กรณี "พิชญ์ โพธารามิก" เทนเดอร์หุ้นแจส ทำให้หุ้นกลุ่มสื่อสารได้รับความสนใจอย่างมาก ดันให้มาร์เก็ตแคปทั้งกลุ่มแตะ 6 หมื่นล้านบาท
จากที่ พิชญ์ โพธารามิก ประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Tender offer) ของจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ราคาหุ้นละ 7.25 บาท หลังจากที่เข้าไปเก็บหุ้นเพิ่มเป็น 66.89% โดยจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดในวันที่ 29 ก.ย. ถึง 3 พ.ย. 2559 เป้าหมายที่แท้จริงของการประกาศทำเทนเดอร์ในครั้งนี้ยังคงเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น เพราะทาง พิชญ์ ก็ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์เพียงว่าจะไม่เพิกถอนหุ้นจัสมินออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน โดยทำเทนเดอร์เพียงเพื่อให้บริหารงานได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเท่านั้น
แม้เป้าหมายที่แท้จริงจะยังเป็นปริศนา แต่มีบางกระแสเชื่อว่า การตั้งโต๊ะรับซื้อเป็นเพียงพอผลักให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น และก็เป็นเช่นนั้น ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ไปแตะระดับ 7.40 บาทเพิ่่มขึ้นกว่ 34%
หุ้นกลุ่มสื่อสารอย่าง แอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิส (ADVANC) โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะในรายของ ‘ดีแทค’ ซึ่งมีกระแสการรวบหุ้นของพิชญ์ในครั้งนี้ อาจจะเพื่อการควบรวมกิจการกันของ 2 บริษัท ซึ่งราคาหุ้นดีแทคก็ปรับตัวขึ้นได้ถึง 10.83% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่แอดวานซ์และทรู ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 4%
การปรับตัวขึ้นของหุ้นสื่อสารทั้ง 4 ตัวนี้ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวมของหุ้นทั้ง 4 ตัว เพิ่มขึ้น 60,037.96 ล้านบาท โดยแอดวานซ์เพิ่มขึ้นมากที่สุด 29,730.95 ล้านบาท รองลงมาคือ จัสมิน เพิ่มขึ้น 11,417.25 ล้านบาท ขณะที่ ทรู เพิ่มขึ้น 10,010.46 ล้านบาท และดีแทค เพิ่มขึ้น 8,879.30 ล้านบาท
บล.ซีไอเอ็มบี ประเมินว่า ราคาเสนอซื้อหุ้นสามัญของจัสมินที่ 7.25 บาท เป็นราคาที่เหมาะสม แต่เชื่อว่าเรื่องการซื้อกิจการเป็นการคาดเดาเกินจริง และยังคงมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จัสมินจะกลับมาเป็นบริษัทจำกัดในท้ายที่สุด ซึ่งก็คือการเพิกถอนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนนั่นเอง และได้ปรับลดคำแนะนำหุ้นแจสจาก “ซื้อ” เป็น “ขาย” เพราะราคาหุ้นขณะนี้เท่ากับราคาเสนอซื้อ ขณะที่ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 6.65 บาท โดยแนะนำให้เปลี่ยนจากหุ้นแจสไปถือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) แทน
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่ได้รับอานิสงส์จากสตอรี่ในครั้งนี้ เพราะในฐานะสนับสนุนปล่อยกู้4.25หมื่นล้านบาท โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจาก 145 บาทเพิ่มขึ้นเป็น15 บาท คิดเป็น4.9%มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น3.6 หมื่นล้านบาท
ด้าน จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) ถือเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ได้อานิสงส์จากสตอรี่ของจัสมินในครั้งนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็มีแรงเก็งกำไรดันราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 28.68% มาปิดที่ 1.66 บาท
แต่หลังจากที่ประกาศเทนเดอร์แล้ว หุ้นจัสมิน เทเลคอม ก็ถูกพักการซื้อขายยาวมาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. เนื่องจากการทำเทนเดอร์หุ้นจัสมิน ถือว่าเป็นการได้มาซึ่งอำนาจควบคุมของจัสมิน เทเลคอม โดยทางอ้อม (Chain Principle) และมีผลทำให้ผู้ทำคำเสนอซื้อต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด เว้นแต่ผู้ทำคำเสนอซื้อจะได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ที่เข้าไปเก็งกำไรในจัสมิน เทเลคอม โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไปไล่ราคาก่อนหุ้นจะโดนแขวน อาจจะกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะหลังจากความจริงปรากฎก็เริ่มเห็นแรงขายออกมาหลังจากที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปแตะ 7.7 บาท และไม่รู้ว่าหลังจากที่หุ้นกลับมาซื้อขายได้อีกครั้ง ‘พิชญ์’ จะมีเซอร์ไพรซ์อะไรออกมาอีกหรือไม่









