ดันขายกอง "ทีเอฟเอฟ" ปีนี้ หวังสร้างบรรยากาศลงทุน
สคร. เร่งดันกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ขายหน่วยลงทุนภายในปีนี้ หวังสร้างบรรยากาศลงทุนในประเทศ เผยหลังจากนี้ กทพ. ต้องยกร่างสัญญาการนำรายได้ของทั้ง 2 โครงการลงทุนที่ก่อสร้างไปแล้ว มาสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดตรวจร่าง
สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์” (ทีเอฟเอฟ) ด้วยวิธีการจัดตั้งกองทุน ในรูปแบบไม่จำกัดอายุกองทุน มูลค่ารวม 1 แสนล้านบาท โดยที่กระทรวงการคลังจะลงทุนในกองทุนนี้มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน
สำหรับกองทุนทีเอฟเอฟ เบื้องต้น ครม. อนุมัตินำร่องให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นำรายได้ค่าผ่านทางของโครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ของ กทพ. เพื่อไปลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของ กทพ. ในโครงการทางพิเศษพระราม 3 - ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E-W Corridor ด้านตะวันออก
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุว่า สคร.จะพยายามผลักดันให้กองทุนทีเอฟเอฟเปิดขายหน่วยลงทุนได้ภายในปีนี้ เพื่อหวังให้เกิดการสร้างบรรยากาศการลงทุนในประเทศ
“สคร.จะต้องเร่งกระบวนการ เพื่อให้สามารถขายหน่วยลงทุนในทีเอฟเอฟกองแรกของไทยให้เร็วที่สุด เพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมา และยังจะก่อให้เกิดการลงทุนในโครงการต่อเนื่อง จากเงินที่รัฐได้จากการขายหน่วยลงทุนของกองทุน ทีเอฟเอฟ”
อย่างไรก็ตาม การเปิดขายหน่วยลงทุนดังกล่าว จำเป็นต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม อย่างน้อยที่สุดจะต้องผ่านช่วงเดือนต.ค.นี้ ที่ประเทศไทยมีเหตุการณ์สำคัญไปก่อน แต่จะต้องไม่ให้ใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งนักลงทุนไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะลงทุน
แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากครม.มีมติดังกล่าว ทาง กทพ. จะต้องไปยกร่างสัญญา ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว โดยหลักการสำคัญของตัวร่างสัญญา คือ ความรับผิดชอบของคู่สัญญา มีรายละเอียดที่จะกำหนดให้ กทพ.จะต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น เมื่อโครงการที่ถูกกำหนดให้เป็นแหล่งรายได้ มีรายได้เข้ามาแล้ว จะต้องส่งรายได้เข้ากองทุนภายในกี่วัน ซึ่งสัญญาของกองทุนจะมีอายุ 30 ปี โดยกำหนดให้ กทพ.นำรายได้จากสองโครงการดังกล่าว คือ ฉลองรัช และบูรพาวิถี 45 % เข้ากองทุน
ทั้งนี้ เมื่อยกร่างสัญญาเสร็จแล้ว จะต้องส่งให้อัยการสูงสุด เป็นผู้ตรวจร่างสัญญา หลังจากสัญญายกร่างเสร็จแล้ว จึงจะสามารถเริ่มกระบวนการไฟล์ลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ แล้วจึงทำด้านการตลาดด้วยการทำ Book Building เพื่อหาความต้องการของตลาด ซึ่งคาดว่า นักลงทุนสถาบันจะให้ความสนใจในตัวกองทุนนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งหากนักลงทุนมีความต้องการลงทุนในกองทุนนี้มาก จะทำให้ต้นทุนของรัฐในการระดมทุนผ่านทีเอฟเอฟต่ำลง
ทั้งนี้ ทีเอฟเอฟ เป็นกองทุนปิดที่ไม่จำกัดอายุของกองทุน รวมทั้ง จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย ทีเอฟเอฟ จะเสนอขายหน่วยลงทุนแก่นักลงทุนทั่วไป ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนตามผลการดำเนินการของโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนรวมฯ ลงทุน โดยไม่มีกลไกการรับประกันผลตอบแทน
ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหน่วยลงทุนทีเอฟเอฟ วงเงิน 1,000 ล้านบาท และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน กระทรวงการคลังจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ ทีเอฟเอฟ เพิ่มเติมในวงเงินไม่เกิน 9,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ เพื่อจูงใจให้หน่วยงานภาครัฐนำโครงการโครงสร้างพื้นฐานมาระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการในการสร้างแรงจูงใจในการนำโครงการโครงสร้างพื้นฐานของกทพ. มาระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ เช่น 1.การเห็นสมควรให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการคำนวณกำไรเพื่อการจัดสรรโบนัส เพื่อชดเชยในกรณีที่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ
โดยการนำรายการผลกระทบทางบัญชีที่เกิดจากการนำโครงการเข้าระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ มาบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อการจัดสรรโบนัส และ 2. ให้ กทพ. สามารถนำเงินสภาพคล่องส่วนเกินดังกล่าวซื้อหน่วยลงทุน A ของกองทุนรวมฯ และ/หรือสามารถบริหารสภาพคล่องได้ตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งของ กทพ. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้









