วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 16-20 พ.ย.58

ราคาน้ำมันดิบถูกกดดันจากอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินและปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่สูงขึ้นต่อเนื่อง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 41 - 46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 44 - 49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (15 - 20 พ.ย. 58)

ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันดิบที่ล้นตลาด เนื่องจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและเพื่อรองรับรับกับอุปสงค์ที่ทางกลุ่มคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว รวมถึงมีการเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศกลุ่มตะวันตกมากขึ้น นอกจากนั้นราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การผลิตน้ำมันดิบสหรัฐที่มีแนวโน้มปรับลดลงตามจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี มีส่วนสนับสนุนราคา

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและต้องการเพิ่มสัดส่วนการขายในตลาดใหม่ให้มากขึ้น โดยล่าสุดได้ดำเนินกลยุทธ์ใหม่โดยเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มตะวันตกมากขึ้นหลังจากที่มีการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียให้กับรัสเซีย โดยล่าสุดในเดือน พ.ย. อิรักได้มีการปรับลดราคาขายน้ำมันดิบไปยังตลาดอเมริกาลงอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณส่งออกน้ำมันดิบไปยังสหรัฐ คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 40 ในเดือนดังกล่าวมาอยู่ที่ระดับประมาณ 660,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 55 ขณะเดียวกันซาอุดิอาระเบียก็ได้มีการปรับลดราคาขายน้ำมันดิบที่ส่งไปยังยุโรปลงด้วย โดยปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดและไม่มีทีท่าจะปรับลดการผลิตแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้

- จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่คาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อ หลังมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน สาเหตุจากโรงกลั่นมีการปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับมีปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่แคบลง ทำให้มีการหันไปนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ มีการฟื้นตัวมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน ซึ่งล่าสุดอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับ 5.5%

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ มีการปรับลดปริมาณการขุดเจาะลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากรายงานของ Baker Hughes พบว่าปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ย. ปรับลดลงต่อเนื่องกว่า 10 สัปดาห์ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับ 572 หลุม ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 53 โดยผลดังกล่าวส่งผลให้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ จะปรับลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวันมาอยู่ที่ระดับ 8.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า ‘

- สถานการณ์การประท้วงของสหภาพแรงงานของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของบราซิลหรือ Petrobras ยังคงส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของ Petrobras ลดลงไปกว่า 115,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่าล่าสุด Petrobras ได้เสนอขึ้นค่าแรงให้กว่าร้อยละ 9.58 และพร้อมที่จะมีการเจรจาและแก้ไขข้อตกลงร่วมกันกับกลุ่มสหภาพแรงงานแล้วก็ตาม

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซนและสหรัฐ ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซนและสหรัฐ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (2 – 6 พ.ย.)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 3.56 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 40.73 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 2.95 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 44.47 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิรัก และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงานของบริษัทน้ำมันในบราซิล เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับขึ้นค่าแรง นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม หลังสำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA ได้เปิดเผยข้อมูลการคาดการณ์เกี่ยวกับการลงทุนทางด้านการขุดเจาะน้ำมันในปีนี้ว่าจะปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 20 และมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

                                                        -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999