คาดตลาดยังอยู่ในกรอบ 1450-1490
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ยังถูกกดดันจากเงินทุนไหลออก แต่มีโอกาสฟื้นตัวต่อ
ตลาดหุ้นวานนี้ฟื้นตัวตามที่เราคาด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับขึ้นมาถึงระดับ 2.20-2.40% ซึ่งเป็นระดับที่ความเร็วของการปรับขึ้นน่าจะเริ่มชะลอตัวลง และทำให้ตลาดอาจตั้งหลักหรือเริ่มทรงตัว 2.2% เริ่มชะลออัตราการขึ้น นอกจากนี้ยังผลบวกจากการที่ MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยขึ้น 0.07% อย่างไรก็ตาม เราคาดตลาดยังมีแรงกดดันจากนักลงทุนต่างชาติ ที่อาจเพิ่มมุมมองบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งการปรับพอร์ตอาจทำให้ตลาดหุ้นเกิดใหม่ เคลื่อนไหวแย่กว่า (Underperform) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไปอีกระยะ
สำหรับวันนี้เราคาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นต่อเนื่อง แม้จะยังมีแรงกดดันจากเงินทุนไหลออก โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ที่ตลาดเก็งผลบวกจากการปรับลดกำลังการผลิตจากการประชุมโอเปควันที่ 30 พ.ย. และหุ้นไทยน่าจะได้รับแรงหนุนจาก การฟื้นจากขายชอร์ต (short recovery) ซึ่งหุ้นที่ถูกขายชอร์ตสูงสุด 12 อันดับ ระหว่าง 1-14 พ.ย. ตามลำดับได้แก่ KBANK, PTT, BANPU, TRUE, IVL, AOT, ADVANC,DTAC, SCB< BEM< PTTEP และ SCC
ปัจจัยติดตามอื่นๆ : จับตาการประมูลพันธบัตรไทย 10 ปี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท วันนี้ / การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกับว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ วันพฤหัส / ราคาทองแดงปรับขึ้น 19% ใน 2 สัปดาห์ เป็นลบต่อหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ / 16 พ.ย. – US Crude Oil Inventory
แนวรับ/แนวต้าน : 1465 /1490 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
คำแนะนำทางกลยุทธ์ : คาดตลาดยังอยู่ในกรอบ 1450-1490 กลยุทธ์วันนี้ขอเลือกหุ้นพื้นฐานดีที่น่าจะเป็นเป้าหมายของการซื้อคืน (short covering target) รวมทั้งหุ้นที่ไม่เสียเปรียบต้นทุน (ยังขึ้นไม่มาก) มีประเด็นเฉพาะตัว รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และมีฐานการผลิตหรือเติบโตอิงสหรัฐฯ ยังขอเลี่ยงหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการ
// หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ IVL, AOT BCP/ เก็งกำไร TTA*
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก USD แข็งค่า: BH, ERW, IRPC, PTT, TU (รายละเอียดในรายงาน)
- หุ้นลงทุนในธุรกิจพลังงานเหมืองแร่: BJCHI*, STPI*, SQ*
- หุ้นที่มีธุรกิจ หรือฐานการผลิตในสหรัฐฯ: IVL, EPG, TU
- หุ้นลุ้น SET ทะลุ 1520: ธนาคาร - KBANK SCB/ พลังงาน - PTTGC PTT PTTEP/ Valuation ถูก – HANA* BCP
- หุ้นโภคภัณฑ์: TTA* PSL* STA* TRUBB* KBS*
- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*
- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี: TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH, DCC, DRT
หุ้นแนะนำ
IVL (40) : ได้ประโยชน์จากขาขึ้นรอบใหม่ของปิโตรเคมี ด้วยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหว่าในอดีตถึง 3 เท่า จะทำให้กำไรเร่งตัวขึ้นเร็ว หากส่วนต่าง (spread) กว้างขึ้น มีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐฯ อาจได้รับผลดีหลังเลือกตั้ง
AOT (464) : คาดเป็นเป้าหมาย shot covering ทั้งนี้ราคาที่ปรับลดลง 13% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาน่าจะสะท้อนความเสี่ยงที่ชะลอตัวจากทัวร์ 0 เหรียญจีนหายไประดับหนึ่งแล้ว
BCP (40) : หุ้น top pick ในกลุ่มโรงกลั่น ราคาซื้อขายที่เพียง 7x PER อีกทั้งคาดการกำไรปี 2560 โต 16% ทำให้ม๊โอกาสสูงที่จะถูก re-rate ไปซื้อขายในระดับ PER สูงขึ้น ขณะที่ราคาคาดจะปรับตัวสอดคล้องกับค่าการกลั่น (ซึ่งมักจะปรับขึ้นไปจนกลางไตรมาส 1) หลังราคาน้ำมันดิบปี 59-60 น่าจะผันผวนต่ำกว่าอดีต
