"บลจ.กรุงไทย" ประเมินดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีแรกอาจร่วงแตะ 1,150 จุด ส่วนครึ่งปีหลังแตะ 1,480 จุด หลังการลงทุนภาครัฐหนุน
นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน กรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวในระดับต่ำ และ เผชิญกับความผันผวนจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงจากความตกต่ำของราคาพลังงาน และ สินค้าโภคภัณฑ์ ส่วนแนวโน้มการลงทุนในตราสารทุน โอกาสการลงทุนจะอยู่ที่ตลาดหุ้นยุโรป และ ญี่ปุ่น ซึ่งเศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่อง นโยบายการเงินผ่อนคลาย อัตรากำไรเติบโตสูง และ ระดับราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ
สำหรับตลาดเกิดใหม่ในครึ่งปีแรกจะเจอความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ค่าเงินมีแนวโน้มอ่อนค่า การปรับลดลงมาอย่างมากของราคาหุ้นทำให้เริ่มน่าสนใจลงทุน แต่ต้องจับจังหวะตลาด ซึ่งมองว่าการลงทุนในอินเดียจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ อัตรากำไรอยู่ในระดับสูง ขณะที่จีนรอให้ตลาดมีเสถียรภาพ และ ต้องจับตาดูผลของการปฎิรูปเศรษฐกิจ
"ในไทยเราคาดหวังต่อแผนการลงทุนของภาครัฐ การเติบโตของท่องเที่ยว และ การฟื้นตัวของภาคการบริโภค โดยภาพรวมในครึ่งปีแรกอาจได้เห็นดัชนีที่ 1,150 จุด ส่วนครึ่งปีหลังมีโอกาสทดสอบ 1,480 จุด หากการลงทุนภาครัฐเกิด"นายวีระ กล่าว
ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ KTAM กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(AUM ) เป็น 714,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากสิ้นปี 58 ที่อยู่ 617,621 ล้านบาท โดยเน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันจำนวนลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ 80% และ สถาบัน 20% แต่หากแบ่งเป็นขนาดลงทุนสัดส่วนลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ 60-70% และ สถาบัน 30%
สำหรับพอร์ตการลงทุนนั้น ประกอบด้วย กองทุนรวม 53% กองทุนอสังหา 32% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 10% และ กองทุนส่วนบุคคล 5%
โดยในปีนี้บริษัทมีแผนออกกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประเภทโรงแรมอีก 1 กอง มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยูระหว่างการเจรจา ประกอบกับ จะกองทุนหุ้นในต่างประเทศกลุ่ม CLMV กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดขายกองทุนหุ้นดังกล่าวได้ในครึ่งปีแรก ซึ่งเบื้องต้นจะทำที่ ลาว และ เวียดนามก่อน
"กลยุทธ์การลงทุนหลักในปีนี้คาดหวังผลตอบแทน 3-6% โดยเน้นกระจายการลงทุนเพื่อลดความผันผวน และ เน้นการลงทุนในตราสารทุน รวมถึงสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้อื่นๆ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานนางชวินดา กล่าว









