วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTGC - ซื้อ

ราคาหุ้นสะท้อนกำไรครึ่งปีแรกที่อ่อนตัวไปแล้ว แนวโน้มส่วนต่างราคาสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง

ประเด็นการลงทุน

ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนความกังวลถึงแนวโน้มกำไรของ PTTGC ที่อ่อนตัวในไตรมาส 2/59 เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการหยุดโรงงาน PTTPE โดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้าไปแล้ว ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายอยู่ในระดับ PER ณ สิ้นปี 2559 ที่ 10.1 X ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 11 เท่าและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคอยู่ 13.8 เท่า และซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ที่ 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 1.2 เท่าอยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.6 เท่า เราคาดว่าแนวโน้มกำไรของบริษัทจะเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 หนุนโดยราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบ กอรป กับการล่าช้าของกำลังการผลิตใหม่ จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

ส่วนต่างราคาโอเฟลินส์มีแนวโน้มขยายตัว

ตลาดอาจประเมินแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ในครึ่งหลังของปี 2559 ต่ำเกินไป ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น QoQ ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/59 โดยมีปัจจัยหนุนจากราคา HDPE ที่ปรับตัวสูงขึ้นขณะที่ต้นทุนก๊าซปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่า ด้วยการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ในขณะที่ต้นทุนอีเทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากราคาวัตถุดิบก๊าซปากหลุมมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมานี้

คาดอัตรากำไร EBITDA จากธุรกิจโอเลฟินส์และกำไรในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น

เราคาดว่าอัตรากำไร EBITDA จากธุรกิจโอเลฟินส์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 24-25% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 จากระดับ 20% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 จากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคา HDPE เทียบกับ อีเทนและการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบ (ซึ่งให้อัตรากำไรที่สูงกว่า) โดยคาดว่าสัดส่วนใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบจะเพิ่มมาอยู่ที่ 90% ในช่วงครึ่งปีหลังจากระดับ 85% ในช่วงครึ่งปีแรก จากการกลับมาเปิดเดินเครื่องของโรงแครกเกอร์ PTTPE ซึ่งใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบหลัก หลังจากการปิดซ่อมบำรุงนอกแผนและการจ่ายก๊าซมากขึ้นจาก ปตท. จากผลบวกดังกล่างทำให้คาดว่ากำไรหลักในช่วงครึ่งปีหลัง 2559 ของ PTTGC จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยะสำคัญจากครึ่งปีแรก จากทั้งปริมาณขายและส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น

ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์มีแนวโน้มกว่าคาด

นอกจากนี้ เราคิดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ในครึ่งปีหลัง 2559 จะดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น 4.3 ล้านตันต่อปี (หรือเท่ากับ 10% ของกำลังการผลิตในภูมิภาคเอเชีย) ที่จะเริ่มดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้ต้องล่าช้าไปอีก 6 ถึง 9 เดือน โดยเรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มส่วนต่างราคา PX ในครึ่งปีหลัง เราคาดว่าส่วนต่างราคาจะแข็งแกร่งไม่เพียงแต่ในครึ่งปีแรกแต่เป็นตลอดปี 2559


คาดผลของ Brexit ไม่กระทบต่ออุปสงค์ปิโตรเคมีอย่างมีนัยยะสำคัญ

ในมุมมองของเรา หากเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว อาจส่งผลต่ออุปสงค์ปิโตรเคมีบ้าง อย่างไรก็ตามเราคาดผลกระทบครั้งนี้จะน้อยกว่าวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551 ที่อุปสงค์โพลีเอธิลีนโลกลดลง 5% YoY เนื่องจากตอนนั้นสัดส่วนที่ยุโรปบริโภคผลิตภัณฑ์โพลีเอธิลีนมีมากถึง 24% ของทั้งหมด แต่ในปี 2559 สัดส่วนการบริโภคของทางยุโรปเหลือเพียง 18% หากกังวลในเรื่องการส่งออกพลาสติกของจีน จากการศึกษาของเราพบว่าสัดส่วนการส่งออกพลาสติกของจีนไปที่อเมริกาและเอเชียรวมกันคิดเป็นเกือบ 50% ของทั้งหมด ดังนั้นเราจึงคาดว่า Brexit จะไม่มีผลกระทบที่รุนแรงต่ออุปสงค์ปิโตรเคมี