TTA* (11) : เก็งกำไร BDI และราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 11.76 บาท / ตัดขาดทุนที่ 9.10 บาท
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH/หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ พาณิชย์ชี้ราคาข้าวเริ่มขยับแล้ว หอมมะลิอาจเพิ่มถึง 1,000 บาทต่อตัน (ไทยโพสต์)
+ แรงงานคาดสัปดาห์หน้า ครม. พิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ยันไม่ได้ตีกลับแต่ติดขั้นตอนทางธุรการ ขณะภาคเอกชนขานรับอัตราค่าจ้างใหม่ คาดกระทบต้นทุนไม่มากนัก ด้านพาณิชย์เชื่อไม่กระทบต้นทุน สั่งจับตาสินค้าฉวยจังหวะขึ้นราคา (กรุงเทพธุรกิจ)
+ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่านโยบายด้านเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในระยะแรกอาจทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นซึ่งจะส่งผลดีกับราคายางภายในของประเทศไทย (กรุงเทพธุรกิจ)
+ ครม. ไฟเขียว ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดอีก 2 ล้านไร่ วงเงิน 8 พันล้านหนุนเกษตรกรไร่ละ 4 พันบาท ช่วยลดพื้นที่ปลูกข้าวและเพิ่มรายได้เกษตรกรจากการปลูกข้าวโพด (กรุงเทพธุรกิจ)
- โบรกเกอร์ชี้กลุ่มเดินเรือยังไม่ฟื้นตัว แม้ดัชนีเดินเรือพุ่ง (กรุงเทพธุรกิจ)
+ กรมบัญชีกลางเผยมีเงินรับเข้าคงคลังช่วงเดือนแรกของปีงบประมาณ 60 ผ่านระบบ GFMIS สูงถึง 2 แสนล้าน ขณะเบิกจ่ายภาพรวมเดือนตุลาคม 59 เพบิกจ่ายได้ 15.45% สูงกว่าเป้าหมาย 6.22% และสูงขึ้น 2.22% y-y พร้อมเร่งโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาลหวังกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2560 (กรุงเทพธุรกิจ)
+ เอสเอ็มอีแบงก์ ช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้วงเงิน 1.2 หมื่นราย วงเงินกว่า 1.3 หมื่นล้าน แจงพยายามหลีกเลี่ยงใช้มาตรการด้านกฎหมาย เปิดช่องเจรจาประนอมหนี้มั่นใจปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ (กรุงเทพธุรกิจ)
+ กำลังซื้อยังซึม เชื่อพ้นไว้ทุกข์ 100 วัน ภาพรวมจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ (โพสต์ทูเดย์)
+ ดัชนี MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย 0.07% โดยเพิ่มน้ำหนัก SCB และดึง BJC, KCE เข้าคำนวณ (โพสต์ทูเดย์)
ปัจจัยต่างประเทศ
- รองประธานอีซีบีเตือนนโยบายกีดกันการค้าของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ หวั่นประเทศเกิดใหม่ได้รับผลกระทบหนักจากกระแสการค้าโลกซบเซา ขณะจีนกำหนดค่ากลางเงินหยวนอ่อนสุดรอบ 8 ปี หลังดอลลาร์แข็งค่า ด้านสกุลเงินเอเชียรีบาวด์ ส่วนเงินบาทเริ่มแข็งค่า (กรุงเทพธุรกิจ)
+ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 11 เดือน โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐฯที่พุ่งสูงเกินคาดในเดือน ต.ค. โดยตัวเลขดังกล่าวช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 10 เดือน และช่วยหนุนแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯในเดือน ธ.ค.(รอยเตอร์)
- นโยบายทรัมป์ช่วยกดเงินบาทอ่อน แบงก์คาดปีหน้า 36 บาท/เหรียญสหรัฐฯ หนุนส่งออกฟื้นตัว (โพสต์ทูเดย์)
- ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับขึ้นในวันอังคารโดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบและการดีดขึ้นของหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ทางด้านหุ้นโนเกียดิ่งลงหลังเผยคาดการณ์ผลกำไรที่น่าผิดหวัง (รอยเตอร์)
+ แรงเทขายพันธบัตรชะลอตัวลงในวันอังคารซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มที่เน้นการจ่ายเงินปันผล เช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (รอยเตอร์)
- เฟดสาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลอง GDP Now พบว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 4
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากการคาดการณ์ว่าสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯจะเพิ่มสูงขึ้น (Investing.com)









