วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTAMคาดหุ้นไทยครึ่งปีแรกอาจร่วงแตะ 1,150 จุด

"บลจ.กรุงไทย" ประเมินดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีแรกอาจร่วงแตะ 1,150 จุด ส่วนครึ่งปีหลังแตะ 1,480 จุด หลังการลงทุนภาครัฐหนุน

นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน กรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวในระดับต่ำ และ เผชิญกับความผันผวนจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงจากความตกต่ำของราคาพลังงาน และ สินค้าโภคภัณฑ์ ส่วนแนวโน้มการลงทุนในตราสารทุน โอกาสการลงทุนจะอยู่ที่ตลาดหุ้นยุโรป และ ญี่ปุ่น ซึ่งเศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่อง นโยบายการเงินผ่อนคลาย อัตรากำไรเติบโตสูง และ ระดับราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ

สำหรับตลาดเกิดใหม่ในครึ่งปีแรกจะเจอความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ค่าเงินมีแนวโน้มอ่อนค่า การปรับลดลงมาอย่างมากของราคาหุ้นทำให้เริ่มน่าสนใจลงทุน แต่ต้องจับจังหวะตลาด ซึ่งมองว่าการลงทุนในอินเดียจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ อัตรากำไรอยู่ในระดับสูง ขณะที่จีนรอให้ตลาดมีเสถียรภาพ และ ต้องจับตาดูผลของการปฎิรูปเศรษฐกิจ

"ในไทยเราคาดหวังต่อแผนการลงทุนของภาครัฐ การเติบโตของท่องเที่ยว และ การฟื้นตัวของภาคการบริโภค โดยภาพรวมในครึ่งปีแรกอาจได้เห็นดัชนีที่ 1,150 จุด ส่วนครึ่งปีหลังมีโอกาสทดสอบ 1,480 จุด หากการลงทุนภาครัฐเกิด"นายวีระ กล่าว

ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ KTAM กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(AUM ) เป็น 714,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากสิ้นปี 58 ที่อยู่ 617,621 ล้านบาท โดยเน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันจำนวนลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ 80% และ สถาบัน 20% แต่หากแบ่งเป็นขนาดลงทุนสัดส่วนลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ 60-70% และ สถาบัน 30%

สำหรับพอร์ตการลงทุนนั้น ประกอบด้วย กองทุนรวม 53% กองทุนอสังหา 32% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 10% และ กองทุนส่วนบุคคล 5%

โดยในปีนี้บริษัทมีแผนออกกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประเภทโรงแรมอีก 1 กอง มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยูระหว่างการเจรจา ประกอบกับ จะกองทุนหุ้นในต่างประเทศกลุ่ม CLMV กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดขายกองทุนหุ้นดังกล่าวได้ในครึ่งปีแรก ซึ่งเบื้องต้นจะทำที่ ลาว และ เวียดนามก่อน

"กลยุทธ์การลงทุนหลักในปีนี้คาดหวังผลตอบแทน 3-6% โดยเน้นกระจายการลงทุนเพื่อลดความผันผวน และ เน้นการลงทุนในตราสารทุน รวมถึงสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้อื่นๆ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานนางชวินดา กล่าว