วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GIFT - ซื้อ

A “GIFT” from the sky

ประเด็นการลงทุน

เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ GIFT ด้วยราคาเป้าหมาย 7.50 บาท อิง Core PE 21 เท่า (+1SD จากค่าเฉลี่ย PE ระยะยาว 5 ปี) เชื่อว่าราคาหุ้นสมควรจะปรับขึ้นสะท้อน PE ที่กรอบบน +1SD ได้ตามอัตราการเติบโตของกำไรหลักปี 2017 ที่คาดขยายตัว 32% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่า ค่าเฉลี่ยที่ 20% ต่อปี โดย Valuation ปัจจุบันสะท้อน Core PE ปี 2017 ที่เพียง 17 เท่า และปี 2018 เพียง 14 เท่า

คาดทิศทางของกำไรเปรียบเทียบเป็นรายไตรมาส มีแนวโน้มจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง จากฐานรายได้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม HPC- สินค้าอุปโภคหลักในชีวิตประจำวันที่มีความมั่นคง ในส่วนของกำไรที่จะขยายตัวสูง ปัจจัยหนุนจะมาจาก 1) ธุรกิจอาหารและยา (FBS) ที่ตอบโจทย์การบริโภคในปัจจุบัน และ 2) การก้าวเข้าสู่สินค้า Brand owner ที่ให้มาร์จิ้นสูง คาดจะหนุน CAGR 2016-2019 โตได้เฉลี่ย 25%

Catalyst I: Home Personal & Beauty care growth’s remain

บริษัทฯ มีรายได้ธุรกิจหลัก HPC หรือ Home care, Personal care& Cosmetic ซึ่งมีสัดส่วน 73% ของรายได้ ที่ผลิตส่วนผสมให้กับ กลุ่มธุรกิจ แชมพู, สบู่, โลชั่นทาผิว, ครีมกันแดด, เครื่องสำอาง ฯลฯ เกือบทุกยี่ห้อดังที่มีอัตราการบริโภคสูง จะหนุนการเติบโตอย่างมั่นคง

Catalyst II: Big move of FBS Business unit starts this year

การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ กลุ่มธุรกิจ FBS หรือ Foods, Beverage & Supplement ในปีนี้ มีโอกาสที่จะเติบโตสูง และมีศักยภาพต่อยอดไปสู่ “Mass Market product” โดยจะเข้ามามีบทบาททดแทน น้ำตาล และ ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น แอสปาร์แตม, ที่สังเคราะห์ขึ้นผ่านกระบวนการทางเคมี ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงในวงวิชาการถึงผลกระทบข้างเคียงต่อสุขภาพ แต่ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานที่สกัดได้จากพืชธรรมชาติ จะเป็นสินค้าตอบโจทย์กลุ่มผู้รักสุขภาพและเหมาะกับกลุ่มโรงพยาบาลที่จะใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน-ผู้ต้องคุมน้ำหนัก เราคาด ผลิตภัณฑ์สกัดหญ้าหวาน จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในระยะยาว

Catalyst III: More rooms to improve Gross margin

ปีแห่งการปลดล็อกศักยภาพความสามารถในการทำกำไร ผ่านการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นด้วยการสร้างสินค้าแบรนด์ของตัวเอง เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯในปี 2017-18 จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นเป็น 24-25% ตามลำดับ (Vs. ปี 2016 22.7%) เป็นผลจาก (1) การสร้างแบรนด์สินค้าความงามเป็นของตัวเอง เช่น ผลิตภัณฑ์คอลลาเจน, สบู่ลดปัญหาสิวและ ริ้วรอย ยี่ห้อ DE L’AMOUR ผ่านช่องทาง Direct marketing และ Online (2) การร่วมผลิตสินค้า PC & Cosmetic ให้กับ Brand Owner โดยคาดว่าจะได้เห็นพัฒนาการที่พลิกโฉมกำไรของบริษัทฯ ตั้งแต่ปลาย 2Q17 นี้

ความเสี่ยง จากต้นทุนที่เชื่อมโยงกับ Commodity คาดมีจำกัด

ด้านความเสี่ยงจากต้นทุนในการผลิตที่อาจเพิ่มขึ้น เป็นผลจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เราเห็นว่าจะไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต เพราะ ต้นทุนหลักในผลิตภัณฑ์ HPC คือ กลีเซอรีน (Glycerin) ที่ได้จากปาล์ม มีสัดส่วนต้นทุนเฉลี่ยเพียง 20% ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราได้เห็น แล้วว่า ราคาปาล์มที่พุ่งขึ้นเป็น 100% ไม่ได้กระทบกับ มาร์จิ้นของบริษัทฯ โดยอัตรากำไรขั้นต้น 3Q16-4Q16 ทรงตัวที่ 23% เทียบกับ 1H16