วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สามารถ' ชี้ประมูลรถไฟทางคู่ หวั่นปมไม่ชอบมาพากล

"สามารถ ราชพลสิทธิ์" อดีตส.ส.ปชป. ชี้ประมูลรถไฟทางคู่ ระบุไม่ชี้แจงรายละเอียดชัดเจน หวั่นล็อคสเปกเอื้อบ.เอกชนหรือไม่

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์” ว่า ตนเห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้พยายามเร่งรัดให้มีการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางกว้าง 1 เมตรทั่วประเทศ ซึ่งตามแผนแม่บทที่จัดทำขึ้นในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ให้มีรถไฟทางคู่ทั้งหมด 28 โครงการ แบ่งเป็น 1.ก่อสร้างทางรถไฟสายเดิมเป็นทางคู่ จำนวน 17 โครงการ และ 2.ก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่เป็นทางคู่ จำนวน 11 โครงการ โดยรัฐบาลนี้ได้ประมูลเสร็จไปแล้ว 2 โครงการ และกำลังอยู่ในระหว่างการประมูล 5 โครงการ ตนมั่นใจว่านายกฯมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้การประมูลมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่การประมูลโครงการรถไฟทางคู่อาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ดีนั้นหรือไม่

นายสามารถ ระบุต่อไปว่า ตนได้ข่าวว่าสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เห็นด้วยกับวิธีการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ที่กำลังประมูลอยู่ในขณะนี้ทั้ง 5 โครงการ เพราะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหรือไม่ โดยปกติแล้วผู้รับเหมาที่ได้งานก่อสร้างจะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการก่อสร้าง แต่สำหรับการก่อสร้างรถไฟทางคู่ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการใช้วิธีการแยบยลด้วยการจัดงบประมาณให้ผู้รับเหมาไปซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟบางรายการ แล้วให้ผู้รับเหมานำไปใช้ในงานก่อสร้างรถไฟทางคู่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อใช้เสร็จแล้วก็มอบให้ ร.ฟ.ท. โดย ร.ฟ.ท.ได้กำหนดไว้ว่า “ผู้รับจ้างต้องจัดซื้อจัดหาของใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งานมาเพื่อใช้ในการก่อสร้างและส่งมอบให้ ร.ฟ.ท.” ซึ่งเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟดังกล่าวประกอบด้วย 1.รถอัดหินในทางทั่วไป 2.รถอัดหินในประแจ 3.รถเกลี่ยหิน และ 4.รถสั่นหิน ซึ่งมีมูลค่ารวมแต่ละโครงการกว่า 427 ล้านบาท หากรวมทั้ง 28 โครงการก็จะเป็นเงินถึงประมาณ 12,000 ล้านบาท

“และแม้ว่าทาง ร.ฟ.ท.ได้ระบุข้อกำหนดทางเทคนิคหรือสเปกของเครื่องมืออุปกรณ์ทั้ง 4 รายการ แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ร.ฟ.ท. ไม่ได้แสดงรายละเอียดของสเปกดังกล่าวในขณะที่เปิดให้ผู้รับเหมาที่สนใจเข้าร่วมประมูลแสดงความคิดเห็นต่อสเปกว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ร.ฟ.ท. เลือกจะแสดงรายละเอียดของสเปกเมื่อถึงขั้นตอนซื้อซองเอกสารประกวดราคา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้อีก ดังนั้นหากต้องการล็อกสเปกให้ผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งก็ทำได้ เพราะไม่มีการตรวจสอบนั่นเอง” นายสามารถระบุ

นายสามารถกล่าวต่อไปว่า สรุปความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 โครงการ มีดังนี้ 1. ร.ฟ.ท.ลงทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟ 4 รายการ โดยให้ผู้รับเหมาโดยใช้เงินของ ร.ฟ.ท. แล้วให้ผู้รับเหมาใช้อุปกรณ์เหล่านั้นฟรี ซึ่งที่ถูกต้องแล้ว ทางผู้รับเหมาจะต้องจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เหล่านั้นโดยใช้เงินของเขาเอง เพราะต้องใช้ในการก่อสร้างอยู่แล้ว หาก ร.ฟ.ท.อ้างว่าต้องการเป็นเจ้าของเครื่องมืออุปกรณ์เหล่านั้น เพื่อใช้ในงานบำรุงรักษาในภายหลัง ร.ฟ.ท.ก็ควรที่จะเปิดประมูลจัดซื้อเอง โดยกำหนดสเปกให้เปิดกว้าง มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้วิธีนี้ ซึ่งจะถูกครหาได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมา 2. ร.ฟ.ท. ไม่ได้แสดงสเปกของเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟทั้ง 4 รายการ ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้รับเหมาที่สนใจยื่นประมูล ซึ่งอาจนำไปสู่การล็อกสเปกได้ เพราะผู้รับเหมาที่สนใจเข้าร่วมประมูลไม่ได้เห็นสเปกในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น จะคัดค้านก็ไม่ได้ มาเห็นก็ต่อเมื่อได้ซื้อซองเอกสารประกวดราคาแล้ว ซึ่งหากสเปกระบุไว้อย่างไรก็จะต้องปฏิบัติตามอย่างนั้น ไม่สามารถโต้แย้งได้ ถือว่าเป็นการมัดมือชก

“ความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ผมจำเป็นต้องส่งเสียงไปถึงท่านนายกฯทั้งๆ ที่รู้ดีว่าท่านมีภารกิจมากมายอยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้การประมูลดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ที่ดีของท่าน และเพื่อให้การใช้เงินภาษีของประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน” นายสามารถ ระบุ