กำไรไตรมาส 3/58 ต่ำกว่าคาด: แนวโน้มกำไรหลักไตรมาส 4/58 ไม่น่าสนใจ
ต่ำกว่าที่คาด
DCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 25% QoQ ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่เราคาด 10% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 9% สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ต่ำกว่าที่เราคาด 11%
บริษัทประกาศอัตราเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.042 บาท ในไตรมาส 3/58 (เทียบกับที่เราคาดที่ 0.046 บาท) ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นอยู่ที่ 1.1% หรืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 4.2% (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พ.ย. และจ่ายปันผลวันที่ 20 พ.ย.)
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ผลประกอบการทรงตัว YoY เนื่องจากการลดลงของยอดขาย (ลดลง 6% YoY ที่ 1.6 พันล้านบาท จากปริมาณขายที่ต่ำลง) ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรเบื้องต้นสูงขึ้น (เพิ่มขึ้นจาก 40.5% ในไตรมาส 4/57 เป็น42.3% ในไตรมาส 3/58 เพราะราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง 28% YoY ซึ่งส่งผลให้ราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลงด้วย) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 19.6% ในไตรมาส 3/57 เป็น 22.1% ในไตรมาส 3/58 จากยอดขายที่ลดลง เมื่อเทียบรายไตรมาส ตามปกติเดือนก.ค.-ก.ย.เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ดังนั้น กำไรในไตรมาส 2/58 ลดลง 25% QoQ จากการลดลงของรายได้ 15% อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว 1.0% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาเพิ่มขึ้น 4.2% อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.1 เท่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เป็น 0.3 เท่า ณ สิ้นเดือนก.ย. จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง 12% QoQ ที่ 1.7 พันล้านบาท
แนวโน้ม
เราคาดว่า DCC จะรายงานกำไรหลักไตรมาส 4/58 ทรงตัว YoY และเติบโตเล็กน้อย QoQ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิคาดเพิ่มขึ้น YoY จากการที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายพิเศษ 104 ล้านบาทจากค่าความนิยมติดลบในไตรมาส 4/57 แต่คาดว่าไม่มีรายการพิเศษในไตรมาส 4/58 ปริมาณยอดขายในไตรมาส 4/58 เราคาดว่าไม่น่าสนใจจากโลว์ซีซั่นและการบริโภคที่อ่อนตัวในต่างจังหวัดของไทย (คิดเป็น 70% ของรายได้ของ DCC) อัตรากำไรเบื้องต้นคาดดีขึ้น QoQ จากต้นทุนพลังงานที่ต่ำลง (ราคาก๊าซ) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายน่าจควบคุมได้ดีขึ้น เราคาดบริษัทจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.045 บาทในไตรมาส 4/58 ขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนมี.ค. 2559 และจ่ายปันผลเดือนเม.ย. 2559 ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นอยู่ที่ 1.1% และอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 4.4%
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2558-2559 ลงเล็กน้อย 1% สะท้อนผลประกอบการท่าผิดหวังในไตรมาส 3/58 เราปรับลดสมมติฐานยอดขายลง 4% สะท้อนยอดขายที่ต่ำลงใน 9 เดือนแรกของปี 2558 กำไรใน 9 เดือนแรกของปี 2558 คิดเป็น 77% ของที่เราประมาณการทั้งปี (คิดเป็น 73% ของที่ตลาดประมาณการ) ประมาณการกำไรของเรานั้นอนุรักษ์นิยมกว่าตลาดอยู่ 5% ในปี 2558 และ 6% ในปี 2559
คำแนะนำ
เราแนะนำให้ขายทำกำไร จากการที่ราคาหุ้นได้สะท้อนการจ่ายปันผลในไตรมาส 3/58 ไปเรียบร้อยแล้ว (ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 5% WoW) ความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนนั้นไม่ค่อยน่าสนใจ เนื่องจากเราคาดว่า ผลประกอบการปี 2559 จะเติบโตเพียง 8% และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.8% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีในอดีตที่ประมาณ 5.5-6.0% มูลค่าหุ้นปี 2559 นั้นค่อนข้างแพง โดยค่า PER อยู่ที่ 18.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2557 อยู่ 2.0 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เราคงราคาเป้าหมาย ณ สิ้ปี 2559 ด้วยราคา 4.0 บาท อ้างอิงจากวิธีอัตราคิดลดเงินปันผล DDM อัตราคิดลดที่ 10.2% terminal growth rate ลดลงจาก 2.0% เป็น 1.0% โดยมีสัญญาณการฟื้นตัว คือ อุปสงค์ของกระบื้องเซรามิคในไทยเท่านั้นที่อาจกระตุ้นให้เราปรับคำแนะนำ









