วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เคล็ดวิชาปั้นสตาร์ทอัพให้รุ่ง ‘ไคลี่ อึ้ง’

ศัตรูตัวฉกาจของการทำ สตาร์ทอัพ ก็คือ “เวลา”

ดังนั้นการผลักดัน “ไอเดีย” ให้เกิดขึ้นจริง หากจะให้ดีต้อง “เดี่ยวนี้” ไม่ใช่ “วันนี้”

ความคิดและประสบการณ์ดีๆ จาก “ไคลี่ อึ้ง” ผู้ร่วมบริหาร 500 Startups บนเวทีงานชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold Bangkok 2016 (CU 2016) เมื่อ 30 ตุลาคม 2559 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ International Symposium ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของคนในวัย 32 ปี กับความสำเร็จจากซิลิคอนวัลเล่ย์สู่การลงทุนไปมากกว่า 1,600 ครั้ง ใน 50 ประเทศ

หนึ่งในนั้นมีการลงทุนใน Tech Startups เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น Grabtaxi, HappFresh, Carousell, Bukalapak และ บริษัทชื่อดังอีกหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ก่อนหน้านั้น ไคลี่ อึ้ง เป็นผู้ก่อตั้ง Groupsmore เว็บไซต์ e-Commerce ที่ถูกซื้อกิจการไปโดย Groupon

นั่นก็ทำให้ผู้ร่วมบริหารจาก 500 Startups รายนี้ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งการเป็นสตาร์ทอัพกระทั่งประสบการณ์ความสำเร็จแล้ว EXIT ออกไป กับอีกบทบาทการเป็นผู้ลงทุนในปัจจุบัน

“คนถามผมว่า ผมเป็นนักลงทุนมาตลอดเลยเหรอ ผมบอกว่าไม่ใช่ จริงๆ แล้วผมก็แค่อยากหาที่ทางที่จะทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิต และอยากเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้”

เขาย้อนประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวดในช่วงอายุ 18-20 ปี ตอนนั้นมีไอเดียและเห็นว่าอินเตอร์เน็ตทำอะไรได้เยอะมาก แต่เมื่อนำไปไอเดียที่มีไปบอกเพื่อนๆ สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่มีใครเข้าใจความคิดนั้นเลย

“ผมวุ่นวายใจมากเลย ไปหาใครก็ไม่มีใครเข้าใจว่าอินเตอร์เน็ตจะเปลี่ยนโลกนะ แล้วก็ชวนเพื่อนๆมาสร้างธุรกิจอินเตอร์เน็ตด้วยกัน แทนที่จะอธิบายอย่างเดียว คราวนี้ผมสเก็ตออกมาเป็นภาพให้เพื่อนได้เห็นในสิ่งที่อยากจะทำ แต่พวกเค้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

สิ่งที่ผมคิด แล้วก็คิดตอนนั้นว่าทำไมคนอื่นถึงไม่เข้าใจ พอเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ครั้งก็เกิดความคิดที่ว่าไอเดียนั้นคงไม่ได้เรื่องละมั้ง จนในที่สุดก็คิดได้ว่า ไม่ใช่คนอื่นที่มาขยี้ความคิดของเรา แต่เป็นตัวเราเองต่างหากที่สร้างไอเดียขึ้นมาแล้ว “ขยี้” ไอเดียนั้นทิ้งไปเสียเอง"

ก็แค่เปลี่ยนความคิด แล้ว “Say Yes” กับความคิดของตัวเอง จากนั้นทุกอย่างได้ถูกผลักดันให้โตจนเป็นธุรกิจ อย่าง Says.com หรือ Groupsmore ที่ทำจนเติบโตแล้ว EXIT ได้สำเร็จ

“I Said yes to Bigger and Bigger ideas” เขา บอกแค่ Say Yes ไอเดียก็เริ่มใหญ่ขึ้น

 จากนั้น ไคลี่ อึ้ง ก็เริ่มทำงานกับนักลงทุนในมาเลเซียแล้วเริ่มมองไกลถึง ซิลิคอนวัลเล่ย์  

“ผมอยากออกไปสัมผัสตรงนั้น เมื่อไปถึงก็พบว่า มีโอกาส ความหลากหลายของคนที่มาจากหลายๆ ที่มารวมตัวกัน ที่ประหลาดใจมากคือเป็นที่รวมตัวของทั้งเงินทุน และเพื่อนๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ และพร้อมจะรับฟัง”

