เน้นเล่นสั้น เล็งหุ้นเป็นรายตัว ลงแรงซื้อ เด้งขึ้นขาย เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งแคบกรอบ 1385-1405
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งในแดนบวกแต่ยังไม่น่าเกิน 1405 จุดไปได้ เนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันที่อ่อนแอยังคงกดดันตลาด นอกจากนี้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอความชัดเจนเรื่องเฟดและการเพิ่มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ ECB ในเดือนหน้า จึงส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบางและความผันผวนยังมีอยู่ แนะนำติดตามตัวเลข PMI ของสหรัฐและอีกหลายประเทศในสัปดาห์นี้ และช่วงนี้นักลงทุนควรเล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย เน้นหุ้นพื้นฐานดีและ story ดีในหุ้นขนาดเล็กถึงกลางเป็นหลัก
แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1410 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เล็งหุ้นเป็นรายตัว ลงแรงซื้อ เด้งขึ้นขาย เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
นักลงทุนระยะสั้น : SCC (630), SAMTEL (22)
SCC (630) ได้ประโยชน์จากการเพิ่มยอดขายในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำอย่าง olefins ยังคงแข็งแกร่งอยู่ นอกจากนี้ SCC ได้ประโยชน์จากการเติบโตของดีมานด์ปูนซีเมนต์ตามทิศทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลในอนาคตด้วย แถมราคาปัจจุบันไม่แพงให้ upside สูงเกิน 30%
SAMTEL (22) ราคาปัจจุบันถูกมาก ติดลบ 1 standard deviation PE เทรด 13x แต่ค่าเฉลี่ยอดีตสูงถึง 15x ส่วนงบไตรมาส 4 มีลุ้นขยับขึ้นสูง โดยได้รับรู้รายได้จากงานโครงการที่เซ็นสัญญาในช่วงครึ่งหลังปี 58 บวกกับมีลุ้นได้เซ็นสัญญางานโครงสร้างระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในไตรมาส 4 นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันแล้วว่า SAMTEL ไม่เกี่ยวข้องกับคดีการติดตั้งเสาผิดกฎหมาย ซื้อ SAMTEL ได้อย่างสบายใจ
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (32)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้มีเพียงตัวเดียวที่ราคายังถูกอยู่และเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเร็วๆนี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "สมคิด" จุดพลุติดเอกชนขานรับแผนเร่งเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ แจงแม้ระยะสั้นเป็นแค่จิตวิทยา แต่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นลงทุน หอการค้าต่างชาติเชื่อทุนต่างชาติมาแน่แต่ห่วงคอร์รัปชัน ภาคอสังหาฯ ชี้รถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นการกระตุ้นที่อยู่อาศัยก๊อก 2 โดยมีรถไฟฟ้าในเมืองเป็นตัวเร่ง ด้านธุรกิจรับเหมา-วัสดุก่อสร้าง รับอานิสงส์ผู้ประกอบการปรับแผนเร่งก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยสต๊อกเก่า อีกทั้งเพิ่มสินค้าใหม่เท่าตัว ขีดเส้นต้องเสร็จช่วง 4 เดือนแรกปี 59 เพื่อให้ทันมาตรการอสังหาฯช่วงโค้งสุดท้าย "แอลพีเอ็น" ร่นจากไตรมาส 3/59 ให้เสร็จทันไตรมาส 1/59 ระดมคนงานจากไซต์ที่งานไม่เร่งมาโหมสร้าง 3 โครงการ ทำทุกวันไม่หยุดพร้อมจ่ายโอที ข้าง "ซีพาเนล" เผยช่วง 2-3 เดือนนี้เพิ่มกำลังผลิตอีก 1 กะ พร้อมเพิ่มรถบรรทุกหัวลากและหางลาก รวมทีมติดตั้งเข้าไซต์งานลูกค้า
+ บิ๊ก กยท. ฟุ้งความต้องการยางรายเก่าพ่วงรายใหม่ ทั้งจีน-รัสเซียอิตาลี มีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน ล่าสุด 2 รัฐวิสาหกิจจีนรายใหม่ "ซีเมค-ปักกิ่งเกรนส์กรุ๊ป" จีบร่วมค้ายาง 4 แสนตัน ค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี วงในเผยคืบหน้าดีลยาง "ไห่หนาน" ยอมชำระค่าปรับรับมอบยางล่าช้าแล้ว เร่งขนยางออกวันละ 1 พันตัน
+ รัฐวิสาหกิจโทรคม "ขยับ" หวั่นตกขบวนหลังเอกชนคว้าไลเซ่นส์ 4จี พร้อมลุยบริการ กสทฯ แจงแผนพัฒนาธุรกิจโมบายปี 59 ลุย "4จี แอลทีอี" เต็มรูปแบบ จับมือ "ดีแทค" ทำ 4 จี บนคลื่น 1800 จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์ ยาวถึงหมดสัมปทานปี 61 คาด 2 สัปดาห์สรุปโมเดลร่วมก่อนชงอัยการสูงสุด-สคร. เบื้องต้นพร้อมขายแบนด์วิธให้ดีแทคขั้นต่ำ 50% ที่เหลือเปิดโอกาสให้มี "เอ็มวีเอ็นโอ" รายอื่น ขณะที่ "ทีโอที" ผนึก "เอไอเอส" เซ็นสัญญา ธ.ค.นี้ ต่อยอดธุรกิจบนคลื่น 2100 จำนวน 15 เมก ยาว 10 ปี
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 91.06 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 17,823.81 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (20 พ.ย.) หลังจากที่นักลงทุนซึมซับถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เกี่ยวกับกรอบเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ในวันศุกร์ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐ
+ ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 4.70 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 6,334.63 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (20 พ.ย.) โดยปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้
+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 20.00 จุด หรือ +0.10% แตะที่ 19,879.81 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก เนื่องจากนักลงทุนสถานบันเข้ามาซื้อหุ้นในช่วงท้าย ซึ่งช่วยหนุนตลาดฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่อ่อนแรงลงเกือบตลอดทั้งวัน อันเนื่องมาจากตลาดขาดปัจจัยชี้นำ
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค.ลดลง 15 เซนต์ หรือ 0.37% ปิดที่ 40.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อวันศุกร์ (20 พ.ย.) เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันจะพุ่งสูงเกินกว่าอุปสงค์









