วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 2 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่เก้าติดต่อกัน

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 1 จากอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยรายงานจาก Baker Hughes ระบุจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ (สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ต.ค. 58) ปรับลดลงต่อเนื่องกว่า 16 แท่น เป็นสัปดาห์ที่เก้าติดต่อกัน สู่ระดับ 578 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีครึ่ง นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 53 ทั้งนี้ การปรับลดลงต่อเนื่องของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าผู้ผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบบางส่วนในสหรัฐ ได้วางแผนที่จะชะลอกำลังการผลิตลง ซึ่งสัญญาณดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราการผลิตน้ำมันดิบให้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 – 5 เดือนข้างหน้า

+ ผลสำรวจจากรอยเตอร์ (Reuters' Survey) เปิดเผยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคประจำเดือน ก.ย. ปรับลดลง 0.12 ล้าน บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 31.64 ล้านบาร์เรล ซึ่งผลส่วนใหญ่มาจากการปรับลดลงของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบีย โดยในเดือน ก.ย. ซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันดิบราว 10.10 ล้านบาร์เรล ปรับลดลงจากระดับสูงสุดที่ 10.56 ล้านบาร์เรลในเดือน มิ.ย. เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศได้ปรับลดการผลิตลงจากความต้องการน้ำมันในประเทศที่ลดลงหลังสิ้นสุดช่วงฤดูร้อนในช่วงไตรมาส 3

+ กระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยตัวเลขโควต้าการนำเข้าน้ำมันดิบประจำปี 2559 สำหรับผู้ผลิตเอกชนในประเทศ ที่ระดับ 87.6 ล้านตัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้าที่ 37.6 ล้านตัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายที่ต้องการเพิ่มการแข่งขันและกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงาน

- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือน ก.ย. ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับในเดือน ส.ค. ที่ขยายตัวร้อยละ 0.4 และนับเป็นการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน โดยการใช้จ่ายที่ชะลอตัวของผู้บริโภคบ่งชี้ว่าการสร้างงานในอัตราที่ต่ำลง และภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในต่างประเทศ อาจเป็นปัจจัยที่กระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค นอกจากนี้ รายได้ส่วนบุคคลในเดือน ก.ย. ขยายตัวร้อยละ 0.1 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 58 และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 ขณะที่ ดัชนีราคาสำหรับการใช้จ่ายส่วนบุคคล ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญปรับลดลงร้อยละ 0.1 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 9 เดือน และนับเป็นเดือนที่ 41 ติดต่อกันที่ดัชนีดังกล่าวต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อรายปีที่ Fed กำหนดไว้ที่ร้อยละ 2

-/+ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานดัชนีภาคการผลิต (PMI) ของจีนในเดือน ต.ค. แตะระดับ 49.8 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับของเดือน ก.ย. และเป็นการสะท้อนว่าภาคการผลิตของจีนยังคงทรงตัวแต่ความต้องการยังคงอ่อนแรง โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า และหากดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 จุดก็จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อในภูมิภาคที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในเดือน พ.ย. เนื่องจากโรงกลั่นบางส่วนเริ่มทยอยกลับมาดำเนินการหลังจากสื้นสุดฤดูปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันดีเซลของจีนที่เพิ่มขึ้น จากความต้องการของประเทศที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงสนับหนุนจากอุปสงค์น้ำมันดีเซลเพิ่มเติมจากเวียดนาม และแอฟริกาตะวันตก

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล 

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- เศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค. ยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ การกำหนดเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจในอีก 5 ข้างหน้าที่ร้อยละ 6.5 สร้างความกังวลต่อนักลงทุนอย่างมากว่ารัฐบาลอาจจะไม่มีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าเศรษฐกิจเพิ่มจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 และคาดว่าน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่ามากขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวมากขึ้น สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีและเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของจีนลดลง

- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ (ณ วันที่ 23 ต.ค.) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ บางส่วนได้ชะลอการผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบ

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังการประชุมระหว่างกลุ่มโอเปคและผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ผู้ผลิตทั้งกลุ่มโอเปคและรัสเซียยังคงปริมาณการผลิตอยู่ในระดับสูง

                                                 -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999