred Timeline) ให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น) เราได้เห็น Mobius, Ouroboros (O.B.) และ Casey กำลังเฝ้าระวังวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นคือ การชนกันระหว่าง Earth-10005 (จักรวาล X-Men ของ Fox) กับ Earth-1127 (จักรวาล Spider-Man ของผู้กำกับ แซม ไรมี ที่มี โทบี้ แมคไกวร์ รับบทไอ้แมงมุม)
- การชนกันของสองจักรวาลนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือการ์ตูน Time Runs Out และน่าจะเป็นต้นเหตุของหายนะใน Avengers: Doomsday และทำให้ Doctor Doom ออกตามล่าหาตัวผู้ที่เดินทางข้าม multiverse ทำให้มิติเวลาบิดเบี้ยวจนเกิดการชนกันขึ้น โดยว่ากันว่าคนพวกนี้ได้แก่ Steve Rogers, Loki, Doctor Strange, Peter Parker, Ant-Man, Thanos และ The Kang Variants
- ที่สำคัญ Incursion ครั้งนี้ยังเป็นการดึงเหล่า X-Men เข้ามาใน MCU อย่างแนบเนียนอีกด้วย
- ฉาก Victor Von Doom กำลังตีหน้ากากเหล็กของตัวเอง โดยสิ่งที่น่าเอะใจก็คือ ภาพและเสียงค้อนทุบเหล็กที่เห็นทำให้หวนนึกไปถึงฉาก Tony Stark ตีเหล็กเพื่อทำชุดเกราะใน Iron Man ภาคแรก ซึ่งเป็นหนังเปิดจักรวาลมาร์เวล
- ที่สำคัญ ทั้งสองตัวละครนี้นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ด้วยกันทั้งคู่ ทำให้เหล่าสาวกมาร์เวลพากันตีความไปว่า การเลือกดาวนีย์ จูเนียร์มารับบท Doctor Doom อาจมีอะไรลึกซึ้งมากกว่าการดึงเขากลับมากอบกู้ศรัทธาแฟน ๆ โดยหนึ่งในสมมุติฐานที่แฟน ๆ คิดกันไปไกลก็อย่างเช่น ทฤษฏี Tony as Doom ที่เดากันว่า ไม่แน่ โทนี สตาร์ก อาจเป็น Victor Van Doom ในอีกไทม์ไลน์หนึ่งก็ได้
3.Loki ซีซั่น 1 และ 2
เป็นซีรีส์ที่ควรดูเพราะจะทำให้คุณเข้าใจการทำงานของหน่วยงานควบคุมเส้นเวลา (Timeline) ที่มีชื่อเรียกว่า Time Variance Authority หรือ TVA รวมถึงหลักการ multiverse และไทม์ไลน์ต่าง ๆ มากขึ้น
ที่สำคัญ ยังเป็นการทำความเข้าใจตัวละคร Loki ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งใน Avengers สองภาคที่กำลังจะปล่อยออกมาทั้ง Doomsday และ Secret Wars
4.Doctor Strange in the Multiverse of Madness
เป็นหนังที่จะทำให้เข้าใจคอนเซปต์ “การชนกันของจักรวาล” หรือ incursion ที่เป็นผลพวงมาจากการเดินทางข้ามไปยังจักรวาลคู่ขนานแล้ว “ทิ้งร่องรอยขนาดใหญ่” เอาไว้ ทำให้ “ความเป็นจริง” ในจักรวาลนั้นเกิดการไร้เสถียรภาพจนนำไปสู่การพังทลาย
“เมื่อรอยฉีกขาดปรากฏ ปฏิกิริยาลูกโซ่จะถือกำเนิด และนำไปสู่การทำลายล้างทั้งสองจักรวาลในท้ายที่สุด”
Multiverse of Madness เป็นหนัง MCU เรื่องแรกที่พูดถึง Incursion แถมยังมีการข้ามไทม์ไลน์ไปยังมิติอื่นวุ่นวายเต็มไปหมด โดยเนื้อเรื่องมีอยู่ว่า เด็กสาวที่มีพลังเปิดประตูมิติเดินทางข้ามจักรวาล America Chavez หลบหนีการไล่ล่ามายัง Earth-616 ซึ่งเป็นจักรวาลหลักของหนัง MCU พร้อมกับ Doctor Strange จากอีกไทม์ไลน์หนึ่งที่ถูกฆ่าตายกลายเป็นศพ Strange ในจักรวาลหลักเลยเข้าช่วยเหลือเธอจนหลุดเข้าไปในอีกจักรวาล ซึ่งก็คือ Earth-838 ด้วยกัน
