Backlog already secures next year growth
ประเด็นการลงทุน
หลังจากประชุมทางโทรศัพท์กับผู้บริหาร เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อบริษัท โดยผู้บริหารเชื่อว่าจะเห็นการประมูลโครงการใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และบริษัทพร้อมจะเข้าร่วมประมูลทุกโครงการ เราคาดบริษัทจะได้รับงานรถไฟรางคู่อย่างน้อย 1 เส้นทาง โดยอาศัยความได้เปรียบจากประสบการณ์งานรถไฟสายสีแดงและน้ำเงิน อย่างไรก็ดีหากไม่มีงานใหม่ ด้วย backlog ปัจจุบันราว 30,200 ล้านบาท พอสำหรับรองรับรายได้ไปถึงปี 2016 และหากบริษัทได้รับงานใหม่ตามที่ประเมิน คาดการณ์กำไรจะมี upside อีก 30% ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อ”
พร้อมสำหรับงานใหม่ทุกโครงการ
ผู้บริหารมองว่าบริษัทน่าจะได้รับงานรถไฟรางคู่อย่างน้อย 1 เส้นทาง จาก 6 เส้นทาง (มีผู้รับเหมาตัวเต็ง 5 ราย) ที่อยู่ระหว่างการออกประมูล ซึ่งปัจจุบัน แก่งคอย-คลอง19 (10,000 ล้านบาท) และจิระ-ขอนแก่น (22,000 ล้านบาท) พร้อมสำหรับการประมูลแล้ว ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ UNIQ จะได้งาน เพราะ UNIQ มีมีประสบการณ์กับงานรถไฟ เช่น สายสีแดง มูลค่า 3.0 หมื่นล้าน และสายสีน้ำเงิน มูลค่า 1.2 หมื่นล้าน คาดบริษัทจะได้เปรียบด้านการจัดการและบริหารต้นทุน นอกจากนี้ยังมีโครงการอีกกว่า 1.5 แสนล้านบาท เช่น motorway พัทยา-มาบตาพุด, สุวรรณภูมิ เฟส2 และตามมาด้วย MRT สายสีส้ม
backlog รองรับการเติบโตปีหน้าไว้แล้ว
หลังจากบริษัทเซ็นงานเพิ่มราว 8,500 ล้านบาท (รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ และอุโมงแม่กวง) ประกอบกับมูลค่างานส่วนเพิ่มจากการแก้แบบงานรถไฟสายสีแดง หนุนให้ปัจจุบัน UNIQ มี backlog ราว 30,200 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารมองว่าบริษัทสามารถรับรู้รายได้ ได้ราว 15,000 ล้านบาท ในปี 2016 ด้วย backlog ปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเราที่ราว 14,000 ล้านบาท ทั้งนี้เป้าหมายผู้บริหารสูงกว่า ประมาณการณ์ของเราราว 7% และหากบริษัทได้งานใหม่อีก 20,000 ล้านบาท ตามที่ประเมิน คาดประมาณการกำไรมี upside อีก 30%
โครงสร้างทุน เพียงพอหรือไม่?
ประเด็นที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนนั้นเรามองว่าไม่น่ากังวลนักเพราะเรามองว่าเป็นการปูเส้นทางสู่อนาคต ซึ่งหากพิจารณาจากทุนจดทะเบียนที่ราว 1,082 ล้านบาท และ D/E ราว 2x ในปัจจุบัน บริษัทอาจมีข้อจำกัดในการรับงานใหญ่หลายๆสัญญาพร้อมกัน อย่างไรก็ดีเรายังไม่สามารถประเมินได้ว่าการเพิ่มทุนจะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งหากออกมาในลักษณะ RO หรือ RO warrant คาดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมจะจำกัด
เรามองว่าหากมีการเพิ่มทุนเกิดขึ้น จะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น เพราะเราคาดกำไรของบริษัทจะสามารถเติบโตได้สูงกว่า dilution ที่เกิดขึ้น อิงตามกับแผนโครงสร้างพื้นฐาน 1.6 ล้านล้านบาท ใน 10 ปีข้างหน้า คาด UNIQ จะได้รับส่วนแบ่งงานราว 30,000-40,000 ล้านบาท/ปี (ประเมินตาม market share ที่ 20%-25%) ซึ่งหมายถึงรายได้ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นมากกว่า 2-3 เท่าตัว









