วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แคมเปญ' สินเชื่อบุคคลมาตามนัด

แคมเปญ "สินเชื่อบุคคล" มาตามนัด รับ "ไฮซีซันเปิดเทอม"  

หลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันทั้งเทศกาลสงกรานต์ และใกล้เปิดเทอม ที่เป็นฤดูกาลการจับจ่ายใช้สอย แน่นอนว่าสินเชื่อบุคคลยังมีความจำเป็นที่จะเข้ามาช่วงแบ่งเบาภาระได้ ทำให้แนวโน้มสินเชื่อบุคคลของธุรกิจนอนแบงก์ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้น่าจะขยายตัวมากขึ้น ส่วนการจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ จะมุ่งกลุ่มลูกค้าเดิมประวัติชำระหนี้ดีและมีเครดิตไลน์ รวมถึงขยายฐานลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรมที่ยังเติบโตดีในปีนี้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังเป็นพระเอก แต่ทุกบริษัทจะประสานเป็นเสียงเดียวกันในปีนี้ คือ “ไม่กระตุ้นให้คนเป็นหนี้เพิ่มหรือใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น” เพื่อรักษาคุณภาพหนี้ 

**“เฟิร์สช้อยส์”ชี้กดเงินสดรับเปิดเทอมโต 5%

ณญาณี เผือกขำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมียอดสินเชื่อบุคคล เป็นสินเชื่อใหม่ผ่านบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์และ บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์วีซ่า ประมาณ 11,900 ล้านบาท เติบโต 5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ทั้งปีนี้ยังคงเป้าหมายยอดสินเชื่อใหม่ไว้ที่ 54,500 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อนถือว่าเป็น การเติบโตสอดคล้องกับทั้งระบบสินเชื่อบุคคลในปีนี้ 3-5%  เนื่องจากธุรกิจนอนแบงก์ยังคงเข้มงวดในการคัดกรองลูกค้าใหม่ ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่เป็นบวก ส่วนลูกค้าเดิม พบว่า มีคุณภาพหนี้ดีขึ้น จะพยายามรักษาเครดิตไว้ เพื่อให้เหลือวงเงินกู้ที่สามารถเบิกใช้เป็นวงเงินหมุนเวียนไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้

ดังนั้นช่วงไฮซีซันทั้งเทศกาลสงกรานต์ และเปิดเทอมที่เป็นฤดูกาลการจับจ่ายใช้สอย มองว่า แนวโน้มสินเชื่อบุคคลช่วงไตรมาส 2 นี้จะขยายตัวมากขึ้นจากไตรมาสแรกปีนี้ โดยยอดกดสินเชื่อเงินสดในไตรมาส 2 ปีนี้คาดว่า เติบโต 5% เพราะช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ พบว่า ลูกค้าเดิมมีประวัติผ่อนชำระดีและมีเครดิตไลน์ เริ่มกดสินเชื่อเงินสดไปใช้บ้างแล้ว

“บริษัทไม่กระตุ้นให้คนใช้เงิน โดยไม่จำเป็นหรือก่อหนี้เพิ่ม ในภาวะเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่มุ่งจัดแคมเปญในกลุ่มที่มีความต้องการใช้เงินและมีเครดิตไลน์ที่ดี เพื่อแบ่งเบาภาระการชำระหนี้ โดยแคมเปญพิเศษผ่อน 0% ยังจำเป็นและตลาดตอบรับดี”

ล่าสุด ต้อนรับเปิดเทอมนี้ บริษัททำแคมเปญพิเศษผ่อนเบาๆ 0% ครอบคลุมทุกการใช้จ่ายที่จำเป็น ทั้งค่าเบี้ยประกัน ตกแต่งบ้าน ค่าเล่าเรียน ร้านอาหาร เติมน้ำมัน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว

ขณะที่ทางด้านหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อบุคคลปัจจุบันอยู่ที่ 3% จากความเข้มงวดในการคัดกรองลูกค้ามากขึ้น เชื่อว่าทั้งปีนี้ยังคุมหนี้เสียไว้ที่ระดับนี้ได้

**“เคทีซีเน้นขยายฐานลูกใหม่

สุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย หรือ KTC มองว่า แนวโน้มสินเชื่อบุคคลไตรมาส 2 ปีนี้ของบริษัท คาดว่ายังเติบโตได้ดีกว่าไตรมาสแรกที่เติบโต 17% เป็นมูลค่าสินเชื่อ 22,158 ล้านบาทเนื่องจากหลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันทั้งเทศกาลสงกรานต์ และเปิดเทอมที่เป็นฤดูกาลการจับจ่ายใช้สอย

โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อบุคคล เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% มีมูลค่าสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2559 มีมูลค่าสินเชื่อ 21,595 ล้านบาท เติบโต 18.2%

“ภาพรวมสินเชื่อบุคคลทั้งระบบสิ้นปีนี้ คาดว่าเติบโต 3-4% โดยจะเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย แต่ทั้งปีนี้บริษัทก็ยังโตและคาดว่าจะอาจถึง 16% แต่ไม่ถึง 20% มาจากการเน้นขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่เติบโตดีในปีนี้ ส่วนกลุ่มลูกค้าในโรงงานอุตสาหกรรม ยังคงหลีกเลี่ยงไม่ปล่อยสินเชื่อเพราะตามหนี้ยาก”

สำหรับแคมเปญไตรมาส 2 จะเน้นแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า ได้แก่ “แคมเปญเคลียร์หนี้เกลี้ยง” ที่จัดต่อเนื่องมา 5 ปี รวม 6 ครั้ง ซึ่งลูกค้าชื่นชอบและมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแคมเปญมากขึ้นเรื่อยๆ แคมเปญ “เที่ยวฟรี ตามใจฝัน เคทีซีจัดให้”  แคมเปญ "Half Price Promotion” สมัครสมาชิกใหม่มอบส่วนลดดอกเบี้ยฯ สูงถึง 50%” เพียงสมัครเป็นสมาชิก “เคทีซี พราว” คุณสมบัติจะต้องเป็นพนักงานประจำมีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

ด้าน เอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคลในปีนี้ บริษัทจะคุมไว้ที่ระดับ 0.9-1% จากสิ้นปีก่อนและไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ระดับ 0.9% ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่าระบบอยู่ที่ 3.1%, ธนาคาร 4.1% และนอนแบงก์ 2.3% โดยบริษัทบริหารจัดการเอ็นพีแอลอยู่ในระดับต่ำได้ดี ด้วยระบบคัดกรองลูกค้าและติดตามหนี้ที่เข้มข้น ทำให้การปฏิเสธสินเชื่อที่ผ่านมาสูงถึง 70% และ ยอดการอนุมัติอยู่ที่ 30% ซึ่งอยู่ในระดับนี้มา 5 ปีแล้ว

ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับฐานรายได้ผู้สมัครขั้นต่ำจาก 10,000 บาทต่อเดือน เป็น 12,000 บาทต่อเดือนเช่นเดียวกับธนาคารได้ปรับเข้มงวดคุณสมบัติผู้สมัครขั้นต่ำรายได้จาก 30,000 บาทต่อเดือน เป็น 50,000 บาทต่อเดือน และนอนแบงก์ ปรับจาก 5,000 บาทต่อเดือนเป็น 8,000 บาทต่อเดือน

*“อิออน”เข้มไม่ปล่อยกู้คนติดต่อยาก

นายประพันธ์ รังสิโยภาส ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ช่วงเปิดเทอมหรือก่อนสงกรานต์เป็นฤดูกาลที่คนใช้เงิน ทำให้พบว่ามียอดกู้สินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นทุกปีและปีนี้ก็เช่นกัน แต่ในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ไม่ต้องการสนับสนุนให้คนเป็นหนี้เพิ่มดังนั้น ภาพรวมสินเชื่อบุคคลปีนี้ของบริษัทอาจเพิ่มขึ้นไม่มากนัก มีสัดส่วนการผ่อนชำระ 50% และกดเงินสด 50%

บริษัทยังคงเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อคุมเข้มเช่นเดิม หากเป็นกลุ่มที่ติดต่อลำบากจะระวังหรือไม่ปล่อยกู้เลย อีกทั้งต้องเป็นลูกค้าเดิมที่มีประวัติกับบริษัทมากก่อนถึงจะปล่อยกู้ รวมถึงต้องมีรายได้และมีความสามารถชำระหนี้ตามเกณฑ์ ยังคงให้ยอดวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าเช่นเดิม

**ซิงเกอร์ศึกษาปล่อยกู้นาโน/พิกโก้

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการ สายงานการขายและการตลาด บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทสนใจธุรกิจสินเชื่อบุคคล ในกลุ่มรายย่อยระดับนาโนไฟแนนซ์หรือพิกโก้ไฟแนนซ์ เพราะยังเห็นความต้องการใช้เงินของกลุ่มฐานราก ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวน่าจะเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง แต่การปล่อยสินเชื่อต้องสอดคล้องกับความสามารถชำระหนี้และระยะเวลาตามเก็บหนี้ของลูกหนี้ด้วย