ที่ Earth-838 นี้ Doctor Strange ไม่ใช่ฮีโร่ แต่คือตัวร้าย เพราะเขาใช้วิธีการ dreamwalk เข้ามายังจักรวาลนี้ตอนที่เสาะหาวิธีการโค่นธานอส แล้วเกิดพลาด ทำให้เกิด Incursion ที่ทำลายจักรวาลนี้ลง บีบบังคับให้ Illuminati ต้องสังหาร Strange ในไทม์ไลน์นี้เพื่อป้องกันไม่ให้จักรวาลของพวกเขาล่มสลาย
ดังนั้น เมื่อ Strange หลุดมาที่ Earth-838 เขาจึงถูกวางยาและจับตัวไปขังไว้ จนกระทั่ง Wanda ที่ต้องการตัว America Chavez ตามมาแล้วฆ่า Illuminti ในจักรวาลนี้ทิ้งทั้งหมด เด็กสาวใช้พลังเปิดประตูมิติเพื่อหลบหนีอีก ทำให้ Strange หลุดเข้าไปในจักรวาลที่ล่มสลายแล้ว ทำให้เราได้เห็นภาพว่า Incursion เป็นอย่างไร
เท่านั้นไม่พอ America Chavez ยังเปิดประตูมิติให้ Wanda เข้าไปพบลูกในจักรวาลหลักตามที่เธอต้องการ ซึ่งจะเห็นว่าในหนังเรื่องนี้มีการเปิดประตูมิติ ข้ามเวลาไปยังจักรวาลอื่นหลายต่อหลายครั้ง จนใน mid-credits scene เราได้เห็นตัวละครใหม่ชื่อ Clea (นำแสดงโดย ชาร์ลีซ เธอรอน) ปรากฏตัวขึ้นเพื่อบอกให้ Strange ตามเธอไปแก้ปัญหาที่เขาก่อเอาไว้ นั่นคือ การหยุดยั้ง Incursion ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพราะการข้ามเวลามั่วซั่วของเขานั่นเอง
5. Thunderbolts*
หนังที่จะทำให้คุณรู้จักเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่จะกลายมาเป็น Avengers ทีมใหม่ ได้แก่ Yelena Belova (Black Widow), Bucky Barnes (Winter Soldier), John Walker (U.S. Agent), Alexei Shostakov (Red Guardian), Ava Starr (Ghost), Bob Reynolds (Sentry / Void), Taskmaster (Olga Kurylenko) รวมถึงความสัมพันธ์ของพวกเขากับ Captain America คนใหม่
ส่วนใน post-credits scene เราได้เห็นยานอวกาศที่มีเลข 4 ติดอยู่ด้านข้าง ทะลุชั้นบรรยากาศเข้ามา ซึ่งเป็นการนำทีม Fantastic Four จากอีกโลกหนึ่ง (Earth-828) เข้ามาอยู่ในไทม์ไลน์หลักของหนังมาร์เวล (Earth-616) นั่นเอง
6. Captain America: Brave New World
หนังที่จะทำให้คุณรู้จักบทบาทและหน้าที่ของ Captain America คนใหม่ (แซม วิลสัน) ความสัมพันธ์ของเขากับแก๊ง Thunderbolts ที่เขาจะต้องรวบรวมมาสร้าง Avengers ทีมใหม่ ซึ่งปราศจากการควบคุมของรัฐบาล และที่สำคัญคือได้เห็นการกลับมาของซูเปอร์ฮีโร่ในตำนาน Thor กับ Bucky Barnes เพื่อผนึกกำลังกันรับมือกับ Doctor Doom
ส่วนใน post-credit scene เราได้เห็น Samuel Sterns ที่ถูกจับขังเอาไว้ ถามแซม วิลสันว่า “คิดว่ามีเพียงแค่โลกที่เราอาศัยอยู่กันเหรอ” ก่อนจะเตือนให้คอยรับมือกับ “ผู้มาเยือนจากต่างมิติ” ซึ่งหมายถึง Doctor Doom นั่นเอง
7.หนังในจักรวาล X-Men ของ Fox
20th Century Fox สร้างหนังแฟรนไชส์ X-Men เอาไว้ 13 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่ควรดูเพื่อทำความรู้จักตัวละครที่น่าจะมาปรากฏตัวใน Doomsday ได้แก่
X-Men (2000) หนังที่ทำให้รู้จัก Professor X และตัวละครอีกหลายตัว, X2: X-Men United (2003), X-Men: The Last Stand (2006), X-Men: Days of Future Past (2014) และ Logan (2017)



