วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธอส.มุ่งปล่อยกู้เพื่อสังคมปักธงช่วยผู้มีรายได้น้อย5.4หมื่นล.

ตลอดระยะเวลา 7เดือนที่ “ ฉัตรชัย ศิริไล” เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นช่วงที่ธนาคารต้องเร่งปล่อยสินเชื่อ

ให้ได้ตามเป้าหมายปี2559 ที่ตั้งไว้ 1.7 แสนล้านบาท พร้อมกับปัดกวาดปัญหาภายในธนาคารเป็นส่วนใหญ่ แผนงานต่างๆตามที่ได้แสดงวิสัยทัศน์จึงจะเริ่มต้นจริงจังตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

“ฉัตรชัย”บอกว่า ในช่วง 3เดือนแรกของการทำงาน เป็นการเคลียร์ปัญหาเรื่องความแตกแยกภายในธนาคาร ซึ่งทุกคนรู้ว่ามีปัญหาการแบ่งพรรคพวกเป็นฝ่าย เพียงแต่ไม่พูดออกมา ซึ่งการทำงานต้องยอมถอยคนละก้าวเพื่อให้ธนาคารเดินหน้าต่อไปได้ ทำทุกอย่างแบบแฟร์เพลย์ บอกที่มาที่ไปได้ ไม่มีวาระซ่อนเร้น หรือสั่งล้างบางใคร

“ 7เดือนที่ผ่านมา ต้องเร่งปล่อยสินเชื่อให้ได้ตามเป้า พร้อมทำภารกิจช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายรัฐ ซึ่ง ถือว่างานที่ออกมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างที่คิดกว่า 70% โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาภายใน ส่วนอีก 30% ที่เหลือ เป็นส่วนที่คิดว่าน่าจะทำต่อไปได้มากกว่านี้อีก”

อย่างไรก็ตามในปี 2560 นี้ จะเริ่มเดินตามแผนงานตามที่วางไว้ ทั้งงานทางด้านพัฒนาระบบเทคโนโลยี ซึ่งจะต้องมีการลงทุนวางระบบคอร์แบงก์กิ้งใหม่กว่า 2 พันล้านบาท การใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงานและการบริการลูกค้ามากขึ้น เช่นการยื่นกู้ผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นต้น

การปรับระบบการบริการโดยให้มีฝ่าย Data Entry หรือ DE เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าก่อนพิจารณาให้สินเชื่อ จะทำให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อมีมาตรฐาน ป้องกันความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล และรวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มคน หากยื่นเอกสารครบถ้วน สามารถอนุมัติได้ภายใน 3 วัน จากเดิมต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน ปี2559จะทำใน 5 สาขา และปี2560 เพิ่มเป็น 40 สาขา

เขาบอกอีกว่า ปีนี้ธนาคารจะมีการแยกเซ็คเม้นท์กลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนขึ้น จากเดิมแยกตามรายได้ เช่น รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 8-9 พัน ,ราได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ,รายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ,รายได้ไม่เกิน 4.5 หมื่นบาท เป็นต้น แต่ต่อไปจะนำกลุ่มอาชีพเข้ามาด้วย เพื่อจัดสินเชื่อได้ตรงกับแต่ละกลุ่ม

“ ปี2560 ธนาคารยังคงมุ่งช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่จะเจาะเป็นกลุ่มมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือให้ตรงจุด เช่นการช่วยเหลือกลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่มีรายได้ต่ำ เช่นบุคลากรการศึกษา ข้าราชการพลเรือน โดยจะทำให้ภาระการผ่อนชำระน้อยลง เช่นหากกู้ทั่วไปภาระผ่อนต่อเดือนอยู่ที่ 1 หมื่นบาท ก็จะลดลงเหลือ6-7พันบาท เป็นต้น “

แนวทางในการช่วยเหลือมีทั้งการลดดอกเบี้ยลงให้ต่ำที่สุด โดยธนาคารยอมให้มีมาร์จิ้นที่บางที่สุด แต่ไม่ถึงกับขาดทุน เช่นเอามาร์จิ้นแค่ 0.5% จากปัจจุบันต่ำสุดอยู่ที่ 1% พร้อมกับการยืดเวลาการผ่อนชำระให้นานขึ้น โดยปีหน้าตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย หรือสินเชื่อเพื่อสังคมประมาณ 30% ของสินเชื่อปล่อยใหม่ หรือ ประมาณ 5.4 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2560 ที่ 1.8 แสนล้านบาท เติบโตจากปี 2559ประมาณ 6%

นอกจากนี้ธนาคารยังจะมุ่งเรื่องสินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุ โดยเตรียมวงเงินสำหรับการทำสินเชื่อบ้านผู้สูงอายุไว้ประมาณ 2หมื่นล้านบาท เป็นสินเชื่อทั่วไป 1 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อสำหรับให้ผู้ประกอบการ หรือการเคหะแห่งชาติ(กคช.)สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ มีทั้งการสร้างใหม่ และการนำบ้านเก่ามาบูรณะปรับปรุง

 “แพ็คเกจสินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ จะเน้นความร่วมมือในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ โดยธอส.จะสนับสนุนสินเชื่อทั้งให้กับผู้ประกอบการ และสินเชื่อให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งวงเงินนี้ยังไม่รวมสินเชื่อรีเวอร์สมอร์ทเกจ เพราะสินเชื่อรีเวอร์สมอร์ทเกจจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการแก้ไขพ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก่อน ซึ่งการแก้ไขกฎหมายเรื่องยังอยู่ที่กระทรวงการคลัง”