ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง7% ทำให้คาดกำไรทั้งปีโต 3%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
กำไร 1H58 เติบโต 45% : กำไรในช่วงครึ่งแรกปี 2558 เท่ากับ 1,868 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 47%YoY โดยมีรายได้ 9,956 ล้านบาทเติบโตสูงถึง 75% แต่อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเวลลิงตันที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยซึ่งส่วนใหญ่โอนในช่วง 1H58 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 1H58 ลดลงเหลือ 37% เทียบกับ 41% ใน 1H57 โดยมีส่วนชดเชยจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดเหลือ 11% ใน 1H58 จาก 13% ใน 1H57 ทั้งนี้ กำไรครึ่งแรกของปี 2558 คิดเป็น 38% ของประมาณการทั้งปีที่ 4,962 ล้านบาททำให้ฝ่ายวิจัยพิจารณาปรับลดประมาณการกำไรทั้งปี 2558
ปรับประมาณการกำไรใหม่ปี 2558 ลดลง 7% : ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการรายได้ทั้งปีที่เกือบ 2.2 หมื่นล้านบาทสอดคล้องและใกล้เคียงกับเป้าหมายของผู้บริหาร โดยมียอดขายรอโอน (backlog) รองรับแล้ว 97% โดยมี backlog ณ ปลายเดือนมิ.ย.2558 อยู่ที่เกือบ 3.7 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเหลือ 39% จากเดิม 41% ทำให้ประมาณการกำไรใหม่สำหรับปี 2558 ลดลง 7% เหลือ 4,617 ล้านบาทซึ่งเติบโตเพียง 3% จากปี 2557 และคาดจะเติบโตต่อเนื่องราว 23% ในปี 2559 ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกเนื่องจากตั้งแต่ปลาย Q2/58 เริ่มโอนคอนโดมิเนียมโครงการอื่นที่มีมาร์จินดีกว่าค่าเฉลี่ยและจะโอนหลักๆ ใน Q3 ต่อเนื่อง Q4 โดยเริ่มโอนโครงการศุภาลัยพริม่าริว่า ราวเดือนมิ.ย. ส่วนโครงการศุภาลัยไลท์ สาธร-เจริญรัถจะเริ่มโอนราวเดือนพ.ย.ทำให้แนวโน้มมาร์จินจะปรับดีขึ้นใน 2H58
ยอดขาย presale ทั้งปีจะทำได้ตามเป้าหรือไม่ถือเป็นเรื่องท้าทาย : ผู้บริหารตั้งเป้ายอดจอง presale ทั้งปีราว 2.3 หมื่นล้านบาทแบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 1 หมื่นล้านบาทและโครงการแนวราบ 1.3 หมื่นล้านบาท ในช่วง 1H58 ทำได้เพียง 8.5 พันลบ. คิดเป็น 37% ของเป้าทั้งปีที่ 2.3 หมื่นลบ. ซึ่งต่ำกว่าเป้า โดยมีตัวแปรว่าจะทำได้ตามเป้าหรือไม่อยู่ที่การเปิดขายคอนโดมิเนียมในช่วง 2H58 ที่จะเปิดขาย 5 โครงการมูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาทในกรุงเทพฯทั้งหมดเนื่องจากภาพรวมคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดยังไม่ค่อยดี ส่วนโครงการแนวราบจะเปิดขายใหม่ 9 โครงการทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดมูลค่ารวม 9.3 พันล้านบาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมปี 2558 เหลือ 27 บาทจากเดิม 32 บาท : SPALI มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งจากความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่สุดในกลุ่ม แถมยังได้รับการจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ที่ระดับ A/Stable ทั้งนี้ หากทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์จะช่วยหนุนให้หุ้นอสังหาฯมีความน่าสนใจมากขึ้น ราคาเหมาะสมปี 2558 ตามประมาณการกำไรสุทธิใหม่ซึ่งประเมินด้วยวิธี Prospect PER ที่ปรับลดเหลือเท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 10 เท่าจากเดิม 11 เท่าได้เท่ากับ 27 บาท(เดิม 32 บาท) ซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6-7% น่าสนใจถือรับปันผล ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”









