"กมลธัญ" ย้ำกรอบราคาทองคำปีนี้่อยู่ที่ 1,100-1,300 ดอลลาร์ ส่วนทองในประเทศคาดแกว่ง 17,500-21,500 บาท ชี้บาทอ่อนหนุนราคาทองเพิ่ม
นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ยังคงย้ำกรอบราคาทองคำปีนี้ไว้ที่กรอบเดิม 1,100-1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยภาพรวมของราคาทองคำในช่วงต้นปีมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงนักลงทุนรับข่าวการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ไปก่อนแล้ว ด้านกรอบราคาทองในประเทศปีนี้คาดไว้ที่ 17,500-21,500 บาท โดยภาพรวมของทองคำในประเทศจะยิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้ปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทอ่อนค่าสนับสนุน โดยมองกรอบค่าเงินบาททั้งปีที่ 35.80-38.00 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเงินบาทอ่อนค่าเนื่องจากเทรนอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในปีนี้เป็นขาขึ้น
"ปีนี้คาดว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่ต้องการเพิ่มขึ้นเพราะเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและปัญหาเศรษฐกิจจีน รวมถึงการเมืองโลก ทั้งปัญหาตะวันออกกลาง เกาหลีเหนือและใต้ ส่งผลให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจ" นายกมลธัญ กล่าว
โดยในช่วงต้นปีคาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ จากภาวะปัญหาในตลาดโลก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง แต่ระหว่างปีคาดว่าราคาทองคำจะผันผวน ซึ่งในช่วงปลายปีราคาทองคำน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกครั้งและยืนเหนือระดับแนวรับ 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์ได้ โดยในปีนี้คาดว่าการลงทุนทองคำตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปลายปีจะได้รับผลตอบแทนเป็นบวกนับตั้งแต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ทองคำให้ผลตอบแทนเป็นลบมาโดยตลอด
ด้านกลยุทธ์ แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อทองคำเมื่อราคาต่ำกว่า 18,500 บาท ส่วนราคาอ้างอิงทองโลกแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาต่ำกว่า 1,100 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยการลงทุนทองคำยังให้ผลตอบแทนที่ดีจากความเสี่ยงปัจจัยต่างๆในตลาดต่างประเทศ









