"โออิชิ" คาดยอดขายธุรกิจอาหารปีนี้อยู่ที่ 7 พันลบ. โต 15% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าแตะ 1 หมื่นลบ. ในปี 63 เล็งเจรจาพันธมิตรขยายสาขาลาว-กัมพูชา
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ OISHI กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้จากอาหารปีนี้เติบโต 15% หรือมียอดขายราว 7,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาทำได้ 6,096 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้นของร้านอาหารชาบูชิราว 20 สาขาในปีนี้ พร้อมตั้งเป้ารายได้จากอาหารแตะ 1 หมื่นล้านบาทและมีสาขาครบ 400 สาขาได้ในปี 63 จากการขยายสาขาเพิ่มขึ้นปีละ 30 - 40 สาขา หรือมีรายได้เติบโตราวปีละ 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบขยายสาขาธุรกิจอาหารปีนี้ ราว 600 ล้านบาท โดยจะเน้นในการขยายสาขาร้านชาบูชิเพิ่มเติมในต่างจังหวัดเป็นหลัก ปัจจุบันชาบูชิมีทั้งหมด 245 สาขา และคาดว่าครบ 250 สาขาได้ในปีนี้
ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในการขยายสาขาภายใน สปป.ลาว และประเทศกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในปีนี้ และเปิดสาขาได้ภายในปีหน้า ปัจจุบันชาบูชิมี จำนวนสาขาในต่างประเทศทั้งหมด 3 สาขาในประเทศเมียนมา ทั้งนี้ บริษัทมีความสนใจในการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีข้อสรุปหรือรายละเอียด
นายไพศาล กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งงบการตลาดปีนี้ 300 - 400 ล้านบาท ผ่านการอัดแคมเปญ 'Sabushi and So Much More ! ชาบู ซูชิ และอีกมากมายล้นสายพาน' ผ่าน 2 กิจกรรมคือ การพัฒนาเมนูใหม่ๆ และการสื่อสารผ่านโฆษณาชุดใหม่ทางโทรทัศน์ถึงเมนูที่ไม่ได้มีแค่บนสายพาน รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพอาหารให้ดียิ่งขึ้น
"ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะแตกแยกออกไปเยอะ เช่น ร้านแกงกระหรี่ก็แยกขายแกงกระหรี่อย่างเดียว ร้านซูชิก็เป็นก็ขายซูชิอย่างเดียว เราเลยต้องทำให้แบรนด์ชาบูชิที่มีทุกอย่างในร้านเดียวมีคุณภาพแข่งกับร้านอาหารเหล่านั้นได้"
ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดราว 23,500 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอีกราวปีละ 10 - 15% โดยในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% โดยมาจากร้านที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าราว 80% อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 มีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วประเทศไทยราว 2,346 แห่ง และมีจำนวนสาขามากเป็นอันดับที่สอง รองจากอาหารไทย