การเร่งไอเดียให้เกิดขึ้นแล้วลงมือทำมันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม บนความรักและเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ ผู้ร่วมบริหาร500 Startups รายนี้เน้นย้ำอยู่เสมอ

ตลอดชีวิตของการเป็น “สตาร์ทอัพ” และ “นักลงทุน” ไคลี่ อึ้ง บอก 2 เรื่องที่ให้ความสำคัญ นั่นคือ “SPEED” และ “REPEAT”

“บางคนมักจะประเมินพลังของความเร็วต่ำเกินไป” แต่สำหรับ เขา แล้ว SPEED ต้องมาก่อนเสมอ

ในตอนที่ทำเว็บ 4 ปีที่แล้ว เขา และทีมต้องทำแบนเนอร์แอด และทำยอดให้ได้ประมาณ 10 ล้านบาท ภายใน 3 เดือนต้องประชุมลูกค้าแล้วทำข้อเสนอกลับไป กว่าจะพิจารณา และนัดประชุมอีกครั้งต้องใช้เวลาอีก ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะทำงานให้ถึงเป้าที่กำหนดไว้

“ตอนนั้นผมคิดว่าจะรอกันไปมาก็เสียเวลา เลยท่ั่งทำขึ้นมาสัก 10 template พอประชุมเสร็จลูกค้าบอกอยากได้แบบนี้ ก็เริ่มทำเลยตอนนั้น แล้วส่งให้ลูกค้าทันที พอลูกค้าได้รับแล้วโทรมา ผมก็บอกอยู่หน้าห้องประชุมนี่แหละ จากการงานที่ลดขั้นตอนและทำให้รวดเร็วขึ้นนี้ทำให้สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น 38%”

อานุภาพของ “ความเร็ว” มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำ “สตาร์ทอัพ”

สำหรับสตาร์ทอัพ การจะ “เร่ง” ไอเดียให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังนั้น แนวทางแรกที่ ไคลี่ อึ้ง แนะไว้ นั่นคือ ใช้เวลา 1 วันกับการนำไอเดียที่คุณ Say yes ออกมา จากนั้นไปหาเพื่อน 1 คนที่จะเปิดใจรับฟังและช่วยเหลือเรา

1 โปรดักท์ที่สามารถขายได้ หาคิดค้นหาโปรดักท์สักตัวที่คิดว่าจะขายได้  กับอีก 1 การขายที่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ และสุดท้ายต้องให้ด้ 1 ฟีดแบ็ค เพื่อนำคำแนะนำ ติชม เหล่านั้น มาทำให้ดีขึ้น

ขอเพียงทำได้แบบนี้ แล้วทำการ REPEAT ไปเรื่อยๆ

อีกแนวทางการ “เร่ง” ไอเดียให้เกิดขึ้น คือ การออกไปสนับสนุนความคิดดีๆ ไอเดียดีๆ ของคนอื่น 

“ทุกอย่างอาจไม่ต้องเริ่มใหม่และก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่เมื่อคุณเห็นไอเดียดีๆ แล้วให้การสนับสนุนไอเดียนั้นให้เดินต่อไปได้ ขอเพียงวางอีโก้ของตัวเองลง แล้วสนับสนุน ฟูมฟัก รักในสิ่งนั้น แล้วทำมันให้ดีขึ้นมาได้”

แม้แต่ในมุมของนักลงทุน ไคลี่ อึ้ง ยังมองว่าการจะเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพรายใดนั้น SPEED และความกระตือรือร้น มีความสำคัญอย่างมาก เขายกตัวอย่าง หลังจากการพูดคุยกันแล้ว หากมีการแนะนำว่าต้องปรับปรุงในประเด็นไหนไปแล้ว บอกให้กลับมาเสนอใหม่ในอีก 2 สัปดาห์ แต่หากสตาร์ทอัพรายนั้นติดต่อกลับมาภายใน 2 วันพร้อมกับสิ่งที่ปรับปรุงใหม่ นี่เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจแรกให้เกิดขึ้น

“นี่คือเกณฑ์ที่ผมใช้ กระตือรือค้น และความเร็วในการตอบสนอง  สำหรับการทำงานของ 500 Startups จะเน้นการเป็นผู้ให้บริการอาทิ ด้านเงินทุน เน็คเวิร์ค ฯลฯ รวมถึงความพยายามจะสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา”